posttoday
ผจญภัยในทริปหฤหรรษ์ แวววรรณ หงษ์วิวัฒน์

ผจญภัยในทริปหฤหรรษ์ แวววรรณ หงษ์วิวัฒน์

27 พฤษภาคม 2556

เป็นเด็กเจนวายทั่วไปที่ขี้เกียจ เห็นแก่เงิน สมาธิสั้น ไม่อดทน และโลกส่วนตัวสูง

โดย...โจ เกียรติอาจิณ / ภาพ แวววรรณ หงษ์วิวัฒน์

เป็นเด็กเจนวายทั่วไปที่ขี้เกียจ เห็นแก่เงิน สมาธิสั้น ไม่อดทน และโลกส่วนตัวสูง

ดันเรียนเศรษฐศาสตร์ด้วยความที่เข้าใจผิดมาตลอดว่าตัวเองเก่งเลข กว่าจะสำเหนียกก็ปาเข้าไปปี 3

ตามเทรนด์เด็กเจนวายชนชั้นกลาง เธอเอาตัวเองใส่ตะกร้าล้างน้ำไปเรียนปริญญาโทที่อังกฤษ สาขา Artist’s Film, Video and Photography ที่ University for the Creative Arts

โดยหวังใจว่าชื่อคอร์สยาวๆ จะทำให้คนงงๆ แล้วรับเธอเข้าทำงานในสายมีเดียได้

นี่คือคำโปรย (บางเสี้ยว) ที่ปรากฏในเว็บไซต์ของสำนักพิมพ์แซลมอนบุ๊คส์ (www.salmonbooks.net) ซึ่งบอกสรรพคุณถึงเจ้าของหนังสือ “Wish Us Luck ขอให้เราโชคดี”

“แวววรรณ หงษ์วิวัฒน์” คือสาวคนนั้น เธอมานั่งคุยกับเรา ส่งเสียงเจื้อยแจ้ว เล่าในสิ่งที่เธอไปประสบมาด้วยทีท่าสบายอารมณ์

เริ่มต้นที่ลอนดอน จบลงที่กรุงเทพฯ

ไม่ใช่ไกด์บุ๊กนำเที่ยว แล้วก็ไม่ใช่บันทึกการเดินทาง แต่มันคือตัวหนังสือที่จะทำให้คุณเรียนรู้โลกอีกมุม ทั้งยังจะได้รู้จักตัวตนของสาวเจนวายผู้นี้ในแบบไม่เหมือนหรือซ้ำแนว ผ่านเส้นทางรถไฟที่ยาวไกล ใช้เวลากินนอน นอนและกิน แวะนั่นนู่นนี่สถานที่ที่เธออยากไป ตั้งแต่ลอนดอน ผ่านปารีส เข้าเบอร์ลิน ทะลุรัสเซีย เบลารุส โผล่ทรานส์ไซบีเรีย ออกมองโกเลีย ปักกิ่ง ฮานอย ข้ามแม่น้ำโขงที่เวียงจันทน์ มุ่งสู่ จ.หนองคาย ก่อนจะสิ้นสุดทริปหฤหรรษ์ ณ กรุงเทพฯ

“กลัวมั้ย เป็นธรรมดาค่ะ ความกลัวหรือความกังวลต่างๆ นานา ย่อมมีกันทุกคน สำหรับหนู ความกลัวเกิดขึ้นก่อนไป ความกังวลก็จะตามมา แต่พอได้สัมผัสกับมันจริงๆ ความกลัวก็ค่อยๆ หายไป กลายเป็นความกล้าค่ะ”

การเดินทางของ แวววรรณ ไม่ได้มีแค่เธอคนเดียว ยังมีพี่สาวฝาแฝด “วรรณแวว หงษ์วิวัฒน์” ร่วมเป็นสักขีพยานในการผจญภัยครั้งนี้ด้วย โดยทั้งคู่ได้แรงบันดาลใจมาจากหนังสือ “ดาวหางเหนือทางรถไฟ” (ทรงกลด บางยี่ขัน) เผชิญหน้ากับหลายๆ สิ่ง แก๊งมิจฉาชีพล้วงกระเป๋า ค่าอาหารที่แพงระยับ หลงทาง ไม่ได้อาบน้ำ ฯลฯ ได้เรียนรู้โลกในหลายๆ แบบ ได้เห็นชีวิตและวัฒนธรรมในหลายๆ มุม เป็นความท้าทายผสานกับความสนุก สุข เศร้า เหงา เซ็ง ภายใต้บรรยากาศการทำงานส่งอาจารย์กึ่งเที่ยวลั้นลาอันน่าอิจฉา

“ตัดสินใจไม่นานค่ะ แต่หาข้อมูลและเตรียมตัวนาน เพราะหนูไม่ได้ไปเที่ยวชิลๆ อย่างเดียว แต่มันคือการไปทำโปรเจกต์ส่งอาจารย์ก่อนจบ ก็เลยต้องเตรียมทุกอย่างให้พร้อม วีซ่า จองตั๋วรถไฟ ศึกษาเส้นทางที่ผ่านและสถานที่ที่จะแวะ คือทริปนี้ได้งานด้วย แล้วก็ได้เที่ยวด้วย ได้เห็นโลก ได้เห็นตัวเอง ทำให้หนูกล้ามากขึ้น กล้าที่จะออกไปจากกรอบความคิดเดิมๆ แล้วมันยังเปลี่ยนทัศนคติบางอย่างของหนูไปเลย หลังจากทริปนี้ หนูเชื่อว่าอะไรที่ยาก หรือหนักกว่านี้ มันคงจะผ่านไปได้”

จากสารคดีสู่หนังสือเล่ม

เพราะโปรเจกต์สารคดีเดินทางกลับบ้านด้วยรถไฟ ความยาว 1 ชั่วโมงครึ่งแท้ๆ ก็เลยก่อเกิดเป็นหนังสือเล่มหนา 384 หน้า และก็เพราะความที่อยากต่อยอดจากภาพเคลื่อนไหว นั่นทำให้ แวววรรณ นึกสนุกลุกขึ้นมาจับปากกาเล่าในสิ่งที่เธอได้เห็นได้เจอมา

“จะเรียกว่าเป็นการเก็บตกสิ่งที่ไม่อยู่ในหนังก็ได้ค่ะ มันเป็นคนละมุมที่มองมากกว่า หนังอาจจะเล่าในแบบภาษาหนังและมีข้อจำกัดของมัน ส่วนหนังสือก็เล่าในแบบหนังสือและเล่าได้อย่างไม่จำกัด ซึ่งหนูคิดว่าจริงๆ ก็ไม่ควรจะแบ่งแยกสื่อนะ ควรจะเอามาผสมกันไป ให้มันส่งเสริมกันและกัน”

เยี่ยงนี้ สิ่งที่บรรจุอยู่ใน “Wish Us Luck ขอให้เราโชคดี” จึงไม่ใช่แค่ตัวหนังสือที่อ้างอิงกับข้อเท็จจริงหรือประสบการณ์ตรงที่ผู้เขียนได้สัมผัส หากแต่ว่ายังซ่อนลูกเล่น ลีลา ภาษา สำนวนหยิกแกมหยอก ชวนให้อมยิ้มไปกับตัวละครที่ถูกสร้างขึ้น อ่านแล้วเพลินจนไม่อยากวาง

“ก่อนที่จะลงมือเขียน หนูก็หาหนังสือบันทึกการเดินทางหรือท่องเที่ยวมาอ่าน ทุกคนก็จะเขียนคล้ายๆ กัน ก็เล่าประสบการณ์ของตัวเอง มีข้อมูลเป็นไกด์สำหรับไปเที่ยวต่อ ซึ่งหนูไม่อยากให้มันเป็นแบบนั้น โชคดีหนูไปเจอหนังสือ มหา’ลัยเหมืองแร่ อ่านแล้วชอบ ก็เลยเกิดแรงบันดาลใจเอามาต่อเขียนเป็นหนังสือเล่มนี้ โดยที่ใช้ภาษากับสำนวนแบบของหนู ใส่ความเป็นวรรณกรรมเข้าไป เพื่อลดทอนความเป็นสารคดี มีตัวละคร บรรยายตัวละคร สถานการณ์ และเหตุการณ์ พูดถึงความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้อง คือหนูกับพี่สาวที่ร่วมเดินทางทริปนี้ ทำให้มันมีอารมณ์และบรรยากาศเหมือนหนังมากกว่าจะเป็นเรื่องเล่าทั่วไป”

แวววรรณ แววเป็นทายาทเจ้าของสำนักพิมพ์แสงแดด ผู้ผลิต Cook Book รายใหญ่ในบ้านเรา โดยเธอเขียนคอลัมน์ท่องเที่ยวลงประจำนิตยสารครัว ควบคู่กับดูแลโปรดักชั่นเฮาส์ Spoonful รับทำครีเอทีฟฟู้ด วิดีโอ

จบปริญญาตรี คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ส่วนแฝดพี่จบคณะนิเทศศาสตร์ สถาบันเดียวกัน แต่ด้วยความชอบที่ แวววรรณ ค้นพบ (หลังไปช่วยพี่สาวทำหนังสั้น) ทำให้เธอตีตั๋วไปเรียนต่อด้านการทำหนังที่ประเทศอังกฤษ

นอกจากงานเขียนแล้ว แวววรรณ ยังมีผลงานในรูปแบบของสารคดีที่ร่วมทำกับพี่สาว เช่นว่า “คืนวันเสาร์” สารคดีสั้นว่าด้วยการเตรียมไปชมคอนเสิร์ตคืนวันเสาร์ แต่พวกเธอกลับถูกพ่อลากไปม็อบการเมือง “สมัครงาน” “Dear Mom and Dad” วิดีโอที่เป็นเสมือนจดหมายส่งถึงพ่อแม่ที่อยู่เมืองไทยขณะทั้งคู่ไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ

งานเขียนเล่มใหม่ แวววรรณ เปรยให้ฟังว่ายังคงเป็นเรื่องท่องเที่ยวเหมือนเดิม และจะเกิดขึ้น ณ ประเทศญี่ปุ่น แฟนๆ ที่อยากอ่าน ต้องอดใจรอ ไม่นานเกินรอคงได้ฤกษ์วางแผง

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค