
ให้หลักธรรมเพื่อพิจารณารู้แจ้งในปัญหาของโลก!! (ตอน ๑)
ไม่ทราบว่าพระอาจารย์พอจะนั่งทางในบอกกล่าวได้หรือไม่ว่า
โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส
ปุจฉา
“ไม่ทราบว่าพระอาจารย์พอจะนั่งทางในบอกกล่าวได้หรือไม่ว่า “กรณีประเทศกัมพูชายื่นคำขอให้ศาลโลกตีความคำพิพากษาคดีปราสาทเขาพระวิหาร ปี ๒๕๐๕...” เพื่อต้องการถือสิทธิเหนือปราสาทเขาพระวิหารและพื้นที่โดยรอบจะมีข้อยุติอย่างไร!? ใครจะเป็นฝ่ายชนะระหว่างไทยกับเขมร!?
ขอพระอาจารย์ช่วยแสดงความเห็นตามที่สามารถบอกกล่าวได้เพื่อประโยชน์แก่ชาวไทย”
วิสัชนา
ขอเจริญพรสาธุชนผู้มีศรัทธาในพระพุทธศาสนา จากปุจฉาดังกล่าวไม่ใช่เรื่องของสมณะในพระพุทธศาสนา ที่ควรจะเข้าไปวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องของโลก ที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติสมณธรรมอันมุ่งสู่ความสิ้นทุกข์ ซึ่งหมายถึงการออกจากความเกี่ยวเนื่องหลุดพ้นจากพันธนาการของโลก ปุจฉาดังกล่าวจึงไม่ใช่เรื่องที่อาตมาควรเข้าไปชี้แจงแสดงความเห็น เพราะเป็นเรื่องของชาวโลก จึงไม่ควรนำมาเป็นหัวข้อสนทนาของพระภิกษุสงฆ์ในพระพุทธศาสนา
ดังมีเรื่องเกิดขึ้นในสมัยที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร กรุงสาวัตถี สมัยนั้นภิกษุที่จำพรรษาอยู่ เมื่อกลับจากบิณฑบาต ฉันภัตตาหารแล้วนั่งประชุมกันที่หอฉัน สนทนากันถึงเรื่องต่างๆ นานาตามที่ได้ไปรู้ไปเห็นมาจากในพระนครสาวัตถี แต่ละเรื่องก็เป็นเรื่องโลกๆ เช่น พูดถึงพระราชา เรื่องโจร เรื่องมหาอำมาตย์ เรื่องกองทัพ เรื่องภัย เรื่องกรรม เรื่องข้าว เรื่องน้ำ เรื่องผ้า เรื่องที่นอน เรื่องดอกไม้ เรื่องของหอม เรื่องญาติ เรื่องยานพาหนะ เรื่องหมู่บ้าน เรื่องนิคม เรื่องชนบท เรื่องนคร เรื่องสตรี เรื่องบุรุษ เรื่องเด็กชาย เรื่องเด็กหญิง เรื่องความกล้าหาญ เรื่องถนน เรื่องท่าน้ำ เรื่องคนที่ล่วงลับไปแล้ว เรื่องโลก เรื่องทะเล เรื่องความเจริญความเสื่อม เรื่องป่า เรื่องภูเขา และเรื่องเบ็ดเตล็ดต่างๆ... ซึ่งแต่ละเรื่องมิได้เป็นไปเพื่อการศึกษาปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม เพื่อประโยชน์โดยธรรม อันมีที่สุดคือพระนิพพาน เรียกการพูดคุยสนทนาในเรื่องดังกล่าวว่าเป็นดิรัจฉานกถา มีทั้งสิ้น ๓๒ ประการตามที่แจกแจง
อ่านต่อฉบับพรุ่งนี้







