
ฝันน้ำนม
เราจะอยู่อย่างไรถ้าไม่มีฝัน การละทิ้งฝันคงไม่ต่างจาก เรือที่ไร้หางเสือ
โดย...ตุลย์ เล็กอุทัย
เราจะอยู่อย่างไรถ้าไม่มีฝัน การละทิ้งฝันคงไม่ต่างจาก เรือที่ไร้หางเสือ ลอยไปอย่างไร้จุดหมาย แต่ความฝันนั้นจะเป็นจริงไปไม่ได้หากขาดซึ่งเข็มทิศและความเพียร
ฝันน้ำนม หรือฝันแบบเด็กๆ คือฝันที่ปราศจากข้อเท็จจริงมาครอบงำ แต่ตราบใดที่เรายังอยู่บนโลกใบนี้ ก็หลบหลีกข้อเท็จจริงไปไม่พ้น การเดินตามความฝัน นอกจากต้องมีพลังใจที่เต็มเปี่ยม ความพร้อมทางกายภาพ จิตสภาพ หรือแม้แต่ทรัพย์สภาพ หากว่าฝันนั้น คือ การเป็นผู้ประกอบการ
การเริ่มต้นธุรกิจด้วยตนเองเป็นความฝันของใครหลายคน โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจประเภทไอทีและเทคโนโลยี สถานที่อย่าง Silicon Valley คือ ตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จในการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการตั้งไข่ ผลักดัน จนธุรกิจเติบใหญ่เหมือนติดจรวด แน่นอนว่ากระบวนการดังกล่าวผ่านการทดสอบมาอย่างยาวนาน ส่วนประกอบสำคัญที่ไม่มีใครเหมือนคือ การมีAngel Investor หรือนักลงทุนฟ้าประทาน เสมือนน้ำหยดแรกในการปลูกต้นไม้ธุรกิจ สามารถเติบโตจากเพียงเมล็ดพันธุ์ (Seed Stage) เริ่มเป็นต้นกล้าอ่อน ผลิใบ สร้างโอกาสให้ธุรกิจตั้งไข่จำนวนมากมีโอกาสได้ประลองฝีมือ ธุรกิจที่เข้มแข็งจึงสามารถอยู่รอด เติบใหญ่ได้อย่างเต็มภาคภูมิ
นักลงทุนฟ้าประทาน (Angel Investor) โดยมากจะเป็นรายบุคคล มีทั้งแบบลงทุนส่วนตัวและในรูปนิติบุคคล นักลงทุนเหล่านี้มีความช่ำชองตามประสบการณ์ที่ตนถนัด เช่น ไอที เทคโยโลยี พลังงานทดแทน ค้าปลีก สุขภาพ การก่อสร้าง หรือการรวมกลุ่มของนักลงทุน เป็นกองทุนร่วมลงทุน (Venture Capital) เพราะหลายคนย่อมมีประสบการณ์หลายด้าน เพื่อลงทุนในกลุ่มธุรกิจได้กว้างขึ้น ในเมืองไทยคงมีเพียงหยิบมือ ด้วยหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นขนาดตลาดที่ไม่ใหญ่นัก ระบบกฎหมายที่ไม่เอื้ออำนวย รวมถึงหน่วยงานภาครัฐที่ไม่มีเจ้าภาพหลัก
หลายคนร้องแรกแหกกระเชอหานักลงทุนฟ้าประทาน เพียงเพราะเงินร่วมทุนเท่านั้น ความคิดนี้คลาดเคลื่อนไปมากทีเดียว เพราะอาจกล่าวได้ว่า สิ่งล้ำค่าที่มากกว่าเงินทุน คือ กระบวนทัศน์และประสบการณ์ของนักลงทุนที่เชี่ยวชาญ ความผิดพลาด บทเรียนทางธุรกิจจากสนามรบจริง จะถูกถ่ายทอดให้กับธุรกิจตั้งไข่ ไม่ต่างอะไรกับแชมป์มวยโลก ย่อมต้องมีโค้ชชั้นดีอยู่ข้างกาย การวางแผน การคาดเดาสถานการณ์ การวิเคราะห์ข้อมูล ทั้งเรื่องกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย จุดขาย การออกแบบ การผลิต การตลาด และแผนการเงิน ที่มีผู้รู้มาช่วยคิด มีมุมมองกว้างขึ้น ย่อมเป็นธรรมดาที่เขาเหล่านั้นไม่อยากสูญเงินโดยไม่จำเป็น
สถิติบ่งบอกว่า โอกาสอยู่รอดของธุรกิจตั้งไข่ (Start Up) มีเพียง 20% เท่านั้น แต่ผู้อยู่รอดก็สามารถเติบโตในระดับ 10 - 50 เท่า
แต่ก่อนถึงมือคนอื่น ก็ไม่ควรมองข้ามนักลงทุนรอบตัว ที่รู้จักคุ้นเคยและมีความเชื่อใจในการเสี่ยงลงทุน อย่างครอบครัว ญาติ พี่น้อง เพื่อนสนิทมิตรสหาย คือ Angel Investor พื้นฐานในสังคมไทย ส่วนธนาคาร สถาบันการเงิน และกองทุนทั่วไป มักไม่สนใจร่วมลงทุนหรือปล่อยกู้กับธุรกิจเกิดใหม่ เนื่องจากความเสี่ยงที่จะไปไม่รอดสูง ธุรกิจที่อยู่ในช่วงเจริญเติบโต (Growing Stage) หรือ เตรียมตัวจดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์ (IPO) จะเนื้อหอมมากว่า แต่ก็ใช่ว่าจะหมดหวังเสียทีเดียว เนื่องจากความยอมรับในแนวคิดร่วมลงทุนมากขึ้น แม้โอกาสความล้มเหลวจะสูง แต่ก็มีไม่น้อยที่ประสบความสำเร็จในระดับที่น่าทึ่ง Apple Microsoft Google Facebook Twitter Ebay ล้วนเคยผ่านช่วงเวลาตั้งไข่และได้รับการสนับสนุนจากทั้งนักลงทุนฟ้าประทาน หรือกองทุนร่วมลงทุนมาแล้วทั้งสิ้น
คำถาม คือ บรรดานักลงทุนฟ้าประทานเหล่านี้อยู่ที่ไหน คำตอบนี้ไม่มีสูตรสำเร็จ เพราะหลายคนไม่ได้จัดตั้งในรูปบริษัท หลายคนมีงานหลักประจำเป็นอย่างอื่น การลงทุนเป็นเหมือนงานรอง โดยมากจะเกิดจากการแนะนำต่อกัน ช่องทางที่สะดวกประหยัดที่สุด คือ เว็บไซต์ที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการจับคู่ เจ้าของไอเดียกับนักลงทุนมีอยู่ไม่น้อย เช่น startups.co, angelcapitalmarket.com, angelist.co, kickstarter.com, gofundme.com, crowdingsite.net, crowdrise.com, crowdfunder.com
มือใหม่พ่วงฝันที่จะสร้างธุรกิจส่วนตัวเปรียบเสมือนฝันน้ำนมที่ยังขาดประสบการณ์ ความคิดสร้างสรรค์ ไอเดียสดใหม่ความมุทะลุ กล้าได้กล้าเสี่ยง คือ จุดแข็ง หากเสริมจุดอ่อนได้ด้วยเข็มทิศและความเพียรแล้ว ฝันน้ำนมย่อมกลายเป็นฝันแท้ได้ไม่ยาก







