
แม่นากพระโขนง....ออนบันเทิง
มากขา...(กรุณาอ่านแล้วลากเสียงยาวๆ ยาวอีกๆ)
มากขา...(กรุณาอ่านแล้วลากเสียงยาวๆ ยาวอีกๆ)
โดย...เมษวณ
มากขา...(กรุณาอ่านแล้วลากเสียงยาวๆ ยาวอีกๆ)
วลี “พี่มากขา” เป็นอีกหนึ่งภาพจำที่แฟนละครหนังผีนางนากประทับไว้ในความทรงจำ และนำออกมาพูดเลียนเสียงเรียกที่ทอดยาวพร้อมสร้างบรรยากาศชวนหวิว
และอีกหนึ่งซีนเด็ดที่หนังละครแม้กระทั่งละครเวทีไม่เคยตัดทิ้งก็คือ “ยื่นมือย้าวยาวไปหยิบมะนาวที่หล่นอยู่ใต้ถุนบ้าน” เพราะเป็นฉากไคลแมกซ์ที่ทำให้พี่มากรู้ว่าแม่นากตายกลายเป็นผีไปแล้ว บรื๋อออ
ตำนานแม่นากพระโขนง เล่าขานกันมาเป็นทอดๆ นับตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 ไม่ว่าจะรุ่นปู่ทวด ย่า ตา ยาย จนถึงลูกเล็กเด็กแดงก็รับทราบถึงเรื่องราวแม่นากพระโขนงกันแทบทั้งนั้นว่าเป็นผีตายทั้งกลม สามี (มาก) ไปเป็นทหาร พอปลดประจำการก็กลับมาใช้ชีวิตอยู่กับนางนาก โดยไม่รู้ว่าภรรยารักได้ตายไปแล้ว ส่วนชาวบ้านละแวกนั้นก็หวาดกลัวกันเป็นอย่างมาก เพราะร่ำลือกันว่า ผีตายทั้งกลมนั้นเฮี้ยน!!
ความเป็นมาของแม่นากแห่งท้องทุ่งพระโขนงนั้น มีเขียนไว้หลายตำนานด้วยกัน แม้แต่ยุคสมัย สถานที่ก็แตกต่างกันไป ขอยกตัวอย่างของ “เอนก นาวิกมูล” ผู้ศึกษาเรื่องประวัติศาสตร์ไทย ที่ได้ค้นคว้าเอกสารร่วมสมัยเกี่ยวกับเรื่องแม่นากพระโขนง พบว่า จากหนังสือพิมพ์สยามประเภท ฉบับวันที่ 10 มี.ค. 2442 ของ ก.ศ.ร. กุหลาบ น่าจะมาจากเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในปลายรัชสมัยรัชกาลที่ 3 ของ อำแดงนาก ลูกสาวกำนันตำบลพระโขนงชื่อ ขุนศรี ที่ตายลงขณะยังตั้งท้อง และทางฝ่ายลูกๆ ของอำแดงนากก็เกรงว่าบิดาของตน (สามีแม่นาก) จะไปแต่งงานมีภรรยาใหม่ และต้องถูกแบ่งทรัพย์สิน จึงรวมตัวกันแสร้งทำเป็นผีหลอกผู้คนที่ผ่านไปมาด้วยการขว้างหินใส่เรือผู้ที่สัญจรไปมาในเวลากลางคืนบ้าง หรือทำวิธีต่างๆ นานา เพื่อให้คนเชื่อว่าผีของมารดาตนเองเฮี้ยน
ส่วนสามีของอำแดงนาก มีชื่อว่า นายชุ่ม ทศกัณฐ์ (เพราะเป็นนักแสดงในบท ทศกัณฐ์) แต่ประชาชนในปัจจุบันรู้จักสามีแม่นากในชื่อ “มาก” นั้น เพราะจากการนำเสนอในสื่อบันเทิง ซึ่งชื่อของ “มาก” เกิดขึ้นครั้งแรกจากบทประพันธ์เรื่อง “อีนากพระโขนง” ซึ่งเป็นบทละครร้อง ในปี 2454 โดย พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์
นอกจากนี้ “ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช” ก็ยังได้เขียนบันทึกเอาไว้ว่า เมื่อปี 2468 ซึ่งเป็นสมัยที่ท่านยังเป็นเด็ก ท่านเคยเห็นเรือนของแม่นากด้วย เป็นเรือนลักษณะเหมือนเรือนไทยภาคกลางทั่วไปอยู่ติดริมคลองพระโขนง มีเสาเรือนสูง มีห้องครัวอยู่ด้านหลัง ซึ่งปัจจุบันนี้ได้ถูกรื้อถอนไปแล้ว
เรื่องราวของแม่นากพระโขนงไม่เคยเลือนหายไปจากสังคมไทย ไม่ใช่เพียงเพราะมีประวัติศาสตร์บันทึกเอาไว้ หรือเป็นนิทานบอกเล่าต่อๆ กันมาเท่านั้น แต่เพราะอิทธิพลของสื่อบันเทิง เพราะถ้าจะสร้างเรื่องผีๆ หนึ่งในนั้นต้องมี “ผีแม่นาก” ที่จัดเป็นผีฮิตได้ถูกคัดเลือกมาสร้างเป็นหนัง ละคร ละครเวที ละครวิทยุ อยู่เนื่องๆ จัดได้ว่าถ้าใครมีอายุ 60 ปี ก็คงได้ดูเรื่องของนางนากมากกว่า 2 ครั้งเป็นแน่ (เผื่อใครไม่ชอบดูเรื่องซ้ำๆ) ทว่าในความเป็นจริงได้ถูกนำมาสร้างนับร้อยครั้ง
ในแต่ละการนำเสนอแม้จะมีรายละเอียดแตกต่างกันไป บ้างก็สร้างไปในแนวตลกเน้นฮาสุดๆ บ้างก็สร้างเป็นหนังผีทำเอาหลอนขนหัวลุก หรือเน้นไปที่ความรักของแม่นากกับพี่มาก แต่อย่างไรก็ตามหัวใจหลักๆ ของเรื่องที่ว่าถึงแม่นากหญิงผู้มีความรักอันมั่นคงต่อพี่มากได้ตายทั้งกลมแต่ยังรอคอยคนรัก แต่แม้รักมากแค่ไหนผีกับคนก็มิอาจอยู่ร่วมกันได้ เรื่องราววุ่นๆ หลังจากนั้นจึงตามมา
ปัจจุบันมีศาลแม่นาค ตั้งอยู่ที่วัดมหาบุศย์ ซอยอ่อนนุช 7 เขตสวนหลวง กรุงเทพฯ มีประชาชนไปสักการบูชาเป็นจำนวนมาก และความเชื่อในเรื่องราวของแม่นากพระโขนงที่ยังคงอยู่คู่สังคมไทยต่อไป







