
ทำงานยุคดิจิตอล ระวัง 4 จอร้าย ทำลายสายตา
ปัจจุบันเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทกับชีวิตประจำวันของเราทุกคนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และนับวันเรายิ่งถูกเทคโนโลยีเหล่านี้ผลักดันให้เราใช้สายมากขึ้นและนานขึ้นในแต่ละวัน โดยเราไม่รู้ตัวว่ากำลังทำร้ายสายตาอยู่
โดย...เสน่ห์จันทน์
ปัจจุบันเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทกับชีวิตประจำวันของเราทุกคนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และนับวันเรายิ่งถูกเทคโนโลยีเหล่านี้ผลักดันให้เราใช้สายมากขึ้นและนานขึ้นในแต่ละวัน โดยเราไม่รู้ตัวว่ากำลังทำร้ายสายตาอยู่
“นพ.อาทิตย์ เจียรนัยศิลาวงศ์” จักษุแพทย์ โรงพยาบาลพระราม 9 เปิดเผยว่า ไลฟ์สไตล์ของคนในวัยทำงานส่วนใหญ่มีแนวโน้มของการใช้คอมพิวเตอร์สูงขึ้น รวมถึงมีการใช้ดวงตาทำสิ่งต่างๆ มากมาย หรือแม้แต่ทำงานในที่ที่มีแสงสว่างไม่เหมาะสม ล้วนแล้วแต่ทำให้ดวงตาเกิดอาการล้า ไม่สบายตา ปวดกระบอกตา ตาพร่ามัว ตาแห้ง กล้ามเนื้อรอบดวงตาเกร็ง เคืองตา น้ำตาไหล ฯลฯ นอกจากจอคอมพิวเตอร์แล้ว ปัจจุบันเราอยู่ในยุคของ Gen S (Generation of Screen) ที่เป็นยุคแห่งโลกดิจิตอล ที่คนส่วนใหญ่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีมากขึ้น และอยู่ท่ามกลาง “จอ” รอบตัว ไม่ว่าจะเป็นจอคอมพิวเตอร์ จอแท็บเล็ต จอมือถือ และจอโทรทัศน์ ซึ่งนับวันแนวโน้มการใช้สายตาในการมองจอเหล่านี้ยิ่งจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
ดังนั้น ทางที่ดีที่สุดเราควรปกป้องและดูแลสุขภาพดวงตาอยู่เสมอ รับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพดวงตา และควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันและคอเลสเตอรอลสูง เพราะอาหารประเภทนี้อุดมไปด้วยอนุมูลอิสระที่จะไปทำลายเนื้อเยื่อในร่างกายให้เสื่อมสภาพได้ หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง เช่น แสงแดดจ้า ลมแรง การทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ การสูบบุหรี่ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือใช้สายตาในที่ที่มีแสงสลัวหรือแสงที่ไม่เหมาะสม
หากจำเป็นต้องทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ก็ควรนั่งในระยะห่างที่เหมาะสม ปรับแสงสว่างหน้าจอให้พอดี หยุดพักสายตาโดยการมองไปที่ไกลๆ เป็นระยะๆ เพื่อให้กล้ามเนื้อตาคลายตัว กะพริบตาถี่ๆ บ้าง เพื่อช่วยให้ตาชุ่มชื่น เพิ่มน้ำหล่อลื่นภายในดวงตา รวมถึงต้องพักผ่อนให้เพียงพอและออกกำลังกายเป็นประจำ เช่น วิ่ง ว่ายน้ำ หรือเดิน จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดที่ดวงตาดีขึ้น ช่วยให้มีสุขภาพตาที่ดี ควรไปพบจักษุแพทย์เพื่อตรวจเช็กสุขภาพดวงตาปีละครั้ง และหากมีอาการผิดปกติเกี่ยวกับการมองเห็น ตาแดง เคืองตา ควรรีบพบจักษุแพทย์







