
ธีรภาพ โลหิตกุล จำลาแล้วเจ้าดอกแก้วเอย
เป็นนักเขียนสารคดีแถวหน้า เป็นช่างภาพฝีมือเยี่ยม เป็นนักเดินทางที่ไม่เคยคิดจะหยุดเดินทาง และล่าสุดเป็นเจ้าของรางวัลศรีบูรพาประจำปี 2556 ที่เพิ่งรับมอบในวันนักเขียน 5 พ.ค. ที่ผ่านมา
โดย...อัฏฐวรรณ ลวณางกูร
เป็นนักเขียนสารคดีแถวหน้า เป็นช่างภาพฝีมือเยี่ยม เป็นนักเดินทางที่ไม่เคยคิดจะหยุดเดินทาง และล่าสุดเป็นเจ้าของรางวัลศรีบูรพาประจำปี 2556 ที่เพิ่งรับมอบในวันนักเขียน 5 พ.ค. ที่ผ่านมา
“ธีรภาพ โลหิตกุล” คือ เจ้าของคุณสมบัติทั้งหมดข้างต้น
ชายผู้เป็นเจ้าของหนังสือรวมเล่มกว่าครึ่งร้อย คอลัมนิสต์ที่มีผลงานเขียนสม่ำเสมอ และนักจัดรายการวิทยุชื่อดัง เลือกมุมโปรดใต้ต้นแก้วหน้าบ้านย่านอินทามระ กทม. ในการพูดคุย
ใต้ต้นแก้วที่ทอดร่มเงาห่มม้าหินอ่อน เป็นมุมทำงานสุดโปรดของชายผู้นี้ ความคิดคำนึงเกิดขึ้นตรงนี้ แรงบันดาลใจและจินตนาการมากมาย รวมถึงเป็นที่พักวางจิตใจหลังเดินทางไปไหนมาไหนร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ
เขาเล่าว่า เป็นคนทำงานที่บ้านเป็นหลักและไม่ชอบอยู่ห้องแอร์ แต่ถ้านั่งในห้องทำงานนานๆ จะรู้สึกอุดอู้ จึงชอบมานั่งหน้าบ้านรับลมเย็นๆ เห็นกระรอกไต่สายไฟจากบ้านโน้นไปบ้านนี้ ดอกแก้วส่งกลิ่นหอม ก่อนจะร่วงเต็มพื้น ทำให้ได้ความคิดดีๆ มากมาย
ก่อนจะเป็นมุมทำงานเช่นทุกวันนี้ บริเวณนี้เคยเป็นบ่อปลามาก่อน จนเมื่อลาออกจากงานประจำ พ่อจึงถมบ่อปลา ทำเป็นที่นั่งให้ทำงานได้
แม้กระทั่งรั้วบ้านที่สมัยเด็กเคยเกลียดว่าเหมือนจองจำเราไว้ พอวันหนึ่งต้นพวงชมพูเพื่อนคู่ซี้กับต้นแก้วเลื้อยไปอิงแอบ ก็ทำให้เกิดแง่งาม และเข้าใจเหตุผลของพ่อที่ต้องการสร้างความมั่นคงอบอุ่นใจให้คนในบ้าน ทำให้รู้ว่าในชีวิตต้องพบคนที่เห็นแตกต่างมากมาย ต้องยอมรับความคิดคนอื่น และเราไม่ได้คิดถูกเสมอไป
“ธีรภาพ” เคยเขียนบทความเรื่องต้นแก้วริมรั้ว แสดงถึงความผูกพันต่อแก้วต้นนี้ ที่เคยอาศัยร่มเงานั่งดูภาพสถานที่ที่เคยเดินทางไป และทำให้เกิดเรื่องราวตามมา
แก้วต้นนี้ยังหยิบยื่นโอกาสให้คนผ่านทางได้หยุดพักใต้ร่ม และดอมดมกลิ่นหอมของดอกแก้วอย่างไม่หวงเนื้อหวงตัว
มุมโปรดใต้ต้นแก้วยังเคยต้อนรับผู้คนมากมาย ทั้งนักคิด นักเขียน กองบรรณาธิการของหลากหลายสำนักพิมพ์ที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมา
กระทั่งวันนี้ บ้านที่อบอุ่นแห่งนี้อายุล่วงเลย 44 ปีแล้ว แถมมีคอนโดมิเนียมผุดขึ้นสองข้าง เสียงก่อสร้างกลบเสียงนกร้อง และฝุ่นทรายกลายเป็นเพื่อนใหม่ ทำให้ออกมาหน้าบ้านน้อยลง แต่ก็ยังต้องออกมา เพราะเป็นที่ทางของจิตใจ
ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ “ธีรภาพ” รู้สึกว่า อาจถึงคราวที่ต้องหาที่ทางของชีวิตใหม่ เริ่มมองๆ บ้านหลังใหม่ไว้บ้างแล้ว แต่ไม่รู้จะหาต้นแก้วแบบนี้ได้ที่ไหน
“ใจหาย นึกๆ อยู่ว่าบ้านใหม่จะดีไหม แต่ต้องยอมรับว่า นี่เป็นความเปลี่ยนแปลงที่ไม่อาจหลีกหนีได้”
พูดถึงรางวัลศรีบูรพา ธีรภาพ บอกว่า เป็นรางวัลที่ยิ่งใหญ่ ขณะที่ตัวเองยังทำอะไรน้อยนักแต่ก็ดีใจ เพราะเป็นรางวัลที่ไม่ได้มองเฉพาะแง่วรรณศิลป์ ยังมองถึงสิ่งที่เราทำควบคู่ด้วย ซึ่งตลอดมาไม่ได้ทำงานแค่เลี้ยงชีวิตอย่างเดียว มีกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง ต้องการทำความดีให้กับสังคม ทำสารคดีเพื่อให้คนได้เรียนรู้และเข้าใจเพื่อนบ้านมากขึ้น







