
วิถี ‘เจี๊ยบ’ หายใจก็ ‘ข่าว’
ตั้งแต่รับราชการทหารได้รับมอบหมายให้ทำงานด้านสื่อ จนปรากฏตัวหน้าจอทีวี
โดย...ธรรมสถิตย์ ผลแก้ว
ตั้งแต่รับราชการทหารได้รับมอบหมายให้ทำงานด้านสื่อ จนปรากฏตัวหน้าจอทีวี ททบ.5 ในฐานะผู้ประกาศข่าว แม้วันนี้ พลิกสถานะเป็นข้าราชการการเมือง แต่ “เจี๊ยบ” รท.หญิงสุนิสา เลิศภควัต ก็ยังได้รับมอบหมายทำงานตามสไตล์ถนัดในตำแหน่งรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
นอกจากแถลงมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทุกวันอังคาร ยังแข็งขันแถลงข่าวประเด็นทางการเมืองในยามที่ฝ่ายตรงข้ามโจมตีรัฐบาลแบบว่าออกตัวแรงชนิดแซงหน้าทีมโฆษกชายทั้งสามคน
เจี๊ยบเหมือนคนเสพติดข่าวก็ว่าได้ เพราะครั้นเสร็จภารกิจการทำงานที่ตึกนารีสโมสรทำเนียบรัฐบาล กลับถึงบ้านเธอต้องเปิดจอโทรทัศน์ กดรีโมตทุกช่อง ทั้งฟรีทีวี ทีวีดาวเทียม จะช่องแดง ช่องเหลือง เจี๊ยบชมทุกช่องอย่างเท่าเทียม ถ้าแบ่งเปอร์เซ็นต์บริโภคหน้าจอทีวี เจี๊ยบชมข่าวสารกว่าแปดสิบเปอร์เซ็นต์ ส่วนที่เหลือยี่สิบเปอร์เซ็นต์ อยู่ในประเภทละครสีสัน คนการเมืองแบบนี้อย่าคิดว่าซีรีส์เกาหลีไม่เคยดู เจี๊ยบบอกดูเหมือนกันแต่น้อยกว่าดูข่าวการเมือง
“งานข่าวเป็นงานที่เรารัก อยู่กับมันได้ไม่เบื่อ เป็นชีวิตของเจี๊ยบไปแล้ว เลิกงานกลับไปดูโทรทัศน์รายการข่าว เปิดคอมพิวเตอร์เข้าอินเทอร์เน็ตหาเว็บไซต์เกี่ยวกับการเมือง เพราะต้องการเสียงสะท้อนคนในเว็บบอร์ด เขาแนะนำอย่างไร คิดอย่างไรกับรัฐบาล ก็จะเป็นข้อมูลให้เราได้ทำการบ้าน นำมาชี้แจง”
“อีกทั้ง วันนี้เจี๊ยบทำงานกับรัฐบาล ทำหน้าที่ให้ข้อมูลชุดเดียวกันไป จึงต้องติดตามช่องข่าวแต่ละสถานีพาดหัวข่าวเป็นอย่างไรได้นำมาเปรียบเทียบ ตรงไหม ถูกต้องไหม เราต้องเข้าใจให้ถ่องแท้ เขาเข้าใจผิดประเด็นไหนบ้างหรือไม่” รองโฆษกสาว เล่าอย่างอารมณ์ดี
เหลือบมองห้องนั่งเล่นของบ้านที่ถูกแปรสภาพเป็นห้องทำงานไปในตัว มีโซฟานุ่มๆ สีเทา พร้อมผ้าห่มสีน้ำตาลผืนโปรดเตรียมพร้อมให้ความอบอุ่นในยามหลับคาจอคอมพ์ ขณะที่มุมหนึ่งของห้องเป็นที่ตั้งอุปกรณ์ฟิตแอนด์เฟิร์ม ขณะที่ปั่นจักรยานบริหารร่างกายไปก็มองหน้าจอทีวีมอนิเตอร์ข่าวกันไป
โต๊ะทำงานก่อนหน้านั้นเต็มไปด้วยแผ่นกระดาษ เอกสารข้อมูลเกี่ยวกับงานเขียนบันทึกชีวิต พ็อกเกตบุ๊ก ไม่ว่าจะเป็น “ทักษิณ WHERE ARE YOU”, “ทักษิณ ARE YOU OK” ที่ทำให้ผู้คนรู้จักเธอ
แต่ ณ นาทีนี้ หากได้ชมโต๊ะทำงาน จะเต็มไปด้วยแฟ้มเอกสารวาระ ครม.ร่างมติ ครม.เตรียมแถลง กองพะเนินเป็นภูเขาสูง พอๆ กับความรับผิดชอบที่สูงขึ้น เมื่อต้องมาเป็นฟันเฟืองเล็กๆ ของงานบริหารราชการแผ่นดิน







