posttoday
ทีเด็ด ‘จเด็จ กำจรเดช’

ทีเด็ด ‘จเด็จ กำจรเดช’

22 เมษายน 2556

โดย...อินทรชัย พาณิชกุล&

โดย...อินทรชัย พาณิชกุล&<2288;

หลังถูกแปะป้ายประทับตรานักเขียนซีไรต์ ชีวิตของ จเด็จ กำจรเดช มิต่างอะไรจากนกไร้รัง

ไม่อยู่เป็นหลักแหล่ง เลือกที่จะออกร่อนเร่พเนจรไปตามหัวใจเสรี วาดรูป พบปะเพื่อนฝูง และเขียนหนังสือ

วันนี้เขากลับมาอีกครั้ง พร้อมผลงานพ็อกเกตบุ๊กเล่มใหม่ เป็นกวีนิพนธ์เล่มบางๆ ชื่อว่า “ผู้ออกแบบเส้นขอบฟ้า” สำนักพิมพ์ผจญภัย รวบรวมสี่สิบเอ็ดบทกวีไร้ฉันทลักษณ์ รังสรรค์ถ้อยคำเรียบง่าย ไม่เลิศหรูอลังการ ทว่าเปี่ยมเสน่ห์ ทรงพลัง แฝงด้วยแง่คิดเชิงปรัชญา ความรัก ความเศร้า ความฝันจินตนาการ

“ผมไม่ได้เรียกมันว่าเป็นบทกวี แค่เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในหัว วาดภาพที่เห็นออกมาในรูปแบบที่คิดว่าง่ายต่อการสื่อสารให้ตรงกับความคิดที่สุด ถ้ามันจะเป็นบทกวี ก็เป็นบทกวีโดยตัวของมันเอง โดยที่ไม่ได้ไปพยายามทำให้มันเป็น ผมก็ดีใจที่มันแตกต่างและให้ความหมายของคำว่าบทกวีในอีกมิติหนึ่ง ไม่เคร่งครัดภาษา ไม่ต้องสวยงาม”

ผู้ออกแบบเส้นขอบฟ้า เล่มนี้บรรจุสารพัดเรื่องราวสามัญธรรมดาที่พบเจอได้ในชีวิตประจำวัน แต่ความสามารถพิเศษเฉพาะตัวของ จเด็จ ซึ่งเป็นที่ยกย่องว่ามักทำให้เรื่องเล่าเล็กๆ ที่คนทั่วไปไม่ทันสังเกต กลายเป็นเรื่องมหัศจรรย์ได้ ด้วยการออกแบบมุมมอง ความคิด จินตนาการ แล้วนำมาจัดวางองค์ประกอบเสียใหม่ แต่งแต้มสีสันใหม่ จนเกิดเป็นเรื่องราวแปลกใหม่ น่าตื่นตาตื่นใจ

“ผมพยายามไม่ให้ภาษาถูกตีกรอบไว้เพียงแค่รูปแบบเดิมๆ และกักขังความหมายไว้ในกรอบจนเกินไป ผู้ออกแบบเส้นขอบฟ้า ขยายความคิดผูกโยงโลกทุกโลกไว้ด้วยกัน โลกเทคโนโลยีและโลกจิตวิญญาณ ความตายและการอยู่

คำว่า ผู้ออกแบบเส้นขอบฟ้า ผุดขึ้นมาในช่วงเวลาหนึ่ง ขณะนั่งมองทะเล ในมือถือปากกาเพื่อจะเขียนอะไรสักอย่าง ผมเปิดเพลงทิ้งและจดมันทุกอย่างทุกคำที่แวบขึ้นมาในหัว

ตอนนั้นผมเห็นโลกที่ถูกแบ่งด้วยเส้นนี้ เห็นมันทุกที่ ในเมือง หรือที่ไหนๆ ก็ยังมองเห็น นึกเล่นๆ ว่าเพราะมีคนออกแบบโลกไว้แบบนี้หรือเปล่า โลกที่มีเส้นระดับสายตากั้นบนและล่าง กั้นน้ำกับฟ้าเอาไว้ โลกจึงเป็นแบบนี้ ผมเคยเรียนวิชาออกแบบ เราเขียนแบบโดยใช้เส้นระดับสายตากำหนดสิ่งของที่จะออกแบบ เพราะมันจะเป็นที่วางจุดรวมสายตา เส้นทุกเส้นจะออกมาจากจุดนั้น นั่นเป็นโลกในกระดาษเขียนแบบ แต่โลกจริง ใครกันออกแบบเส้นขอบฟ้า ทำให้เราขีดเขียนความหมายของมันแตกต่างกัน” เขาว่า

คล้ายกับเวลาเล่นเฟซบุ๊กแล้วไปเจอสเตตัสสั้นๆ กระชับได้ใจความ รู้สึกประทับใจ จนอดไม่ไหวต้องคลิกกดไลค์กดแชร์ ความรู้สึกดังกล่าวเป็นความรู้สึกเดียวกับการได้อ่านกวีนิพนธ์เล่มนี้ ตั้งแต่เรื่องชีวิต ความรัก ความเศร้า ความเจ็บปวดรวดร้าว จินตนาการอันฟุ้งฝันในโลกส่วนตัว ถ้อยรำพันต่างๆ นานา จนถึงปรัชญาลึกซึ้งคมคาย ล้วนชวนให้ขบคิดใคร่ครวญ

นักเขียนซีไรต์คนดังเล่าถึงการทำงานในรูปแบบกวีนิพนธ์ครั้งนี้ ซึ่งแตกต่างไปจากเรื่องสั้นและนวนิยายที่เขาถนัดว่า รู้สึกสนุกอย่างที่สุด เพราะไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องดีเลิศ เหมือนกำลังคิดค้นทดลองเทคนิคกลวิธีการเขียนใหม่ๆ

“หลังได้รางวัล ผมไม่มีโอกาสได้เขียนอะไรยาวๆ เลย แต่ระหว่างเดินทาง ระหว่างที่ตื่นนอนในห้องซึ่งเปลี่ยนที่นอนเกือบทุกวัน ตอนเช้าๆ บนเตียงของโรงแรม มันจะมีความคิดและกลุ่มคำสั้นๆ ปรากฏในหัว ผมใช้วิธีบันทึกสั้นๆ แล้วโพสต์ลงเฟซบุ๊ก บางทีเขียนลงบนสเตตัสเลย

งานชุดนี้ส่วนมากลงเฟซบุ๊ก ในช่วงเวลาจำกัด พื้นที่จำกัด และเราต้องแชร์ความรู้สึกกับคนอื่นๆ ทันทีที่เขียน มันสดมากในแง่ของการทำงาน ความคิดและคำก็เกิดขึ้นอย่างฉับพลันทันใด

การเขียนลงเฟซบุ๊กกลายมาเป็นตัวกำหนดรูปแบบของงานด้วย อย่างแรกคำมันต้องห้วนสั้น แม้ว่าจะให้ภาพเพริศแพร้วแต่มันต้องสั้นๆ ต่อมาเราเขียนโดยรู้สึกว่ามีคนกำลังอ่าน จึงพยายามสื่อสารให้เข้าใจง่าย”

กวีนิพนธ์เล่มแรกในชีวิต จเด็จ ยอมรับว่า เป็นเพียงหนึ่งในรูปแบบการทำงานที่พยายามจะไม่ให้ซ้ำรอยเดิม

“รู้ดีว่ามันยังไม่สุกงอม อย่างที่บอกว่าผมพยายามปลูกต้นไม้ต้นหนึ่งซึ่งผมตัดต่อพันธุกรรมใหม่ ตัดต่อยีนใหม่ และมันให้ผลที่ยังฝาดเฝื่อนไปบ้าง ถ้าถามว่าพอใจไหม ก็บอกว่าพอใจมากกับภาพที่มันปรากฏ มันอาจจะมีคนหลงรักมันพอๆ กับที่มีคนเกลียดชังมัน แต่ผมหวังว่ามันอาจจะเป็นแรงบันดาลใจให้ใครสักคนลุกขึ้นมาเขียนบทกวีมากขึ้น ในรูปแบบและความหมายที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น”

จเด็จ จบการสนทนาอย่างกระชับจับใจ ตรงไปตรงมาชัดเจนทุกประโยค ทุกถ้อยคำ เช่นเดียวกับบทกวีนิพนธ์ชื่อผู้ออกแบบเส้นขอบฟ้าเล่มนี้ของเขา

จเด็จ กำจรเดช เป็นนามปากกาของ สถาพร จรดิฐ เกิดวันที่ 21 พ.ย. 2518 ที่ จ.สุราษฎ์ธานี จบการศึกษาที่วิทยาลัยศิลปหัตถกรรม นครศรีธรรมราช ปัจจุบันเป็นนักเขียนอิสระ

ก้าวสู่วงการวรรณกรรมครั้งแรก เมื่อปี 2545 หลังเรื่องสั้นเรื่องแรก “ฉัตรเก้าชั้น” ได้ตีพิมพ์ลงในนิตยสารชาวกรุง ปี 2551 รวมเรื่องสั้นทำมือ “หนุมานเหยียบเมือง” ได้รางวัลรองชนะเลิศ ไทยแลนด์ อินดี้ อวอร์ด 2008 และในปี 2554 รวมเรื่องสั้นเล่มแรก “แดดเช้าร้อนเกินกว่าจะนั่งจิบกาแฟ” ได้รับรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน หรือซีไรต์

ปัจจุบันกำลังเขียนนิยายเรื่อง “ไปกินมื้อเช้าที่ดาวพลูโต”

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ