posttoday
ชวนค้นหา... @ ชินโตริ เจแปนนิส อาร์ต ควิซีน

ชวนค้นหา... @ ชินโตริ เจแปนนิส อาร์ต ควิซีน

26 เมษายน 2556

อ้อยอิ่งอยู่หลายวัน แต่ไม่รู้เป็นไรพอค่ำคืนวันศุกร์ทีไรกลับลิงโลดแทบจะกระโดด ผมเชื่อว่าหลายคนก็คงจะมีอาการเช่นนี้ อิอิ

โดย...ลีโอ เคน / ภาพ วิศิษฐ์ แถมเงิน

อ้อยอิ่งอยู่หลายวัน แต่ไม่รู้เป็นไรพอค่ำคืนวันศุกร์ทีไรกลับลิงโลดแทบจะกระโดด ผมเชื่อว่าหลายคนก็คงจะมีอาการเช่นนี้ อิอิ

พออาการนี้บังเกิดขึ้นในใจทีไรเป็นต้องยกโทรศัพท์โทรหาก๊วนสนิทแล้วหาที่นัดหมายปลายทางทุกทีไป

ค่ำนี้เพื่อนผมออกปากเสียงสั่น (ด้วยอาการดีใจ) ว่ามีสถานที่บำเรอความสุขที่ลึกลับชวนค้นหา และไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

สถานที่แห่งนี้มีนามว่า ชินโตริ เจแปนนิส อาร์ต ควิซีน (Shintori Japanese Art Cuisine) ตั้งอยู่ใจกลางเมืองพอดิบพอดี บนชั้น 18 ห้างสรรพสินค้าเซน นี่เอง

ทันทีที่พ้นลิฟต์แก้ว เราก็เจอะเจอกับบรรยากาศชวนสงสัย ไหนกันล่ะชินโตริที่ว่า และแล้วก็มีพนักงานต้อนรับพาเราเดินเข้าสู่ประตูบานใหญ่ที่เลื่อนเปิดอัตโนมัติ พ้นจากประตูพวกเราถึงกับตาค้าง เพราะบรรยากาศภายในชวนค้นหาจริงๆ โดดเด่นด้วยโทนสีดำขลับ ตัดกับสีเทา และปูนเปลือยผสานกันอย่างเนียนๆ และยังกว้างขวาง เพดานสูงโปร่ง แลเห็นพ่อครัวสวมชุดขาวกำลังวาดลีลาการปรุงอาหารอย่างขะมักเขม้น ด้านซ้ายเป็นครัวร้อน ส่วนด้านขวาเป็นครัวเย็น เสมือนกับว่าเรากำลังหลงเข้าไปโรงละครเวทีที่ไหนสักแห่งโดยมีบรรดาเชฟเป็นนักแสดง

การตกแต่งของที่นี่เป็นไปในคอนเซปต์มินิมัลลิสต์ ให้ความรู้สึกขรึมขลัง ทว่าสง่าและหรูหราอยู่ในที เรียกว่าเวิลด์คลาสแบบไร้ที่ติ พวกเราดูสงบ และยิ้มกริ่มอย่างมีความสุขกว่าเคยมา แล้วแอบเปรยกับตัวเองว่าค่ำคืนนี้ขอสวมบทโชกุนสักครั้งเถอะ (อิอิ)

พนักงานบริการเล่าให้เราฟังว่าบรรยากาศของที่นี่ตกแต่งเช่นเดียวกับอีก 3 สาขาคือ เซียงไฮ้ ปักกิ่ง และไทเป แต่แปลกใหม่ไม่เหมือนใครคือเรามีมุมอายวิว ที่มองเห็นกรุงเทพฯ ยามค่ำอย่างเต็มตา

หลังจากหาที่นั่งอันเหมาะ พร้อมทักทายกันชั่วครู่เราก็ไล่เปิดเมนู ทราบมาว่าอาหารของที่นี่จะเน้นทั้งแบบอิ่มตาและอิ่มใจแบบญี่ปุ่น ในสไตล์ฟู้ดดีไซน์ ที่มีเรื่องราวบอกเล่าผ่านหน้าตาและรสชาติ และยังมีเมนูตามวัตถุดิบที่มีชุกในช่วงนั้นๆ ที่สั่งตรงมาจากญี่ปุ่น เน้นความสดใหม่ทุกวัน มิน่าล่ะปลาดิบในชุดซาชิมิของที่นี่ถึงฉ่ำหวานนัก

เราเริ่มสั่งเมนูแรกเป็น แซลมอนสเต๊กหมักซอสมิโซะย่าง อาหารจานเบา ปลาแซลมอนหวานนุ่มหมักซอสมิโสะนำมากริล ราดด้วยซอสฮันนี่มิโซะตามด้วยผลไม้หั่นเล็กๆ ให้รสชาติเปรี้ยวอมหวานตัดความเค็มของซอสมิโสะได้เป็นอย่างดี

จานนี้เพื่อนผมโปรดนัก เนื้อลูกเต๋าหมักราดซอสมะกอกดำ เนื้อนุ่มฉ่ำแทบละลายในปากหมักด้วยซอสสูตรพิเศษ นำมากริลอีกครั้ง ราดด้วยซอสมะกอกดำ เสิร์ฟพร้อมมะเขือเทศกะเพรากรอบ วางบนรากไม้ญี่ปุ่น ให้ความหอมมัน อร่อยล้ำทีเดียวล่ะ

หรือจะเป็น ปอเปี๊ยะเป็ดปักกิ่งเสิร์ฟสไตล์เวียดนาม แป้งปอเปี๊ยะของเวียดนามยัดไส้ด้วยเป็ดปักกิ่ง ราดด้วยซอสปลาไหล แล้วเพิ่มรสชาติอีกระดับกับลิ้นวัวตุ๋นที่อร่อยคุ้ม

และที่ขาดไปเสียมิได้ก็คือ ซาชิมิสด เซ็ตใหญ่ในราคาเบาๆ ที่มีของส้ดสดมาให้ซัดกันอย่างเต็มที่ อย่าง โอทาโร่ หอยแครง กุ้งหวาน กระพงขาว หอยเชลล์ แซลมอน ปลาฮิราเมะ และฮามาจิ โอวว์...อร่อยหวานจนต้องสั่งเบิ้ล

พวกเราไม่หลงลืมสั่งเครื่องดื่มมาเสริมรสอาหาร นอกจากจะมีเครื่องดื่มแน่นเอียดทุกอย่าง ยังมีค็อกเทลที่ได้รับรางวัลระดับโลกมาเสิร์ฟอีกต่างหาก และที่แน่ๆ ยังมีสาเกชั้นดีที่คัดสรรแล้วมาเอาใจกันเพียบ

ค่ำนั้นเราได้ลิ้มรสของ เจแปนนิสทีไทม์ เอาความเป็นญี่ปุ่นมาชูโรงด้วย โซจู ลิเคอร์ เนื้อของสับปะรด ผสมกันจนโดดเด่น อีกแก้วเป็น คิทิซึไฟฟ์ ได้แรงบันดาลใจมาจาก 5 ฤดูกาล ตามแบบฉบับความงามของญี่ปุ่น ด้วยส่วนผสม 5 อย่าง และไม่ควรพลาดกับชุดสาเก ที่ใส่แก้วช็อตมาให้เลือกลิ้มรส 4 ชนิดด้วยกัน ถ้าชอบตัวไหนเป็นพิเศษก็สามารถสั่งเป็นขวดได้เลย

ยิ่งเลยพลบค่ำ ยิ่งเพลิดเพลิน เพลงญี่ปุ่นโมเดิร์นคลอเคล้ากับการดื่มสาเก ยิ่งบันเทิงอารมณ์ วันนั้นเราละการพูดจาโปกฮาตามประสาผู้ชาย แล้วสวมบทโชกุนเสียเนียนสนิท ก่อนบอกลาชินโตริอย่างแสนสุข และบอกย้ำว่าจะกลับมาซ้ำกันอีกไม่นาน อิอิ

ร้านเปิดเวลา 17.30 น. ไปจนถึงเที่ยงคืน โทร. 02-100-9000

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน