posttoday
แก่อย่างมีสุข

แก่อย่างมีสุข

27 เมษายน 2556

ครั้งที่แล้วเราพูดถึงเมืองใหญ่ในบริบทของเมืองหลวงคนโสดกันไปแล้ว

โดย...นันทิยา วรเพชรายุทธ

ครั้งที่แล้วเราพูดถึงเมืองใหญ่ในบริบทของเมืองหลวงคนโสดกันไปแล้ว คราวนี้เรามาต่อเนื่องกับเรื่องที่เกริ่นไว้อย่าง “บ้านพักคนชรา” ให้จบประเด็นเรื่องโสดๆ กันดีกว่าค่ะ

ขอออกตัวกับบรรดามิตรรักทั้งหลายก่อนสักนิดว่า ที่มาของความคิดเรื่องนี้ไม่ได้มาจากความกังวลส่วนตัวแต่อย่างใด ไม่ต้องเป็นห่วงค่ะ แต่เป็นเพราะมีโอกาสได้ชมสกู๊ปข่าวของทีวีช่องหนึ่งพอดิบพอดี ซึ่งค่อนข้างตรงใจเมื่อเทียบกับข่าวสารเกี่ยวกับผู้สูงอายุในหลายๆ แหล่งที่เคยผ่านตา

โดยปกติแล้วคำว่าสังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) และบ้านพักคนชรามักได้รับการสื่อความหมายออกมาในแง่ลบ ทั้งความน่าสงสารของคนชราที่ไม่ได้อยู่กับลูกหลาน ไปจนถึงความไม่พร้อมในการเข้าสู่ยุคสังคมคนชราของประเทศไทย ซึ่งกำลังจะเข้าสู่ยุคสมัยดังกล่าวในอีก 10 ปีข้างหน้านี้แล้ว

ทว่ามุมมองส่วนในฐานะที่เป็นชนชั้นกลางมนุษย์เงินเดือนยุคเจนวาย ซึ่งพอจะเอาตัวรอดในสังคมนี้ไปได้นั้น การใช้ชีวิตหลังเกษียณสำหรับคนโสดไม่น่าจะเป็นเรื่องน่ากลัวอย่างนั้น ตรงกันข้าม อาจจะน่าสนุกด้วยซ้ำไปเมื่อนึกถึงว่าเรากำลังจะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับคนวัยที่พูดจาภาษาเดียวกัน

ภาพของผู้สูงอายุในอนาคตย่อมแตกต่างจากคนชราในยุคปู่ย่าที่เรารู้จัก พวกเราที่กำลังจะเป็นคนแก่ในอีก 20–30 ปีข้างหน้า โดยเฉพาะคนเมืองที่อาศัยอยู่ใน กทม. หรือตามหัวเมืองในต่างจังหวัด เป็นคนที่โตในยุคการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี รู้จักใช้อินเทอร์เน็ตหาความรู้และความบันเทิง รู้วิธีสร้างความสุขด้วยการท่องเที่ยว อ่านหนังสือ ฟังเพลง และอีกสารพัด

คนยุคใหม่ยังรู้จักสร้างความมั่นคงให้ชีวิตแบบที่ไม่ต้องพึ่งการแต่งงาน ด้วยการวางแผนออมเงินและลงทุน และยังหันมาใส่ใจเรื่องสุขภาพกันมากขี้นด้วย จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่อัตราการเกิดใหม่ของประชากรในหลายประเทศ จะลดต่ำลงอย่างต่อเนื่อง

จำนวนคนโสดที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนี่เอง ที่กำลังเปลี่ยนโฉมหน้าประชากรศาสตร์ (Demography)

ในอีก 30 ปีข้างหน้า (หากไม่เกิดสงครามโลกขึ้นเสียก่อน) บ้านพักคนชราหรือการดูแลผู้สูงอายุตามบ้าน อาจกลายเป็นธุรกิจที่ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ดในสังคมไทย และคนชราในยุคนั้นก็น่าจะเป็นกลุ่มคนที่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของชีวิต รู้จักวิธีที่จะมีความสุขตามประสาคนวัยเดียวกัน เช่นที่เห็นได้ในบางประเทศอย่างแถบสแกนดิเนเวีย ออสเตรเลีย และญี่ปุ่น

ประเทศแถบสแกนดิเนเวียหลายแห่งนั้น ขึ้นชื่อในเรื่องความเป็นรัฐสวัสดิการ และมีกองทุนบำเหน็จบำนาญที่ดีที่สุดในโลก เช่น เดนมาร์ก ซึ่งคว้าแชมป์ไปเมื่อปีที่แล้ว ส่วนออสเตรเลียก็มีระบบการดูแลผู้สูงอายุที่เลื่องชื่อ จนเป็นต้นแบบให้อังกฤษและอีกหลายประเทศศึกษาเป็นแบบอย่าง ขณะที่ญี่ปุ่นก็มีบ้านพักคนชราจำนวนมาก แม้ว่าจะไม่สามารถรองรับผู้สูงวัยได้ทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม ที่เขียนมาทั้งหมดนี้ใช่ว่าจะเป็นมุมมองแบบโลกสวยเพียงด้านเดียว แน่นอนว่าการจะมีชีวิตแสนสุขในบั้นปลายได้นั้นต้องเป็นคนที่วางแผนชีวิตมาก่อน รู้จักเก็บออม และดูแลสุขภาพ

เรื่องนี้ไม่ง่ายเลยสำหรับคนกรุงอย่างเราๆ ที่ต้องทำงานเครียด ใช้ชีวิตแข่งกับเวลา มีแต่ห้างสรรพสินค้าให้ใช้เงิน แถมยังเต็มไปด้วยการดื่มสังสรรค์ที่บั่นทอนสุขภาพและกระเป๋าสตางค์

นับหนึ่งตอนนี้ก็ยังไม่สายเกินไปนะคะ

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69