
Update
โดย...มิยาโตะ [email protected]
โดย...มิยาโตะ [email protected]
Majolica Majorca Skin Remaker Case
มาจอลิกา มาจอร์กา สกิน รีเมคเกอร์ เคส กับตลับแป้งดีไซน์หรู ในคอลเลกชัน Spring 2013 ฉลองครบรอบ 10 ปี มาจอลิกา มาจอร์กา ด้วยตลับแป้งสุดหรูออกแบบมาแบบลิมิเต็ดเอดิชัน ในโทนสีชมพูเมทัลลิกสุดคลาสสิก ให้สัมผัสถึงความหรูหรา อ่อนหวาน ให้คุณครอบครองเฉพาะช่วงฤดูใบไม้ผลิเท่านั้น
สกิน รีเมคเกอร์ เคส 2013 (ราคา 400 บาท) รุ่นลิมิเต็ดเอดิชัน ตลับแป้งทรงเอกลักษณ์ สีชมพูเมทัลลิกสุดคลาสสิก ให้สัมผัสถึงความหรูหรา อ่อนหวาน ผลิตออกมาจำนวนจำกัด ใช้คู่กับ...
รีเมคเกอร์ พอร์ คัฟเวอร์ เอสพีเอฟ 18 พีเอ+ (รีฟิล ราคา 750 บาท) แป้งผสมรองพื้นสูตรใหม่ พัฒนาขึ้นอีกระดับในการปกปิดผิวหน้าให้เรียบเนียน โดยการทาเพียงครั้งเดียว ด้วยการทำงานของอณูแป้งรูปทรงต่างๆ ผสมผสานกันเป็นที่สุดของประสิทธิภาพแห่งการปกปิด ด้วยอณูแป้งซิลิโคนทรงกลม จะช่วยปกปิดรูขุมขนที่แลดูเด่นชัด ให้เนียนเรียบเป็นธรรมชาติ พร้อมด้วยอณูแป้งซาติน ทำหน้าที่เป็นฟิล์มบางๆ เคลือบผิวหน้าให้แลดูเรียบลื่น มอบสัมผัสผิวหน้านวลเนียน มอบสัมผัสผิวเบาสบาย ด้วยอณูแป้งดักจับความมัน มีให้เลือก 4 เฉดสีใหม่ เพื่อผิวสาวเอเชียโดยเฉพาะ
หาซื้อได้ที่เคาน์เตอร์ มาจอลิกา มาจอร์กา ร้านวัตสันทุกสาขา
New Trapezoid
นิว แทร็พพิซอยด์ นาฬิกาคอลเลกชันใหม่ล่าสุด จาก อิซเซ่ มิยาเกะ (Issey Miyake) เปิดตัวคอลเลกชันใหม่ล่าสุด จากผลงานการดีไซน์ของดีไซเนอร์ชื่อดังก้องโลกชาวญี่ปุ่น นาโอโตะ ฟูกาซาวา ด้วยแรงบันดาลใจของรูปสี่เหลี่ยมคางหมู (Trapezoid) จากพื้นถนน สร้างสรรค์ต่อยอดจนเกิดขอบตัวเรือนที่บางกว่าเดิม เพิ่มความคล่องแคล่วให้กับผู้สวมใส่
การเลือกใช้วัสดุต่างๆ ที่เป็นเกรดพรีเมียมในทุกชิ้นส่วน พร้อมสายรับเบอร์เปี่ยมสัมผัสที่นิ่มนวลและกระชับข้อมือกว่าเดิม ตอบโจทย์ทุกจังหวะไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะรวดเร็วเร่งรีบหรือจะช้าสโลว์ไลฟ์ขนาดไหน และที่ขาดไม่ได้ของคอลเลกชันนี้ก็คือ สีสันที่เป็น Uniqueness เพิ่มดีกรีความเข้มข้นทุ้มลึก พร้อมดื่มด่ำไปในโทนสีที่แข็งแรง ทั้งสีเนวี (Navy) สีแครนเบอร์รี (Cranberry) สีมัชชะ (MatCha) รวมถึงสีเบสิกทรงเสน่ห์อย่างสี ไลท์ติง (Lighting) และสีดาร์ก (Dark) ดำสนิท พิเศษสุดกับโทนสีดาร์กเกรย์ (Dark Grey) ที่มีเฉพาะในคอลเลกชันสายสตีลของ อิซเซ่ มิยาเกะ เท่านั้น
สามารถบอกวันที่ พร้อมจับเวลาได้ เป็นผลงานที่ต่อยอดจากความงามแห่งการดีไซน์ ที่ถูกนำมาผสมผสานอย่างลงตัวกับความรวดเร็วสไตล์สปอร์ต ผลงานอาร์ตพีซอีกชิ้นหนึ่งที่จะทำให้คุณไม่อาจละสายตา
หาซื้อได้ที่เคาน์เตอร์นาฬิกา อิซเซ่ มิยาเกะ ทุกสาขา
ครบรอบ 10 ปี ไวน์ไทยมอนซูน แวลลีย์
ไร่องุ่นหัวหินฮิลส์ ไร่องุ่นแห่งแรกและแห่งเดียวใน จ.ประจวบคีรีขันธ์ บ้านเกิดของไวน์ไทยชั้นนำ “มอนซูน แวลลีย์” เปิดไร่องุ่นจัดกิจกรรม “เฉลิมฉลองครบรอบ 10 ปี ไวน์ไทยมอนซูน แวลลีย์” โดยในคราวนี้ได้เชิญ เชฟเดวิด ทอมป์สัน จากห้องอาหารน้ำ (Nahm) โรงแรมเมโทรโพลิแทน เชฟเจ้าของร้านอาหารรางวัลการันตีระดับมิชลินสตาร์ มารังสรรค์เมนูอาหารไทยสุดพิเศษสำหรับโอกาสพิเศษนี้เป็นคนแรก
สำหรับการเฉลิมฉลองในโอกาสครบรอบ 10 ปี ไวน์ไทยมอนซูน แวลลีย์ จะจัดไปจนถึงเดือน พ.ย.ศกนี้ เชฟคนดังรายไหนจะได้รับเชิญมาร่วมเฉลิมฉลองเมนูพิเศษเป็นคนต่อไป พร้อมกิจกรรมดีๆ ณ ไร่องุ่นหัวหินฮิลส์
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งได้ที่ไร่องุ่นหัวหินฮิลส์ โทร. 081-701-8874-5, 081-701-0222 หรือเยี่ยมชม www.huahinhills.com พร้อมร่วมเป็นแฟนของไร่องุ่นหัวหินฮิลส์ได้ใน Facebook.com/huahinhills และติดตามความเคลื่อนไหวทาง instagram ได้ที่ @siam_winery
Louis Vuitton, The Birth of Modern Luxury
หลุยส์ วิตตอง และสำนักพิมพ์เลส์ เอดิซิยง เดอ ลา มาตินิแยร์ ร่วมกันจัดพิมพ์หนังสือ Louis Vuitton, The Birth of Modern Luxury ฉบับอัพเดตล่าสุด หลังจากถูกจัดพิมพ์ครั้งแรกแบบลิมิเต็ดเอดิชันเมื่อเดือน ต.ค. 2548 และมีวางจำหน่ายเฉพาะในร้านสาขาของหลุยส์ วิตตอง เท่านั้น
ในเนื้อหาของหนังสือเล่มนี้บอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ของแบรนด์หลุยส์ วิตตอง จากจุดเริ่มต้นในการก่อตั้งแบรนด์เมื่อปี .2397 เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ภายในเล่มผู้อ่านจะได้พบกับเรื่องราวแบบเจาะลึก เกี่ยวกับพัฒนาการและการประดิษฐ์คิดค้นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของหลุยส์ วิตตอง ซึ่งผลักดันให้การเดินทางพลิกรูปโฉมไปเป็น “ศิลปะของการใช้ชีวิต” (Art de Vivre) มาจนกระทั่งถึงปัจจุบัน
หลุยส์ วิตตอง สร้างสรรค์กระเป๋าเดินทางในรูปแบบที่ทันสมัยเป็นคนแรกในปี 2397 กลายเป็นผู้สร้างมาตรฐานแห่งความหรูหราของโลกในวันนี้ได้อย่างไร คำตอบอยู่ในหนังสือเล่มนี้ซึ่งมีภาพประกอบเกือบ 800 ภาพ และมีเรื่องราวของผู้ใช้จริง
แฟนพันธุ์แท้ของแบรนด์อาจเคยอ่านประวัติศาสตร์กว่า 150 ปีมาแล้วในเวอร์ชันแรก ทว่าเนื้อหาทั้ง 10 บทภายในหนังสือเล่มนี้ ได้รับการอัพเดตข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อให้ผู้อ่านได้เข้าใจถึงแก่นแท้ของความเป็นแบรนด์หลุยส์ วิตตอง ไม่ว่าจะเป็นรายละเอียดเกี่ยวกับภูมิหลังของผู้ก่อตั้ง เรื่อยไปจนถึงการบอกเล่ารายละเอียดเกี่ยวกับความรู้ความชำนาญ แฟชั่น การโฆษณา สถาปัตยกรรมของร้านสาขา และการทำงานร่วมกับบุคคลสำคัญในแวดวงศิลปะ กีฬา และวงการวัฒนธรรม
หนังสือฉบับจัดพิมพ์ใหม่เล่มนี้ คือหลักฐานสำคัญที่บ่งบอกว่า เหนือไปกว่าปรากฏการณ์ทั้งหลายที่หลุยส์ วิตตอง ได้เคยมอบไว้ให้โลกแฟชั่น หลุยส์ วิตตอง ไม่เคยหยุดเขียนประวัติศาสตร์บทใหม่ให้กับตัวเองเลย







