
เสือคืนบัลลังก์...ตั้งเป้าซิวเมเจอร์ทันที
โดย...SK’92
โดย...SK’92
ในที่สุด “พญาเสือ” ไทเกอร์ วูดส์ ก็สามารถเบียดแย่ง รอรี แม็คอิลรอย (ไอร์แลนด์เหนือ) กลับขึ้นไปเป็นมือ 1 โลกอีกครั้ง หลังคว้าแชมป์ที่ 3 ปีนี้ในกอล์ฟพีจีเอ ทัวร์ “อาร์โนลด์ พาลเมอร์ อินวิเตชันแนล” ที่ออร์แลนโด, สหรัฐ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (ล่าช้ามาจากวันอาทิตย์ เนื่องจากเจอสภาพฝนฟ้าคะนอง) โดยจบด้วยสกอร์ 13 อันเดอร์พาร์ 275 (69706670) ทิ้งอันดับ 2 จัสติน โรส (อังกฤษ) 2 สโตรก
ยอดโปรวัย 37 ดีกรีแชมป์เมเจอร์ 14 สมัย ที่เสียมือ 1 โลก ให้แก่ ลี เวสต์วูด (อังกฤษ) ตั้งแต่เดือน ต.ค. 2010 รับเป็นปลื้มสุดๆ หลังกวาดแชมป์พีจีเอ ทัวร์ เป็นครั้งที่ 77 พร้อมขยับเข้าใกล้สถิติแชมป์ศึกพีจีเอฯ มากที่สุด 82 รายการของ แซม สนีด โดยคุยลั่นว่าตอนนี้พร้อมแล้วทั้งสภาพร่างกายและจิตใจ
“ผมมักเล่นที่นี่ได้ดี ซึ่งมันเยี่ยมมากเลย ผมพอใจมากกับฟอร์มการเล่นของตัวเอง มันคงเป็นผลมาจากการทำงานหนักและความอดทน ผมเคยอ่อนแอมาก่อน แต่ก็ได้เปลี่ยนมาเป็นความแข็งแกร่ง ทำให้ผมรู้สึกตื่นเต้นอย่างมากกับช่วงเวลาที่เหลือในปีนี้” โปรลูกครึ่งไทยอเมริกัน ที่เพิ่งชูถ้วยศึกอาร์โนลด์ฯ สมัยที่ 8 กล่าว
ทั้งนี้ ไทเกอร์ ที่ทำสถิติครองมือ 1 โลกถึง 623 สัปดาห์ เคยตกต่ำร่วงลงไปรั้งมือ 58 โลก เมื่อเดือน พ.ย. 2011 หลังโดนมรสุมชีวิตถล่มใส่ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2009 เริ่มจากเมียชาวสวีดิช (เอลิน นอร์เดเกรน) จับได้ว่านอกใจคบกิ๊กเพียบจนบ้านแตก และโดนเมียฟ้องหย่าหอบลูกหนี แถมยังมีอาการบาดเจ็บรบกวน รวมทั้งสปอนเซอร์หลายรายพากันถอยหนีเลิกสนับสนุน
ณ ตอนนี้ ไทเกอร์ ที่พบรักใหม่กับ ลินซีย์ วอนน์ นักสกีสาวชาวสหรัฐด้วยกัน กำลังเล็งกวาดแชมป์เมเจอร์เพิ่มทันที หลังทำได้ครั้งล่าสุดใน “ยูเอส โอเพน 2008” และขอเริ่มที่ศึกเมเจอร์แรกของฤดูกาล คือ “เดอะ มาสเตอร์ส” ที่ออกัสตา (11-14เม.ย.) เลยทีเดียว
แน่นอนว่า เขาเป็นเต็ง 1 ศึกมาสเตอร์ส อย่างไม่ต้องสงสัย เพราะกลับมาอยู่ในฟอร์มเก่งที่มีลุ้นแชมป์ทุกรายการที่ลงแข่ง และหากทำสำเร็จก็จะเป็นแชมป์มาสเตอร์ส ครั้งที่ 5 แล้วยังเป็นการชูโทรฟีระดับเมเจอร์ถึง 15 สมัย ขาดอีกแค่ 3 ครั้ง ก็จะเทียบเท่าสถิติแชมป์เมเจอร์สูงสุดตลอดกาล 18 สมัยของ “หมีทอง” แจ็ก นิกคลอส ตำนานกอล์ฟสหรัฐ
อย่างไรก็ตาม ไทเกอร์ ที่ขอพักวงสวิง 2 สัปดาห์ มีโอกาสเสียมือ 1 โลกคืนให้ แม็คอิลรอย ก่อนจะถึงศึกมาสเตอร์สเช่นกัน หากโปรหนุ่มวัย 23 สามารถซิวแชมป์ “เชลล์ ฮุสตัน โอเพน” ที่เทกซัส (28-31 มี.ค.) เนื่องจากมีคะแนนสะสมเฉลี่ยใกล้เคียงกันมาก (ไทเกอร์ 11.87, แม็คอิลรอย 11.29)
ด้าน แม็คอิลรอย ไม่ว่าจะทวงบัลลังก์คืนสำเร็จหรือไม่ เขาก็มีภารกิจต่อทันทีในฐานะทูตขององค์การยูนิเซฟ โดยจะเดินทางไปเยี่ยมเด็กๆ พร้อมช่วยเหลือครอบครัวในประเทศเฮติ (ประสบภัยแผ่นดินไหวครั้งใหญ่เมื่อปี 2010) ในวันที่ 12 เม.ย.นี้ ก่อนจะกลับมาปะทะวงสวิงกับ ไทเกอร์ ในศึกมาสเตอร์ส
เห็นทีการเจอกันของ “ไทเกอร์รอรี” ในศึกเมเจอร์แรกของปีคราวนี้ น่าจะสู้กันสนุกแน่ เพราะคนแรกกำลังคืนฟอร์มฮอต ส่วนคนหลังพรสวรรค์เพียบ และกำลังเริ่มปรับตัวได้ดีขึ้นกับอุปกรณ์ “ไนกี้” ที่เพิ่งเซ็นสัญญาใหม่ รวมทั้งอาจได้บุญกุศลช่วยส่งอีกด้วย หากจำกันได้ก่อนที่ แม็คอิลรอย จะผงาดครองแชมป์เมเจอร์ครั้งแรกในชีวิตจากศึกยูเอส โอเพน 2011 ในปีนั้นเขาก็เพิ่งไปช่วยเหลือชาวเฮติเป็นครั้งแรกมาหมาดๆ







