posttoday
ตำรวจมีหัวใจ (แดง)

ตำรวจมีหัวใจ (แดง)

13 เมษายน 2553

....จ่าเฉย

“ทหารแตงโม” คำศัพท์ที่ถูกบัญญัติขึ้นจากแกนนำเสื้อแดง ที่พวกเขาพยายามบอกกับสังคมว่า ยังมีทหารบางคนพร้อมจะเป็นพวกเดียวกันได้อย่างไม่มีข้อสงสัย

เปรียบเหมือนแตงโมที่มีเปลือกสีเขียวแต่เนื้อแท้ข้างในเป็น “สีแดง” นั่นเอง การปราศรัยโจมตีของทหารกับ “ตำรวจ” เหมือนเป็นหนังคนละม้วน

น่าแปลกใจมั้ยครับว่า ทำไมตำรวจไม่อยู่ในลิสต์โพยคำด่าของคนเสื้อแดง เคยได้ยินคำว่า “ตำรวจมะเขือเทศ” มั้ยครับ คำคำนี้คนเสื้อแดงเขาเห็นว่าตำรวจก็คิดเหมือนกับพวกเขา ความหมายก็คงไม่ต่างจากทหารแตงโมนั่นแหละ

ถ้าถามว่าจริงมั้ยที่ตำรวจเป็น “คนเสื้อแดง” คำตอบก็คือ “จริง” และมีทีท่าจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เสียด้วย ปฐมเหตุที่พอสันนิษฐานได้เท่าที่รับฟังมาจากวงสนทนาสภากาแฟของจ่า ดาบ ผู้กอง ทั้งหลาย ก็มาจากความอยุติธรรมที่สังคมยัดเยียดให้คนสีกากีในเหตุการณ์สลายการชุมนุมวันที่ 7 ต.ค. 2551 นี่แหละคือชนวนจุดประกาย!

ปฏิกิริยาสะท้อนกลับที่ถูก “คนเสื้อเหลือง” โขกสับก่นด่าสารพัด แถมเหยียดหยามตำรวจต่างๆ นานา ยัดข้อหา “ตำรวจฆ่าประชาชน” ในเหตุคนเสื้อเหลืองบุกปิดล้อมรัฐสภา

แต่ในสายตาคนเสื้อแดงกลับเห็นใจตำรวจคอยให้กำลังใจ แม้แต่ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ก็ยังเด้งตกเก้าอี้ ผบ.ตร. จนอกสั่นขวัญแขวนไปทั้งกรมปทุมวัน เหตุเล็กๆ น้อยๆ ทางจิตวิทยานี้เอง ส่งผลให้หัวใจผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ไหลเทไปเข้าข้างเดียวกับคนเสื้อแดงไม่รู้ตัว

รัฐบาลเองก็รู้ดีว่าความเลวร้ายจากการปลด ผบ.ตร. รวมทั้ง พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว ผบช.น. และ พล.ต.ต.เพิ่มศักดิ์ ภราดรศักดิ์ ผบก.ภ.อุดรธานี ที่โดนหางเลขกันยกเข่ง ทำให้ตำรวจระดับปฏิบัติเริ่มแตกแถวและต่อต้านแนวคิดของ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแล สตช.แบบไม่เผาผี

การยึดพื้นที่คืนของรัฐบาลเมื่อวันที่ 10 เม.ย. จึงใช้กำลังทหารเป็นหลัก ชัดเจนมานานแล้วว่ายังไงตำรวจ “ไม่เอาด้วย” กับการสลายการชุมนุมเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

ฝันร้ายที่ยังติดในห้วงคิดของเหล่าผู้พิทักษ์คือ เกรงจะต้องโดนหางเลขกับการลงมือทำตามคำสั่ง “คนเป็นนาย” ที่ถูกชักใยจากนักการเมืองอีกที

ยิ่งในม็อบเสื้อแดงมีพ่อค้าหัวใจเอาแคมเปญ “มึงทำอะไรก็ถูก กูทำอะไรก็ผิด” ไปพิมพ์ผ้าคาดหัวขายผืนละ 20 บาท ปรากฏไปโดนใจผู้ชุมนุมเข้าเต็มๆ เลยขายดีเป็นเทน้ำเทท่า

แนวคิดนี้ไป “สะกิดใจ” คนในเครื่องแบบสีกากีเข้าอย่างจัง เพราะดันไปเหมือนกับชีวิตจริงตำรวจในเหตุการณ์คุมม็อบ “เสื้อเหลืองเสื้อแดง”

ดังนั้น จึงไม่แปลกประหลาด หากตำรวจจะเอนเอียงไปเลือกสีแดงในหัวใจ แต่เมื่อสวมเครื่องแบบตำรวจก็ต้องแยกแยะระหว่าง “ความชอบส่วนตัว” กับ “หน้าที่” ต้องดูแลความสงบเรียบร้อยในบ้านเมือง ข่มจิตข่มใจให้ดีคงไม่ใช่ปัญหาใหญ่ จะรักชอบสีไหนก็ว่ากันไป...

เรื่องความรู้สึกมันห้ามกันได้ที่ไหนล่ะครับ จริงมั้ยคุณตำรวจมะเขือเทศ!

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ