
พิมพ์พัช ดำรงเกียรติ สาวหวานคณะสถาปัตยกรรม จุฬาฯ
บรรยากาศการเรียนคณะนี้เป็นไงบ้าง?!!! คำถามแรกของการสนทนากับสาวหมวย
โดย...ปอย ภาพ วิศิษฐ์ แถมเงิน
บรรยากาศการเรียนคณะนี้เป็นไงบ้าง?!!! คำถามแรกของการสนทนากับสาวหมวย บุคลิกสดใส ปรางพิมพ์พัช ดำรงเกียรติ นักศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ภาควิชาการออกแบบอุตสาหกรรม เพราะจากที่ฟังๆ กันมา ใครๆ ก็ว่าคนร่ำเรียนคณะนี้ค่อนข้างเฮี้ยว เซี้ยว และเปรี้ยวสุดล้ำในบุคลิกของเด็กแนว ซึ่งคำตอบของ “เด็กสถาปัตย์จุฬาฯ” ในภาพของเด็กเรียน พิมพ์พัช บอกให้ฟังว่า ก็เหนื่อยดีค่ะ แต่กลับบอกพร้อมเสียงหัวเราะรื่นเริง
“ช่วงปี 1 เทอม 2 ก็เป็นช่วงที่รู้สึกว่าการเรียนเข้ามาสู่ของจริง หนักๆ แล้ว ทำงานโต้รุ่งยันเช้าติดกันเป็นอาทิตย์ บางทีก็ทำงานส่งอาจารย์เสร็จแล้วก็ไปเปลี่ยนชุดไปเรียนต่อเลย ก็มึนค่ะ แต่ว่าต้องไปเรียน เหนื่อยตรงที่ว่ามันต้องใช้ความคิดตลอดเวลา แต่ว่าสนุกค่ะ เพราะทุกครั้งที่เข้าเรียนจะไม่เจออะไรที่ซ้ำกันเลยนะคะ เปลี่ยนความท้าทายของเราไปเรื่อยๆ แต่ก็ต้องแลกมาด้วยความทุ่มเท เพราะการบ้านก็จะได้โจทย์ซึ่งก็ต้องเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ด้วยค่ะ แล้ววิธีการคิดงานในบางครั้งวิธีเดิมๆ ก็ใช้ไม่ได้เลย เราก็ต้องอัพเดตตัวเองอยู่เสมอ” พิมพ์พัช บอกเล่าน้ำเสียงคล่องแคล่ว
พร้อมยกตัวอย่างโจทย์ล่าสุด วิชาสุดโปรดการออกแบบจิวเวลรี อาจารย์ตั้งคำถามนิยามความรักของเราคืออะไร?!! และเมื่อได้คำตอบคร่าวๆ ก็ให้ไปสเกตช์เป็นรูปภาพว่าความรักคือภาพอะไร และคิดเป็นผลงานจิวเวลรีของเราที่ต้องดีไซน์ออกมา
“อาจจะเป็นความรักแง่ดี หรือไม่ดีก็ได้นะคะ แล้วแต่เรา แต่ขอให้ออกแบบมาแล้วควรจะต้องสื่อให้กลุ่มเป้าหมายที่จะซื้อเครื่องประดับของเราให้ได้ด้วยว่า เออ...ชิ้นนี้ใช่เลยนะ!!!”
แหวนทองเหลือง คือเครื่องประดับของพิมพ์พัช ซึ่งจับคอนเซปต์คนที่อยู่ด้วยกันจนเฒ่าจนแก่ โดยใช้เส้นสายเป็นเทกซ์เจอร์เหมือนริ้วรอยเหี่ยวย่น เป็นเส้น 2 เส้นที่อินเตอร์ล็อกกันเป็นหนึ่งวงเดียว เหมือนคนสองคนที่ค่อยๆ ค้ำจุนกันไปเรื่อยๆ จนแก่เฒ่า
“วิชานี้มีการเรียนเกี่ยวกับพื้นฐานโลหะ ซึ่งเป็นทองแดงหรือทองเหลืองก็ได้ แต่โดยส่วนตัว ปรางชอบสีทองเหลืองค่ะ วิชานี้เป็นวิชาโปรดค่ะ เพราะปรางชอบเรียนศิลปะ ตอนแรกก็คิดนะคะว่าจะเรียนออกแบบภายใน แล้วพอรู้ว่ามีสาขาซึ่งมันจะรวบรวมการเรียนออกแบบหลายๆ อย่างไว้ด้วยกัน ก็เลยรู้สึกว่า เออ! ชีวิตอาจจะไม่ได้ชอบอย่างเดียวก็ได้ เราอยากไปค้นหาตัวเองอีกหลายอย่าง ซึ่งในภาคนี้เขาเปิดให้เราทำหลายอย่างมาก ตั้งแต่โปรดักต์เล็กๆ ไปจนถึงการจัดเป็นนิทรรศการของตัวเองเลย ปรางก็เลยคิดว่ามันน่าจะได้ความรู้อะไรที่เยอะกว่า แล้วเป็นการค้นหาตัวเองที่เราทำได้เต็มที่ในช่วงเรียนระดับมหาวิทยาลัยนะคะ”
พอเรียนจบแล้วอยากทำอะไร?!!! คำตอบคืออยากเป็นเจ้าของแบรนด์ตัวเอง แต่เวลานี้อาจจะชอบทำโปรดักต์หลากหลาย ซึ่งแต่ละอย่างก็มีความท้าทายแตกต่างกันไป นอกจากเป็นเครื่องประดับแล้ว การออกแบบเสื้อผ้าก็เป็นไปได้ แต่สาวสถาปัตย์ย้ำอีกครั้งว่า จะเป็นอย่างไรขอให้เป็นเรื่องในอนาคตที่คงตอบยากในวันนี้
“ก็อาจจะต้องเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ค่ะ เพราคณะนี้สอนให้เราคิดออกแบบหลากหลายมากเลยนะคะ นอกจากจิวเวลรี ปรางก็ชอบดีไซน์เสื้อผ้าด้วยค่ะ ปรางชอบแบรนด์ Alberta Ferretti ของประเทศอิตาลี เป็นเสื้อผ้าทำขายทางอินเทอร์เน็ต แบรนด์เขาจะเป็นเสื้อผ้าเฟมินีน ได้มู้ดผู้หญิงอ่อนหวานมากๆ ผ้าชีฟอง หรือโทนสีสวยๆ ปรางชอบอะไรหวานๆ อยู่แล้ว การได้วิธีการออกแบบ ได้ดูเสื้อผ้าสวยอย่างนี้ก็จะได้อินสไปร์ไปทำงานอื่นด้วย
คนเรียนคณะนี้อยากเป็นเจ้าของแบรนด์ของตัวเองอยู่แล้ว เรามีพลังงานเยอะค่ะ ไม่อยากไปทำงานให้ใคร (บอกยิ้มๆ) เพื่อนๆ ปรางหลายคนก็คิดไม่ต่างจากเรา ซึ่งก้าวแรกจะเริ่มต้นก็อยากไปเรียนต่อที่อิตาลี ตอนนี้ความสนใจที่สุดยังเป็นเรื่องจิวเวลรีนะคะ แล้วอิตาลีมีหลักสูตรที่น่าสนใจ จึงคิดว่าถ้าได้ไปเก็บประสบการณ์ก่อน มันอาจจะใช่หรือไม่ใช่ก็ได้ แต่เราได้ไปเปิดโลกกว้างก่อน
เพื่อนๆ คนรอบข้างมักพูดถึงปรางว่า หวานๆ ค่ะ ถ้าจะนิยามคำว่าผู้หญิงก็คงเป็นแบบหนู (หัวเราะเขิน) ชอบอะไรกุ๊กกิ๊กน่ารัก หรือของสวยๆ งามๆ แต่การเรียนสถาปัตย์ปรับตัวก็ไม่ยากนะคะ คณะนี้มีคนหลายแบบรวมอยู่ที่นี่ค่ะ บางทีใบหน้าเราอาจจะหวาน เป็นแค่รสนิยมความชอบค่ะ การแสดงออกของเราไม่ได้หวานขนาดเป็นผู้หญิงมากๆ เพราะด้วยนิสัยอาจจะไม่ได้หวานขนาดนั้น แต่ส่วนใหญ่จะเป็นกุ๊กกิ๊กทางด้านอารมณ์มากกว่า บางทีชอบอ่านหนังสือ ฟังเพลง แล้วเป็นคนค่อนข้างอินน่ะค่ะ จะมีจินตนาการ มองโลกให้มันไปในทางที่บวก สวยงาม คิดสิ่งที่สวยๆ ดีเอาไว้ก่อน เช่น บางทีวันนี้รู้สึกอยากทำของอันนี้ให้เพื่อนจังเลย ถึงจะไม่มีโอกาสอะไรเราก็ทำให้เขาเลยค่ะ” พิมพ์พัช บอกเล่าพร้อมรอยยิ้มน่ารัก
ด้านกิจกรรมคณะนี้ พิมพ์พัช บอกเล่าว่า ค่อนข้างเป็นคณะปิด หมายถึงนักศึกษาทุ่มเทเวลากับการเรียนมากๆ ไม่ค่อยได้ไปทำกิจกรรมนอกคณะมากนัก แต่ถ้าเป็นกิจกรรมข้างในก็แบ่งเวลาเรียนให้ความร่วมมือกัน อย่างเช่นเล่นละครสถาปัตย์ จุฬาฯ ที่โด่งดัง
“ละครสถาปัตย์ปีที่แล้ว ชื่อ 2499 อันธพาลตำนานพระนคร ปรางเล่นเป็นสาวสังคม เต้นๆ เป็นเอกซ์ตรา ปี 1จะให้ทำตรงนี้ไปก่อน จริงๆ อยากทำพวกเขียนบทก็เลยอยากเข้าไปเรียนงานกับพี่ๆ ก่อน เขาบอกว่าถ้าเล่นละครเองแล้วมาเขียนบทจะเข้าใจขึ้น ก็เลยอยากเอาตัวไปคลุกคลีกับการเป็นนักแสดงก่อนเพื่อที่จะได้เข้าสู่การเขียนบทได้เข้าใจว่าการแสดงประกอบด้วยอะไรบ้าง และทำอะไรได้บ้าง
คณะนี้ให้อะไรหลายอย่างเลยค่ะ ทำให้เราได้พบตัวเองในหลายๆ มุมที่เรายังไม่เคยรู้ เปิดมุมมองหลายๆ ด้านในการทำงานเลยค่ะ มันทำให้เห็นว่าเรามีสิ่งนี้ในตัวนะ แต่ถ้าเราอยู่ในสภาพแวดล้อมเดิมๆ สิ่งนี้ก็อาจจะไม่ถูกผลักออกมา เราเรียนรู้ในมหาวิทยาลัยเพื่อที่จะโตขึ้น การบ้านยากๆ มีให้ทำบ่อย ก็ยิ่งกระตุ้นความคิดครีเอทีฟของเรา คิดว่าชีวิตในคณะนี้สอนให้เรารู้จักตัวเองผ่านกระบวนการทำงานต่างๆ ที่ถาโถมเข้ามา งานหนักๆ ทำให้เรารู้ว่าเรามีศักยภาพมากแค่ไหน ในขณะเดียวก็ทำให้รู้ว่าเพื่อนสำคัญมากแค่ไหน การได้คลุกคลีเรียนกับเพื่อนหลายๆ แบบ ก็ทำให้เหมือนกับว่ารู้จักคนที่เต็มที่ ทั้งเฮ้วๆ ลุยๆ เล่นๆ คนที่ติสต์ที่เราไม่เคยเข้าใจไปเลย แล้วก็จะมีเด็กธรรมดาเด็กเนิร์ด ตั้งใจทำงาน ส่วนพวกปรางอยู่กลุ่มคนปกติค่ะ” พิมพ์พัช บอกทิ้งท้ายพร้อมเสียงหัวเราะ
การใช้ชีวิตทุกวันนี้ก็ทำเหมือนคณะสอน คือเต็มที่กับทุกอย่างที่เรียน พิมพ์พัช บอกทุกอย่างตอนนี้ต้องเรียนรู้เยอะมาก แค่งานที่คณะส่วนใหญ่ก็กินเวลาไปมากมายแล้ว จึงต้องมองว่าจุดไหนสำคัญต่อชีวิตจริงๆ และดึงออกมา แล้วโฟกัสไปที่ตรงนั้น โดยไม่ลืมถามตัวเองเสมอว่าจะได้อะไรจากสิ่งที่ทำอยู่ตอนนี้







