
เตรียมตัวให้ต้นคริสมาส
แม้บรรยากาศของคริสต์มาสและปีใหม่จะล่วงเลยไปหลายเดือน แต่
โดย...ม.ล. จารุพันธ์ ทองแถม
แม้บรรยากาศของคริสต์มาสและปีใหม่จะล่วงเลยไปหลายเดือน แต่สำหรับหลายประเทศในยุโรปกลับยังจมอยู่ใต้กองหิมะหนาเตอะ จนต้องใช้รถไถหิมะออกจากถนน หลายบ้านไม่มีไฟฟ้าเสียด้วย นึกแล้วต้องขอบคุณที่อยู่ในเมืองไทย แม้ร้อนแสนร้อน หากรู้จักขวนขวายอาจพบหนทางบรรเทาร้อนได้ไม่สิ้นเปลืองนัก
เมื่อกล่าวถึงพืชที่มีความหมายสำหรับเทศกาลงานรื่นเริงช่วงคริสต์มาสและปีใหม่ คงไม่มีอะไรเกินต้นคริสต์มาส หรือ พอยเซตเตีย (Poinsettia) ไปได้ หลังปีใหม่แล้วพอเข้าฤดูร้อน ผู้ที่ปลูกต้นไม้ชนิดนี้แถบภูเรือ จ.เลย จะเตรียมการตัดแต่งกิ่งเพื่อเสริมการเจริญเติบโตทางต้นและใบให้สมบูรณ์ เพื่อผลิตต้นคริสต์มาสไว้จำหน่ายในปีถัดไป พูดง่ายๆ คือ ต้องให้พืชชนิดนี้ได้เจริญเติบโตสะสมอาหารให้สมบูรณ์พอจะได้เอาไว้จำหน่ายเป็นรายได้หลักของชาวภูเรือที่ทำกันในทุกๆ ปี ไม่แพ้คนเชียงใหม่และเชียงรายเลยทีเดียว
ต้นคริสต์มาสนั้นมีความหมายมากกว่าสัญลักษณ์แห่งวันหยุดและความรื่นเริงในเทศกาลปีใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับคนอเมริกันแล้ว เขาถือว่าต้นคริสต์มาสเป็นไม้ดอกที่ได้รับความนิยมจากผู้คนทั่วไปให้ซื้อหากันไปตั้งประดับบ้านและสำนักงานกันอย่างแพร่หลาย ยิ่งกว่าไม้ดอกไม้ประดับใดๆ ทั้งนั้น
ก็เช่นเดียวกับที่คนไทยใช้ต้นและดอกมะลิในเทศกาลวันแม่ ฝรั่งใช้ต้นอีสเตอร์ลิลี่เป็นพืชสัญลักษณ์วันอีสเตอร์หรือวันขอบคุณพระเจ้า และวันวาเลนไทน์ หากผู้ใดละเลยดอกกุหลาบแดงสักช่อสำหรับสาว ก็คงจะเป็นชีวิตหนุ่มที่จืดชืดไม่น้อย ดังนั้นจึงนึกไม่ออกเลยว่าวันหยุดยาวช่วงเทศกาลปีใหม่จะขาดต้นคริสต์มาสไปได้อย่างไร
ต้นไม้ที่เกี่ยวข้องกับคริสต์มาสนี้เป็นไม้ท้องถิ่นในเขตแทกซ์โก (Taxco) ในเม็กซิโก ที่นั่นปลูกไม้ชนิดนี้โดยชาวอัสเทกซ์ (Aztecs) นานก่อนหน้าชาวยุโรปจะเข้ามาเยือนเสียอีก ชนอัสเทกซ์นับถือไม้ชนิดนี้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์ผุดผ่อง และใช้สีแดงอมม่วงของใบประดับมาย้อมผ้า และยังสกัดยาแก้ไข้จากน้ำยางลาเทกซ์ของมันอีกด้วย
นิยายปรัมปราจากต้นคริสต์มาส
นิยายเรื่องนี้เกิดขึ้นจากเจ้าพอยเซตเตียหรือต้นคริสต์มาสนี้ โดยเขาเล่าว่าครั้งหนึ่งนานมาแล้วมีเด็กหญิงชาวเม็กซิกัน ชื่อหนูเปปิตา ไม่อาจหาของขวัญให้กับทารกพระไครท์ในวันคริสต์มาสอีกได้ ดังนั้นเธอจึงออกเก็บดอกไม้ป่านานาชนิดมามัดรวมเป็นบูเก้ช่อใหญ่และนำไปถวายที่แท่นบูชา พลันอำนาจศักดิ์สิทธิ์บังเกิดขึ้น ช่อดอกไม้ป่าที่เคยเป็นเพียงวัชพืชเปลี่ยนรูปเป็นดอกไม้สีแดงและได้รับการขนานนามว่า “ฟลอเรส เดอ นอชชี บัวนา” แปลว่า ดอกไม้แห่งคืนอันศักดิ์สิทธิ์ (Flowers of the Holy Night)
เห็นจะไม่ต้องบอกก็ได้นะครับว่า ดอกไม้ชนิดนี้ก็คือดอกพอยเซตเตียหรือดอกคริสต์มาสนั่นเอง
ความเป็นมาในยุคต้นแห่งการค้นพบ
ปลายปี ค.ศ. 1820 เอกอัครราชทูตคนแรกของสหรัฐอเมริกาในเม็กซิโก คือ ฯพณฯ ท่านโจเอล โรเบิร์ต พอยเซต ได้ไปเยี่ยมเมืองแทกซ์โก เมื่อเดือน ธ.ค. และเป็นครั้งแรกที่ท่านได้พบกับดอกไม้สีแดงเลือดนกนี้ จากนั้นนักพฤกษศาสตร์คนหนึ่งได้ส่งพืชชนิดนี้ไปให้ท่านทูตได้ปลูกเลี้ยงในกรีนวิลล์ รัฐเซาท์แคโรไลนา และเป็นแหล่งกระจายพันธุ์ของพอยเซตเตีย ซึ่งได้ชื่อทางพฤกษศาสตร์ว่า Euphorbia Pulcherrima
ในศตวรรษต่อมา ชาวเยอรมันชื่อ อัลเบิร์ต เอคเค ได้พบดอกไม้ชนิดนี้ขึ้นอยู่ตามพื้นที่เนินเขาในแคลิฟอร์เนียตอนใต้ ในพื้นที่นี้เขาและครอบครัวทำฟาร์มปลูกผัก ไม้ผล และไม้ดอกไม้ประดับอยู่แล้ว เขารู้สึกหลงใหลในสีสันอันเจิดจ้าของมัน เขาจึงลงมือทำนุบำรุงมันอย่างจริงจัง ซึ่งต่อมาก็ส่งขายเป็นไม้ตัดดอกในช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ ผลสำเร็จในเชิงการค้านี้ทำให้ พอล เอคเค พัฒนาพันธุ์พอยเซตเตียขึ้นเป็นครั้งแรก และผลิตเป็นไม้กระถางในอาคาร และไร่ของเขากลายเป็นแหล่งผลิตต้นแม่พันธุ์สำหรับตัดชำขยายพันธุ์ให้บรรดาผู้ผลิตไม้กระถางทั่วประเทศ นับเป็นแหล่งที่มาของต้นคริสต์มาสในอเมริกาเหนือ นับตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา ในฉบับต่อไปจะได้กล่าวถึงพลังของต้นคริสต์มาสในโลกยุคใหม่







