
159 ปี แห่งความสำเร็จ หลุยส์ วิตตอง
หนึ่งในแบรนด์คลาสสิกระดับโลกที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมายาวนานตลอด
โดย...วราภรณ์
หนึ่งในแบรนด์คลาสสิกระดับโลกที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมายาวนานตลอด 159 ปีที่ผ่านมา เรื่องราวความสำเร็จของ “หลุยส์ วิตตอง” เข้มข้นและเต็มไปด้วยเรื่องราวอันน่าทึ่ง
ย้อนกลับไปเมื่อปี ค.ศ.1835 มองซิเออร์ หลุยส์ วิตตอง ซึ่งขณะนั้นมีอายุได้ 14 ปี ได้เดินทางด้วยเท้าออกจากบ้านเกิดในเมืองอังเชย์ บริเวณเทือกเขาจูรา ใกล้กับชายแดนของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เขาตั้งใจไปปักหลักที่กรุงปารีส ระหว่างนั้นเขาได้ทำงานมากมายหลายหลากเพื่อหาเงินยังชีพและเดินทางไปให้ถึงที่หมาย ทำให้เขาเกิดความชำนาญด้านงานไม้ โดยเฉพาะไม้บีชและไม้ป๊อปลาร์
ปี ค.ศ. 1837 มองซิเออร์ หลุยส์ วิตตอง เดินทางมาถึงกรุงปารีส และมีโอกาสทำงานกับ มองซิเออร์ มาเครชาล ผู้ที่มีชื่อเสียงด้านการผลิตหีบและบรรจุจัดเรียงสัมภาระสำหรับใช้ในการเดินทางในสมัยนั้น ในยุคแรกของการเดินทางได้เริ่มขึ้น เมื่อรถไฟสายแรกในฝรั่งเศสได้เริ่มใช้อย่างเป็นทางการในปี ค.ศ.1837
ปี ค.ศ. 1838 เครื่องจักรไอน้ำได้ถูกผลิตขึ้นเป็นครั้งแรกในยุโรป เพื่อใช้กับเรือข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก ส่งผลให้หีบเดินทางกับบริการจัดเก็บสัมภาระที่ใช้ในการเดินทางเป็นที่ต้องการอย่างมาก ทีมงานของมองซิเออร์ มาเครชาล มีชื่อเสียงด้านความชำนาญในการพับเก็บและจัดเรียงเสื้อผ้าสุดหรูลงในหีบเดินทางไม้ป๊อปลาร์ ซึ่งพวกเขาเป็นคนทำเองกับมือ ในขณะนั้นมองซิเออร์ หลุยส์ วิตตอง ได้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าผู้ช่วยของมองซิเออร์ มาเครชาล
ปี ค.ศ. 1853 หลุยส์ วิตตอง ได้รับเกียรติสูงสุด ให้เป็นผู้ถวายงานแก่จักรพรรดินีอูเชนี
ปี ค.ศ. 1854 มองซิเออร์ หลุยส์ วิตตอง แต่งงานพร้อมกับก่อตั้งบริษัท โดยเขาและภรรยา ได้เปิดร้านแห่งแรกที่บ้านเลขที่ 4 บนถนน เนอฟ เดส์ กาปูชีนส์ ปัจจุบันกลายเป็นที่ตั้ง โอเปรา เฮาส์
ปี ค.ศ. 1858 เขาได้เปิดตัวหีบเดินทางรูปแบบใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อความสะดวกต่อการขนส่ง ด้วยฝาปิดที่แบนเรียบและโครงสร้างที่ทำจากไม้ป๊อปลาร์ ซึ่งถูกห่อหุ้มด้วยผ้าใบตริอานอง (Trianon) สีเทาคุณภาพดีมีความยืดหยุ่นสูง พร้อมทั้งปิดผนึกลงบนโครงไม้ด้วยกาวเพื่อทำให้สามารถกันน้ำได้อย่างสมบูรณ์ สามารถจัดเก็บได้ทั้งเสื้อผ้าและเครื่องประดับที่หรูหรา ซึ่งสะดวกและปลอดภัยต่อการเคลื่อนย้ายขนส่ง ซึ่งนี่เองคือจุดเริ่มต้นของหีบเดินทางของหลุยส์ วิตตอง ที่มาพร้อมกับการเดินทางในยุคใหม่
ปี ค.ศ. 1871 ร้านเดิมของหลุยส์ วิตตอง ได้ย้ายที่ตั้งไปยังหมายเลข 1 ถนนสคริบ ใกล้กับโรงโอเปรา เฮาส์ และตรงข้ามกับโรงแรมชื่อดังอย่าง แกรนด์ โฮเต็ล
ปี ค.ศ. 1872 หลุยส์ ได้ป้องกันการลอกเลียนแบบสินค้า จึงออกแบบลายผ้าใบใหม่เป็นลายทางสีแดงสลับกับสีเบจขึ้นมา เพื่อเป็นทางเลือกเพิ่มเติมจากลายผ้าใบสีเทาดั้งเดิม จนกระทั่งในปี ค.ศ.1888 ลูกชายของเขา มองซิเออร์ จอร์จ วิตตอง ได้เข้ามาบริหารงานแทนเขา
ปี ค.ศ. 1880 จอร์จได้นำเสนอผ้าใบลวดลายใหม่เป็นลายตารางหมากรุกสีน้ำตาลอ่อนสลับกับน้ำตาลเข้มซึ่งพิมพ์คำว่า L. Vuitton, Marque Deposee
ปี ค.ศ. 1905 หลุยส์ วิตตอง ได้เปิดตัวกระเป๋า “ไดรฟ์เวอร์ แบ็ก” (Driver Bag) สุดเก๋ ซึ่งถูกออกแบบให้สามารถจัดเก็บได้พอดีในช่องตรงกลางของล้ออะไหล่
ปี ค.ศ. 1890 ในยุคของจอร์จ วิตตอง ได้เปิดตัวล็อกกุญแจส่วนตัว และหลังจากนั้นไม่นาน ตัวล็อกกุญแจดังกล่าวก็ได้ถูกนำมาใช้กับกระเป๋าเดินทางทุกใบของวิตตอง สิ่งที่พิเศษที่สุดก็คือลูกค้าของแต่ละคนของ หลุยส์ วิตอง จะได้รับกุญแจที่มีรหัสส่วนตัว ซึ่งสามารถที่จะเปิดกระเป๋าหลุยส์ วิตตอง ของตนเองได้ทุกใบด้วยกุญแจเพียงดอกเดียว ซึ่งล็อกกุญแจส่วนตัวนี้ก็ยังคงใช้อยู่ในปัจจุบัน
ปี ค.ศ. 1896 ถึงจุดเปลี่ยนของหลุยส์ วิตตอง เกิดลายใหม่ คือ ลายอักษรไขว้ LV อันเป็นชื่อย่อของมองซิเออร์ หลุยส์ วิตตอง ผู้เป็นพ่อ ซึ่งได้เสียชีวิตไปเมื่อ 4 ปีก่อน ซึ่งชื่อของลวดลายดังกล่าวก็คือ ลายโมโนแกรม ซึ่งบ่งบอกถึงลักษณะของตัวลวดลายเอง ต่อมาในปี ค.ศ. 1897 ลายโมโนแกรมได้ถูกจดทะเบียนให้เป็นผลงานการออกแบบของของ หลุยส์ วิตตอง และมีการจดทะเบียนเป็นสิทธิบัตรของแบรนด์ในปี ค.ศ. 1905 และปี ค.ศ. 1959 ลูกชายจอร์จ วิตตอง คือ กาสตองหลุยส์ วิตตอง พร้อมด้วยทายาทของเขา คือ คล้อดหลุยส์ วิตตอง ได้คิดค้นวิธีการเคลือบผ้าใบให้มีคุณสมบัติกันน้ำได้ จึงเป็นเหตุให้สามารถผลิตกระเป๋าทรงนิ่มที่ตัดเย็บด้วยผ้าใบลายโมโนแกรมเป็นผลสำเร็จ
ปี ค.ศ. 1885 หลุยส์ วิตตอง ได้เปิดร้านที่กรุงลอนดอน และปี ค.ศ. 1898 เปิดร้านที่มหานครนิวยอร์ก หลังปีสงครามโลกครั้งที่ 2 หลุยส์ วิตตอง ขยายสาขาไปทั่วโลกนับรวม 340 ร้านทั่วโลก และกลายเป็นสินค้าที่มีความหรูหรา
ปี ค.ศ. 1895 หลุยส์ วิตตอง เปิดตัวเครื่องหนังลายเอปิ (EPI) และปี ค.ศ. 1985 เปิดตัวหนังสีสันสดใส
ปี ค.ศ. 1996 เปิดตัวหนังไทกา สำหรับคุณสุภาพบุรุษที่ผลิตออกมาในปี ค.ศ. 1993
ปี ค.ศ. 1998 หลุยส์ วิตตอง ก้าวสู่โลกแฟชั่นอย่างเต็มตัว มีทั้งเสื้อผ้าสำเร็จรูป รองเท้า เครื่องประดับ ไปจนถึงอัญมณี โดยได้แต่งตั้งดีไซเนอร์ชื่อดังชาวอเมริกันอย่างมาร์ก จาคอบส์ ให้เข้ามาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ งานส่วนใหญ่ของมาร์ก จาคอบส์ มักจะเป็นการนำเอาผ้าใบโมโนแกรมมาปรับเปลี่ยนให้ดูมีลูกเล่น เพื่อสร้างความแปลกใหม่ อย่างคอลเลกชัน “โมโนแกรม กราฟฟิตี” เป็นต้น
ปี ค.ศ. 2004 หลุยส์ วิตตอง ได้ทำการฉลองครบรอบ 150 ปี อย่างยิ่งใหญ่จนกระทั่งจวบจนปัจจุบัน หลุยส์วิตตอง ก็ยังเป็นแบรนด์ระดับโลกอย่างที่ไม่มีแบรนด์ใดของโลกมาโค่นลงได้







