
ตำรวจมีหัวใจ (แดง)
....จ่าเฉย
“
ทหารแตงโม” คำศัพท์ที่ถูกบัญญัติขึ้นจากแกนนำเสื้อแดง ที่พวกเขาพยายามบอกกับสังคมว่า ยังมีทหารบางคนพร้อมจะเป็นพวกเดียวกันได้อย่างไม่มีข้อสงสัยเปรียบเหมือนแตงโมที่มีเปลือกสีเขียวแต่เนื้อแท้ข้างในเป็น
“สีแดง” นั่นเอง การปราศรัยโจมตีของทหารกับ “ตำรวจ” เหมือนเป็นหนังคนละม้วนน่าแปลกใจมั้ยครับว่า ทำไมตำรวจไม่อยู่ในลิสต์โพยคำด่าของคนเสื้อแดง เคยได้ยินคำว่า
“ตำรวจมะเขือเทศ” มั้ยครับ คำคำนี้คนเสื้อแดงเขาเห็นว่าตำรวจก็คิดเหมือนกับพวกเขา ความหมายก็คงไม่ต่างจากทหารแตงโมนั่นแหละถ้าถามว่าจริงมั้ยที่ตำรวจเป็น
“คนเสื้อแดง” คำตอบก็คือ “จริง” และมีทีท่าจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เสียด้วย ปฐมเหตุที่พอสันนิษฐานได้เท่าที่รับฟังมาจากวงสนทนาสภากาแฟของจ่า ดาบ ผู้กอง ทั้งหลาย ก็มาจากความอยุติธรรมที่สังคมยัดเยียดให้คนสีกากีในเหตุการณ์สลายการชุมนุมวันที่ 7 ต.ค. 2551 นี่แหละคือชนวนจุดประกาย!ปฏิกิริยาสะท้อนกลับที่ถูก
“คนเสื้อเหลือง” โขกสับก่นด่าสารพัด แถมเหยียดหยามตำรวจต่างๆ นานา ยัดข้อหา “ตำรวจฆ่าประชาชน” ในเหตุคนเสื้อเหลืองบุกปิดล้อมรัฐสภาแต่ในสายตาคนเสื้อแดงกลับเห็นใจตำรวจคอยให้กำลังใจ แม้แต่ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ก็ยังเด้งตกเก้าอี้ ผบ.ตร. จนอกสั่นขวัญแขวนไปทั้งกรมปทุมวัน เหตุเล็กๆ น้อยๆ ทางจิตวิทยานี้เอง ส่งผลให้หัวใจผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ไหลเทไปเข้าข้างเดียวกับคนเสื้อแดงไม่รู้ตัว
รัฐบาลเองก็รู้ดีว่าความเลวร้ายจากการปลด ผบ.ตร. รวมทั้ง พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว ผบช.น. และ พล.ต.ต.เพิ่มศักดิ์ ภราดรศักดิ์ ผบก.ภ.อุดรธานี ที่โดนหางเลขกันยกเข่ง ทำให้ตำรวจระดับปฏิบัติเริ่มแตกแถวและต่อต้านแนวคิดของ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแล สตช.แบบไม่เผาผี
การยึดพื้นที่คืนของรัฐบาลเมื่อวันที่ 10 เม.ย. จึงใช้กำลังทหารเป็นหลัก ชัดเจนมานานแล้วว่ายังไงตำรวจ
“ไม่เอาด้วย” กับการสลายการชุมนุมเป็นทุนเดิมอยู่แล้วฝันร้ายที่ยังติดในห้วงคิดของเหล่าผู้พิทักษ์คือ เกรงจะต้องโดนหางเลขกับการลงมือทำตามคำสั่ง
“คนเป็นนาย” ที่ถูกชักใยจากนักการเมืองอีกทียิ่งในม็อบเสื้อแดงมีพ่อค้าหัวใจเอาแคมเปญ
“มึงทำอะไรก็ถูก กูทำอะไรก็ผิด” ไปพิมพ์ผ้าคาดหัวขายผืนละ 20 บาท ปรากฏไปโดนใจผู้ชุมนุมเข้าเต็มๆ เลยขายดีเป็นเทน้ำเทท่าแนวคิดนี้ไป
“สะกิดใจ” คนในเครื่องแบบสีกากีเข้าอย่างจัง เพราะดันไปเหมือนกับชีวิตจริงตำรวจในเหตุการณ์คุมม็อบ “เสื้อเหลืองเสื้อแดง”ดังนั้น จึงไม่แปลกประหลาด หากตำรวจจะเอนเอียงไปเลือกสีแดงในหัวใจ แต่เมื่อสวมเครื่องแบบตำรวจก็ต้องแยกแยะระหว่าง
“ความชอบส่วนตัว” กับ “หน้าที่” ต้องดูแลความสงบเรียบร้อยในบ้านเมือง ข่มจิตข่มใจให้ดีคงไม่ใช่ปัญหาใหญ่ จะรักชอบสีไหนก็ว่ากันไป...เรื่องความรู้สึกมันห้ามกันได้ที่ไหนล่ะครับ จริงมั้ยคุณตำรวจมะเขือเทศ!







