
@Life
ประเทศไทยมีสัดส่วนผู้สูงอายุสูงที่สุดในอาเซียนและกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์แบบ
โดย...ราศีสิงห์
5 อ. ไม่ต้องรอแก่
ประเทศไทยมีสัดส่วนผู้สูงอายุสูงที่สุดในอาเซียนและกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์แบบ เนื่องจากผู้สูงอายุของไทยที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป มีมากถึง 14% ซึ่งมีผลมาจากความก้าวหน้าด้านการแพทย์และสาธารณสุขของประเทศทำให้อัตราการเกิดน้อยลง ประชากรมีอายุยืนมากขึ้น คาดอีก 20 ปีข้างหน้าไทยจะมีผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป 30% ปัจจุบันพบว่ามีการเตรียมความพร้อมเพื่อเป็นผู้สูงอายุอย่างมีคุณภาพน้อยมาก และผู้สูงอายุมีพฤติกรรมสุขภาพที่ดีน้อยมากเช่นกัน ซึ่งหากไม่มีการเตรียมความพร้อมรับมืออาจส่งผลกระทบทั้งด้านสุขภาพ เศรษฐกิจและสังคมในอนาคตแน่นอน นพ.ธีรพล โตพันธานนท์ รองอธิบดีกรมอนามัย จึงแนะนำเคล็ดลับการดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุด้วยหลัก 5 อ. ประกอบด้วย
อ.อาหาร : กินอาหารให้หลากหลาย ได้สัดส่วนเพียงพออิ่ม ครบ 5 หมู่ เน้นย่อยง่ายและสะอาด อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง เช่น อาหารที่มีไขมันสูง หวานจัด เค็มจัด และเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
อ.ออกกำลังกาย : ทุกส่วนสัด กระตุ้นจังหวะการเต้นของหัวใจ ควรเคลื่อนไหวออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและเหมาะสมหลากหลายวิธี เช่น ยืดเส้นยืดสาย ยืดเหยียด ช่วยให้กล้ามเนื้อแข็งแรง เดินเร็ว ขี่จักรยาน เป็นต้น และหลีกเลี่ยงการออกแรงเกินกำลัง ความเร็วสูง เกร็ง เบ่ง ยกน้ำหนัก การอยู่ในสถานที่ที่ร้อนอบอ้าว อากาศไม่ถ่ายเท และอยู่กลางแดดจ้า
อ.อารมณ์ : อารมณ์รื่นเริงยินดี ชีวีสดใสด้วยรอยยิ้ม จิตแจ่มใส มองโลกในแง่บวก ไม่เครียด ช่วยเหลือให้คำแนะนำแก่ลูกหลาน คนรอบข้าง
อ.อดิเรก : สร้างสรรค์งานอดิเรก เพิ่มพูนคุณค่า เกื้อกูลสังคม หากิจกรรมอดิเรกที่ชอบ ทำแล้วเพลิดเพลินและมีคุณค่าทางจิตใจ เช่น อ่านหนังสือธรรมะ ฟังเทศน์ พบปะสังสรรค์ ให้คำปรึกษา ฟังเพลง ปลูกต้นไม้
อ.อนามัย : สร้างอนามัยดี ชีวีมีสุข นำพาอายุยืนยาว สร้างเสริมพฤติกรรมสุขภาพที่ดี หมั่นตรวจและรักษาสุขภาพ ปฏิบัติตนให้ถูกสุขลักษณะ ควรตรวจสุขภาพอย่างน้อยปีละครั้ง ดูแลช่องปากและฟัน งด ละ เลิกอบายมุข บุหรี่ เหล้า ของมึนเมาและสารเสพติด
เคล็ดลับดีๆ นี้คงไม่ต้องรอให้แก่ อายุ 60 ปีขึ้นแล้วค่อยลงมือทำ แต่เราสามารถลงมือทำได้ตั้งแต่ยังหนุ่มยังแน่น ยังสาวยังแข็งแรง เพราะต่อไปเมื่อเป็นคนแก่ก็เป็นคนแก่คุณภาพดี
นมอุ่นดีต่อสุขภาพ
นม ไม่ว่าจะเป็นนมจากพืชหรือจากสัตว์ดีต่อสุขภาพทั้งนั้น เพราะอุดมไปด้วยโปรตีนและแคลเซียม และเพื่อสุขภาพที่ดีคนเราควรดื่มนมอย่างน้อยวันละหนึ่งแก้วไม่ว่านมเย็นหรืออุ่นก็ได้ แต่รู้ไหมว่าการดื่มนมอุ่นประมาณ 37 องศาเซลเซียส หรือเท่ากับอุณหภูมิร่างกายเราเองจะมีผลดีมากที่สุด เนื่องจากโปรตีนและแคลเซียมจากนมจะสามารถแตกตัวได้ดีกว่าการดื่มนมเย็น นอกจากนี้การดื่มนมอุ่นยังส่งผลช่วยในการขยายหลอดเลือดฝอย ส่งผลให้สารอาหารต่างๆ ที่ลำเลียงผ่านหลอดเลือดเดินทางไปได้ดีขึ้นอีกด้วย
ดูอย่างไรให้รู้ว่ายาเสื่อม
หลายคนชอบเก็บยารักษาโรคไว้นานๆ แล้วเวลาจะใช้ก็ไม่ได้ดูว่ายานั้นเสื่อมคุณภาพและหมดอายุ เมื่อกินแล้วก็อาจเป็นอันตรายต่อชีวิตได้ รศ.นพ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มีคำแนะนำในการดูก่อนใช้ว่า ยาเม็ดแคปซูล แคปซูลมักจะบวมโป่ง ภายในแคปซูลจะสังเกตเห็นผงยาเปลี่ยนสี อาจมีเชื้อราขึ้นที่เปลือกแคปซูล จับกันเป็นก้อนแถมมีสีที่เปลี่ยนไป ยาเม็ด เมื่อหมดอายุมักมีสีเปลี่ยนไป ซีดจางลง แตกกร่อน เป็นผงง่าย ยาเม็ดที่เป็นแบบเคลือบน้ำตาลเม็ดยามักดูเยิ้มเหนียว มีกลิ่นหืนๆ บูดๆ
ขณะที่ยาน้ำแขวนตะกอน เช่น ยาคล้ายแป้งน้ำใช้ทาแก้คัน ยาลดกรด ถ้าเสื่อมจะตกตะกอน จับกันเป็นก้อน เกาะติดกันแน่น เขย่ายังไงก็ไม่กระจายตัว กลิ่น สี หรือรสเปลี่ยนไปจากเดิม ยาน้ำเชื่อมจะกลายเป็นสีขุ่นๆ ตกตะกอน เห็นเป็นผงๆ ไม่ละลาย และอาจมีกลิ่นเหม็นเปรี้ยว ส่วนยาขี้ผึ้งและครีมถ้าเสื่อมจะพบเนื้อยาแห้งแข็ง หรือสีเปลี่ยนไปจากเดิม
สำหรับยาหยอดตา เป็นยาที่มีอายุจำกัด จึงมักนำมาหยอดตาทั้งๆ ที่เก่าเก็บเป็นปี การหยอดใกล้ตาอาจเกิดการปนเปื้อนจากขี้ตาหรือจากมือผู้ใช้ได้ง่าย ทางที่ดีอย่าเก็บนานสัก 1 เดือนในตู้เย็น หากไม่ได้ใช้ให้เคลียร์ทิ้ง ขณะยาที่ได้จากโรงพยาบาลใส่ถุงซิปมาให้ไม่มีวันหมดอายุ ใช่ว่าจะใช้ได้ 5 ปี แต่วันหมดอายุอยู่ที่กระป๋องยา โรงพยาบาล คลินิกมักจะไม่ได้เขียนไว้ในซองยาให้ ดังนั้น หากเป็นยาเม็ดที่เหลือค้างไว้ที่บ้านอย่าเก็บไว้เกิน 1 ปี หากเป็นยาน้ำที่ไม่ใช่ยาแก้อักเสบสัก 3 เดือน ทิ้งเลยจะดีกว่า
ท้องว่างอย่ารับประทานส่งเดช
เวลาท้องว่างมีคนจำนวนไม่น้อยที่เห็นมีอาหารอะไรตรงหน้าก็มักจัดการลงกระเพาะเรียบ แต่ทราบไหมว่าขณะท้องว่างแล้วกินอาหารบางอย่างเข้าไปอาจส่งผลร้ายต่อสุขภาพได้ เช่น กล้วย ซึ่งอุดมไปด้วยธาตุแมกนีเซียม เมื่อกินขณะท้องว่างจะทำให้ปริมาณธาตุแมกนีเซียมในเลือดสูงขึ้น ทำให้สูญเสียสัดส่วนของแคลเซียมและแมกนีเซียมไป ทั้งยังยับยั้งการทำงานของหลอดเลือดหัวใจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ น้ำตาลหรืออาหารหวาน อาทิ น้ำอัดลม ช็อกโกแลต จะทำให้โปรตีนรวมตัวกับน้ำตาลส่งผลต่อการดูดซึมโปรตีนทุกชนิด และลดสมรรถภาพการทำงานของระบบหมุนเวียนเลือดและไต ชาที่แก่เกินไปทำให้กรดเกลือในน้ำย่อยในกระเพาะอาหารเจือจาง ส่งผลให้การทำงานของระบบย่อยอาหารลดลงและเกิดอาการใจสั่น เวียนศีรษะ มือเท้าไม่มีแรง นอกจากนี้ยังมีกระเทียม นมและนมถั่วเหลือง แม้แต่ลูกพลับโดยกระเพาะอาหารจะหลั่งกรดเกลือออกมามากหากไปรวมตัวกับยางและสารแขวนลอยในลูกพลับแล้วจะทำให้เจ็บหน้าอก คลื่นไส้ และเป็นแผลในกระเพาะอาหารได้







