
ของสะสมเพิ่มคุณค่าตามวันเวลา
โสดแล้วทำอะไรดี? นี่อาจเป็นคำถามแทงใจดำสำหรับใครบางคน
โดย...จตุรภัทร หาญจริงณัฐพล ช่วงประยูร
โสดสนิทเก็บอะไรดี?
โสดแล้วทำอะไรดี? นี่อาจเป็นคำถามแทงใจดำสำหรับใครบางคน บางคนบอก โสดแล้วไม่อยากออกไปไหน ไม่อยากทำอะไร อยากอยู่เฉยๆ เพราะไม่อยากเห็นภาพบาดตาบาดใจนอกบ้าน แต่สำหรับหนุ่มโสดสาวโสด ที่ยืนยันว่าโสดสนิท เขามีความสุขกับการสะสมของจ้า ว่าแต่สะสมอะไร ต้องตามไปดู
ถ้าเอ่ยชื่อ “เอ๊ะอิศริยา สายสนั่น” คงนึกถึงนางเอกผิวสองสี หน้าหวาน ฝีมือครบรส แต่ ณ ตอนนี้ เธอเป็นผู้จัดละครน้องใหม่ เรื่อง ข้าวนอกนา ที่กำลังออนแอร์อย่างเข้มข้นทางช่อง 8 เธอยืนยันกับเราว่า ตอนนี้โสดสนิท ไม่มีใคร ยังไม่คิดมีใคร อีกทั้งยังสนุกกับการสะสม “น้ำหอม” ที่สะสมแบบไม่ได้ตั้งใจสะสม พอมารู้ตัวอีกที ก็มีน้ำหอมเยอะแยะมากมายเต็มไปหมด
“น้ำหอมของเอ๊ะมีเป็นร้อยๆ ขวด จนต้องใส่ตู้เก็บสะสม พอล้นตู้ ก็ต้องออกมาวางเรียงข้างนอก (หัวเราะ)”
อิศริยาบอกว่า กลิ่นของน้ำหอมคือปัจจัยสำคัญ ถ้าเป็นกลิ่นที่ใช่และชอบ ก็ซื้อ แม้ว่าแพ็คเกจจิ้งของน้ำหอมจะไม่สวย แต่ถ้าแพ็คเกจจิ้งสวย แต่ไม่ชอบกลิ่น ก็ซื้อเหมือนกัน แต่ไม่ใช้
“เอ๊ะจะค้นหาข้อมูลและราคาจากอินเทอร์เน็ตก่อน เพื่อเปรียบเทียบราคาที่เมืองไทย เมื่อมีโอกาสไปต่างประเทศ ก็จะซื้อเลย หรืออาจจะค้นหากลิ่นที่หายาก หรือทำออกมาเฉพาะกิจที่ไม่ได้มีขายในไทย แต่มีขายในที่ที่เราจะไป เมื่อไปถึงที่นั่น ก็จะไปซื้อ หรือไปถึงที่ แล้วถูกชะตา ทั้งกลิ่นและแพ็คเก็จจิ้ง อีกทั้งยังพึงพอใจราคา ก็จะซื้อมาค่ะ”
นอกจากนี้ อิศริยายังให้ความสำคัญกับกลิ่นน้ำหอมที่นำโชคดีๆ มาให้เธออีกด้วย
“น้ำหอมยี่ห้อ อลิซาเบธ อาร์เดน นี่เอ๊ะใช้มาตั้งแต่เด็ก เพราะใช้แล้วรู้สึกโชคดี มีความมั่นใจ ก็ใช้มาตลอด ทุกวันนี้ เขายังผลิตอยู่ ก็ซื้อมาใช้และเก็บสะสม”
อย่างน้ำหอมยี่ห้อ ครีด (Creed) อิศริยาชอบที่แพ็คเก็จจิ้ง เพราะสวยและไม่มีขายในเมืองไทย
“ยี่ห้อนี้ทำแพ็คเก็จจิ้งสวยมาก ไม่มีขายในเมืองไทย ตอนไปอยู่ที่อเมริกากับพี่สาว ก็ซื้อมาใช้ แต่ลืมกลับเอามาเมืองไทย ก็น่าเสียดายเหมือนกัน (หัวเราะ)”
อิศริยาทิ้งท้ายไว้ว่า การสะสมน้ำหอมเป็นความสุขทางใจ ทำให้ชีวิตโสดยังคงมีสิ่งอันเป็นที่รักอยู่คู่กับเรา เรารักอะไร เราก็อยากได้มาเป็นเจ้าของ เมื่อได้มาแล้ว แค่มองดู ก็ทำให้เรามีความสุข
มาที่ฝั่งของหนุ่มโสดหน้าใสสุขภาพดี “อรรณพ กิตติคุณ” ที่นอกจากจะมีความสุขกับการทำงานพิธีกร (ที่งานชุกไม่แพ้ใคร) มีความสุขกับการออกกำลังกาย มีความสุขกับการพาคุณพ่อคุณแม่ไปทานอาหารอร่อยๆ และเที่ยวต่างประเทศ เขายังมีความสุขกับการสะสม “หุ่นกระบอกพม่า” ที่ตอนนี้กำลังสะสมอย่างเอาจริงเอาจัง
“ตอนนั้นผมไปเป็นพิธีกรงานอีเวนต์ที่หนึ่ง พอดีมีคนนำหุ่นกระบอกพม่าที่มาจากรัฐฉานเอามาร่วมงานด้วย แล้วเขาขี้เกียจแบกกลับพม่า เขาเห็นผมสนใจ เลยถามผมว่าสนใจมั้ย ตอนแรกก็กลัวๆ กล้าๆ เพราะหุ่นกระบอกพม่าหน้าตาน่ากลัว และแอบคิดว่า ถ้าซื้อไปแล้ว ผีจะมาหลอกเราหรือเปล่า (หัวเราะ) แต่ก็ตัดสินใจซื้อเก็บไว้ ตอนนั้นซื้อมาประมาณ 2,500 บาท หลังจากนั้นไม่นาน พอได้ไปที่อ.แม่สาย จ.เชียงราย ก็ไปเห็นหุ่นกระบอกพม่าวางขายตามร้าน ซึ่งมีหลายแบบ และงานก็ละเอียดมาก เพราปักด้วยมือทั้งหมด สวยด้วย และผมก็ได้รู้ว่าร้านที่แม่สายนี่แหละว่า หุ่นกระบอกของพม่าจะแยกออกเป็นแบบที่เป็นนัต ที่เป็นเทพ กับงานที่เป็นของตกแต่งบ้าน เป็นงานศิลปะที่ไม่ได้มีครู ตรงจุดนี้เลยทำให้ผมสนใจที่อยากจะซื้อมาตกแต่งบ้าน แต่พอซื้อบ่อยเข้าๆ ก็ตกหลุมรัก และชื่นชอบ ทีนี้เลยตามไปซื้อถึงแหล่งผลิตที่มัณฑะเลย์ ประเทศพม่าเลย คราวนี้เอาจริงเอาจัง (หัวเราะ)”
นับตั้งแต่ซื้อมาตัวแรก จนมาถึงตอนนี้ อรรณพก็สะสมหุ่นกระบอกพม่ามาได้เกือบ 20 ตัวแล้ว และเขาก็ไม่เคยเจอเรื่องอาถรรพ์แต่อย่างใด เพราะเขาให้ความเคารพของของสะสม แม้ว่าจะไม่ได้เป็นสิ่งของที่เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็ตาม
“เวลาที่เราเก็บสะสมอะไร ผมว่า เราคงต้องเลือกจากความชอบ เมื่อได้สะสม ก็เหมือนการเพิ่มความสุขให้กับชีวิต สุขได้จัด ได้วาง ได้เก็บ ได้จับ ได้เอามาถ่ายรูปเล่นลงอินสตาแกรม (หัวเราะ)”
ในการสะสมหุ่นกระบอกพม่าในครั้งนี้ อรรณพมองการณ์ไกลไปถึงอนาคตข้างหน้าว่า ถ้าตัวเองไม่ได้ทำงานแล้ว ก็อาจจะเอาของสะสม (นอกจากหุ่นกระบอกพม่า อรรณพยังสะสมโมเดล และอื่นๆ อีกมากมาย) มาเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ของเก่า หรืออาจจะเปิดเป็นร้านกาแฟที่มีของเก่าให้ดู และขายของเก่าไปในตัว ถ้าหากใครคนสนใจซื้อ
ต้องรู้จักเลือกสะสมหลังเกษียณ
ในเมื่อเราเหนื่อย ทำงานหนักกันมาแล้ว ลงทุนก็แล้ว ทำกำไรก็แล้ว ใช้เงินไปกับสิ่งของสวยงาม ที่ตอบแทนความรู้สึก ความสุข สนุก อาจเป็นของสะสมที่รักในวัยเด็ก หรือของสะสมมากค่าที่หมายรวมการลงทุนเอาไว้ให้ลูกหลานได้ด้วย
เราได้คุยกับผู้ที่ลุยงานหนักมาตั้งแต่ 12 กับเงินมรดกที่พ่อแม่ทิ้งไว้หลังประสบเหตุร้ายทั้งคู่ “กิ๊ดกิตติชัย เตชะงามเลิศ” วันนี้เป็นหนุ่มวัย 40 ต้น ที่เกษียณตัวเองมาตั้งแต่อายุ 32 ก่อนจะมาเพิ่มพูนความมั่งคั่งจากการลงทุน หุ้น อสังหา ฯลฯ
“คนเรา สิ่งจำเป็นคือปัจจัย 4 และการลงทุนคือปัจจัยที่ 5 ถ้ารู้หนทางลงทุนที่ดี ภายภาคหน้าของเราก็จะมีมากกว่าคนอื่นเขา ยกตัวอย่างง่ายๆ ถ้าเราออมเงินปีละแสน เดือนละ 89 พัน 1 แสนหนึ่ง เวลาผ่านไป 2030 ปี เงินที่ออม เงินปลายทางจะไม่เท่ากัน ถ้าคนหนึ่งเอาแต่งฝากแบงก์ อีกคนหนึ่งเอาไปลงทุนกับอะไรที่ได้ผลตอบแทนดี”
นอกจากหุ้น บ้าน คอนโด ที่ดิน ที่เป็นทั้งของลงทุนและของสะสมในวัยเกษียณที่เร็วกว่าคนอื่นแล้ว กิ๊ด กิตติชัย ยังสมงานศิลปะ ทั้งภาพวาดจากศิลปินที่เริ่มจะดัง งานผ้าปักจากจีนและเวียดนาม งานไม้แกะสลัก เครื่องสำริด ทั้งรูปภาพและรูปปั้น วันนี้เขามาเปิดคอนโดย่านอโศกให้ได้ชมของสะสมบางส่วนของเขาที่เลือกมาเฉพาะภาพวาดและภาพผ้าปักกับเครื่องสำริดซึ่งมีรวมๆ กันกว่า 30 ชิ้น
เขาเล่าถึงจุดเริ่มต้นในการเก็บงานศิลปะว่า เริ่มมาจากภาพวาดมาก่อน ตั้งแต่ 10 ปีที่แล้วที่เริ่มเก็บภาพวาดสีน้ำมันจากศิลปินที่กำลังจะมีชื่องานยุคแรกๆ ราคาหมื่นกว่าบาทตอนนี้อยู่ที่ระดับหลายๆ หมื่นซื้อมา 56 ปีราคาตอนนี้ขึ้นมาหลายเท่าตัวแล้ว
ผลงานของ เทิดเกียรติ หวังวัชรกุล เป็นศิลปินไทยที่ไปได้รับรางวัลจากประเทศญี่ปุ่น และเริ่มดังมานับแต่นั้น จุดเด่นของเขาก็คือการวาดภาพบนสังกะสีด้วยสีน้ำมัน งานของเขาแปลกจะเป็นสีออฟไวต์ ไม่ใช้สีสันจัดจ้านมาก แต่สวยคลาสสิก ก่อนได้รางวัล งานของเขาหลักหมื่นพอมีรางวัลการันตี งานก็ขึ้นเป็นหลักแสน
อีกคนที่ประทับใจคือ วัณณา อยู่คง เดิมเขามีอาชีพมอเตอร์ไซค์รับจ้าง แต่เป็นคนชอบการวาดรูป ไม่เคยเรียนศิลปะที่ไหน หัดวาดเองมาเรื่อยๆจนสามารถมาแสดงผลงานร่วมกับศิลปินชื่อดังในงานแสดงเพื่อเทิดพระเกียรตินำเงินรายได้ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ มันน่าทึ่งมากสำหรับคนที่ไม่เคยเรียนแต่มาวาดภาพสีน้ำมันที่ดูเหมือนจริงได้ราวกับคนจบศิลปะมาเลย และขณะนี้เขาก็มาเป็นศิลปินอาชีพแล้ว
เขาบอกว่า อย่างงานของอาจารย์ถวัลย์ดัชนี เมื่อ 20 กว่าปีที่แล้วหาซื้อได้ในราคาหลักแสน แต่ปัจจุบันนี้มีหลายล้านก็หาซื้อยากแล้วคนที่มีอยู่ก็ไม่ปล่อยออกมา งานใหม่ๆ ก็มีออกมาน้อย เก็บไว้แค่ 10 ปี ราคาก็ขึ้นเกือบ 1,000 เปอร์เซ็นต์ "ไม่ต้องศิลปินดังเท่านั้นนะ ผมเคยไปได้ภาพเหมือนสีน้ำมันขนาดใหญ่มาจากพม่า เมื่อ3 ปีที่แล้ว สวยมาก ซื้อมาแค่หลักพันบาท กวาดมาได้ 10 กว่ารูป เจ้าของแกลเลอรีแห่งหนึ่งมาเห็นงานที่มี เขาขอซื้อรูปละ 2.5 หมื่นบาทรูปวาดสีน้ำมันถ้ารู้จักเลือกสักนิด เก็บไว้แค่ 45 ปี ราคาขึ้นหลายเท่าตัวแน่นอน" เขากล่าวอย่างมั่นใจ
หลังจากที่สะสมภาพวาดมาสักพักใหญ่เขาก็เริ่มสะสมภาพผ้าปักจากไหมจีน ที่มีความอ่อนช้อยสวยงาม มีมิติเล่นระดับ ซึ่งมีอยู่ 56 รูป ซึ่งขณะนี้งานฝีมือแบบนี้หายาก อย่างรูปใหญ่ซุ้มดอกไม้เขาซื้อมาจากเวียดนามราคาแสนต้นๆ "รูปนี้ใช้เวลาปัก 13 เดือน โดยศิลปินดังของเวียดนามและผู้ช่วยอีก 7 คน ซื้อเมื่อ6 ปีที่แล้ว คิดดูว่าวันนี้ค่าแรงก็ขึ้น ค่าวัตถุดิบก็ขึ้น ศิลปินก็แก่ลงไปทุกวัน งานแฮนด์เมดแบบนี้คนรุ่นใหม่ไม่อยากทำแล้ว มันใช้เวลานานมาก เขาไปทำงานโรงงานกันหมด แล้วแกลเลอรีนี้ (THU_XG_VIETNAM) ดังมากในเวียดนามประธานาธิบดี บิล คลินตัน ก็ไปชม สมเด็จพระเทพฯ พระองค์ท่านก็เสด็จฯ ไปทรงเยี่ยมชม งานของแกลเลอรีนี้เป็นที่ยอมรับมากในเรื่องผ้าไหมปักอีกภาพเป็นสิงโตพองสง่ามาก ได้มาจากแกลเลอรีที่เซี่ยงไฮ้ มีคนมาขอซื้อหลายแสนแต่ผมไม่ขาย เพราะไม่รู้ว่าจะหาได้อีกหรือเปล่า"
เมื่อสะสมรูปภาพมาได้สักพักใหญ่เขาได้เดินทางไปต่างประเทศบ่อยๆ เริ่มไปเห็นงานรูปปั้น บรอนซ์ ทองแดง รวมทั้งเครื่องสำริดของไทย ของเขมร มีทั้งของเก่าและของใหม่ถ้าเป็นของไทย ของเขมร ของจีน มักจะเป็นของเก่าอายุ 200300 ปี จนถึง 700 กว่าปีแต่ถ้าเป็นงานที่ได้จากอิตาลี สวิตเซอร์แลนด์จะเป็นงานใหม่ บางชิ้นก็ได้จากการไปประมูลมาบ้าง ไปงานของเก่าที่ริเวอร์ซิตี้บ้าง ราคาก็มีหลากหลายชิ้น เล็กก็ไม่แพงมาก ชิ้นใหญ่ก็แพง แต่บางชิ้นไม่ใหญ่แต่เก่าก็เลยแพงเหมือนกัน จะเก็บไปเรื่อยๆไม่ได้รีบร้อน ถ้าเจอสวยราคาเป็นที่พอใจก็ตัดสินใจซื้อทันที
งานพวกนี้มีเสน่ห์ ยิ่งเก่ายิ่งดูขลัง ไม่ต้องดูแลรักษามาก ปล่อยไว้ตามธรรมชาติ ของธรรมดาๆ ราคาขึ้นทุกปี แต่ถ้ามีแบรนด์หรือเป็นของศิลปิน ราคาจะขึ้นหลายเท่าเพียงไม่กี่ปี ยิ่งเก็บยิ่งมีมูลค่า ถือว่าได้ชื่นชมในเชิงศิลปะได้มูลค่าเพิ่มเป็นทางอ้อม เราอยากเปลี่ยนเป็นเงินก็มีตลาดรองรับของกลุ่มคนที่สะสมของพวกนี้ แบบว่าสุขใจด้วยถือเป็นการลงทุนอีกด้วย







