posttoday
ครั้งแรกกับ ‘ไบร์ตลิง เจ็ต ทีม’ ฝูงบินผาดแผลงบนน่านฟ้าไทย

ครั้งแรกกับ ‘ไบร์ตลิง เจ็ต ทีม’ ฝูงบินผาดแผลงบนน่านฟ้าไทย

21 มีนาคม 2556

เครื่องบินเจ็ตบินรวมฝูง ก่อนวินาทีถัดมาจะแยกตัวพุ่งทะยานเป็นแฉก ฉวัดเฉวียนตีลังกาอยู่บนท้องฟ้า ช่างเป็นภาพน่าหวาดเสียวระคนระทึกใจยิ่งนัก

โดย...อินทรชัย พาณิชกุล

เครื่องบินเจ็ตบินรวมฝูง ก่อนวินาทีถัดมาจะแยกตัวพุ่งทะยานเป็นแฉก ฉวัดเฉวียนตีลังกาอยู่บนท้องฟ้า ช่างเป็นภาพน่าหวาดเสียวระคนระทึกใจยิ่งนัก

ทั้งหมดนี้ไม่ใช่ความฝัน หากแต่เป็นภาพจริง เสียงจริง โชว์จริงของหมู่บินไบร์ตลิง เจ็ต ทีม ฝูงบินผาดแผลงจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ที่ขึ้นชื่อว่าเก่งกาจเป็นอันดับต้นๆ ของโลก

วันนี้พวกเขาบินข้ามน้ำข้ามทะเลมายังเมืองไทย โดยบริษัท เพนดูลัม ตัวแทนจำหน่ายนาฬิกายี่ห้อไบร์ตลิง นาฬิกายอดนิยมในหมู่นักบิน เพื่อแสดงการบินผาดแผลงระดับโลก ในงาน “ไบร์ตลิง เจ็ต ทีม อันเดอร์ รอยัล สกาย” เนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองวันกองทัพอากาศ นอกจากนี้จะมีการแสดงสมรรถนะของเครื่องบินขับไล่กริพเพน และเอฟ 16 ของกองทัพอากาศไทยด้วย

“การแสดงโชว์เครื่องบินรบครั้งนี้ ถือเป็นการแสดงแสนยานุภาพของกองทัพอากาศไทย ประชาชนจะได้เห็นศักยภาพทางการบิน วิทยาการอันก้าวหน้าด้านการบิน สะท้อนถึงขีดความสามารถของกองทัพว่า หากสมรรถนะของเครื่องบินบวกกับทักษะการฝึกซ้อมของนักบินที่สูง จะสามารถปกป้องน่านฟ้าของประเทศได้” พล.อ.อ.ธงชัย แฉล้มเขตร หัวหน้าคณะนายทหารฝ่ายเสนาธิการทหารอากาศ ในฐานะประธานจัดงานกล่าว

ไฮไลต์ของงานคือการแสดงผาดแผลงของหมู่บินที่มีชื่อเสียงในระดับโลกอย่างไบร์ตลิง เจ็ต ทีม ครั้งแรกบนน่านฟ้าไทย

“ไบร์ตลิง เจ็ต ทีม เป็นหมู่บินผาดแผลงเอกชนจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ก่อตั้งเมื่อปี 2546 บินโชว์มาแล้วทั่วโลกทั้งหมด 32 ประเทศ แต่ละสถานที่แต่ละแห่งที่ไปล้วนมีความสวยงาม ท้าทาย ยากง่ายแตกต่างกันไป ทั้งหมู่เกาะ ภูเขา ทะเล ธารน้ำแข็ง แสดงความสามารถลีลาผาดแผลง ด้วยสุดยอดเครื่องบินรุ่นแอล39 จำนวน 7 ลำ นักบินแต่ละคนผ่านการบินมาแล้วไม่ต่ำกว่า 5,000 ชั่วโมง” คัทสุฮิโกะ โทคุนากะ หนึ่งในสมาชิกของไบร์ตลิง เจ็ต ทีม เล่าให้ฟัง

ช่างภาพชาวญี่ปุ่นผู้นี้โด่งดังในฐานะผู้บุกเบิกการถ่ายภาพทางอากาศมานานกว่า 30 ปี เคยถ่ายภาพให้กับฝูงบินผาดแผลงทั่วโลก อาทิ ปาตรูอีเยอ เดอ แฟรนซ์ ของฝรั่งเศส เรด แอโรว์ของอังกฤษ วิงส์ ออฟ สตรอม ของโครเอเชีย

คราวนี้เขาจะมาร่วมบันทึกภาพประวัติศาสตร์การแสดงในเมืองไทยด้วยเช่นกัน

“การถ่ายภาพบนอากาศต่างจากพื้นดินมากครับ หากเริ่มต้นบินต้องเริ่มถ่ายทันที และต้องพยายามให้มีประสิทธิภาพที่สุด การเตรียมตัวก่อนขึ้นบินแต่ละครั้งเป็นเรื่องสำคัญมาก อุปกรณ์กล้องก็ต้องตรวจสอบก่อนว่าไม่มีส่วนประกอบที่มีคลื่นพลังงานรบกวนการบิน

การบินแต่ละรอบใช้เวลา 25 นาที สามารถถ่ายได้เพียง 60-70 รูปเท่านั้น การมาครั้งนี้ผมได้รับเกียรติให้เก็บภาพสถานที่ท่องเที่ยวสวยๆ ไม่ว่าหมู่เกาะอ่างทอง เขื่อนรัชชประภา เกาะสมุย เพื่อแสดงให้เห็นถึงความงดงามของเมืองไทยจากมุมมองเบื้องบนด้วยครับ” ช่างภาพทางอากาศชื่อดัง ปลื้มอกปลื้มใจ

ก่อนหน้านี้คนไทยเคยได้มีโอกาสชื่นชมโชว์การแสดงบนท้องฟ้าจากฝูงบินระดับโลกมาแล้ว อย่างหมู่บินธันเดอร์เบิร์ดส แห่งกองทัพอากาศสหรัฐอเมริกา เมื่อปี พ.ศ. 2544

ขณะที่ฝูงบินผาดแผลงของไทยนั้น ในอดีตกองทัพอากาศเคยมีฝูงบินผาดแผลงหลายฝูง แต่ที่เป็นที่รู้จักที่สุดคือ ฝูงบินแสนเมืองของโรงเรียนการบินกำแพงแสน จ.นครปฐม ซึ่งใช้เครื่องที37 เครื่องบินฝึกแบบไอพ่น ต่อมาเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2527 เกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนกลางอากาศ ส่งผลให้ไม่มีฝูงบินจากทัพฟ้าให้เห็นอีกเลย ยกเว้น การบินผาดแผลงเดี่ยวที่หาดูได้ในวันเด็กแห่งชาติเท่านั้น

ล่าสุด หมู่บินผาดแผลงของกองทัพอากาศไทยกลับมาเปิดการแสดงแอร์โชว์ให้สาธารณชนได้ชมกันอีกครั้งหลังห่างหายไปนานกว่า 25 ปี ในงานครบรอบร้อยปีการบินบุพการีกองทัพอากาศฝูงบินนี้มีชื่อว่า บลู ฟีนิกซ์ โดยใช้เครื่องพีซี9 เครื่องบินฝึกใบพัด ณ น่านฟ้าสนามบินดอนเมือง เมื่อปีที่แล้ว

นอ.ประเสริฐวิษณุ์ มหาขันธ์ รองผู้อำนวยกองวิจัยและพัฒนาการรบ กรมยุทธการทหารอากาศ กองทัพอากาศ หนึ่งในคณะผู้จัดงาน กล่าวว่า เรื่องสำคัญที่สุดในการเตรียมงานคือ ความปลอดภัยของนักบินและผู้ชมต้องมาเป็นอันดับแรก

“เรามีการประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นวิทยุการบิน การท่าอากาศยานและหน่วยกู้ภัยภาคพื้นดิน ศึกษาแผนการโชว์ ตั้งแต่ขึ้นบิน ท่าที่ใช้ในการแสดงผาดแผลง รวมถึงวางแผนฉุกเฉินเพื่อเตรียมรับมือหากเกิดกรณีไม่คาดฝัน เช่น เครื่องบินตก เกี่ยวกัน ชนกัน ต้องช่วยเหลือนักบิน และกันผู้ชมให้ปลอดภัยได้อย่างไร ทุกอย่างเราเตรียมพร้อมอย่างเต็มที่ทุกขั้นตอนครับ”

ขณะเดียวกัน ความเห็นจากสุดยอดแฟนพันธุ์แท้เครื่องบินรบและนักเขียนชื่อดัง สรศักดิ์ สุบงกช มองว่าการแสดงแอร์โชว์จากหมู่บินระดับโลกหาดูไม่ได้ง่ายๆ นับเป็นโชคดีของคนไทยอย่างยิ่ง

“คนไทยไม่มีโอกาสชมการแสดงเครื่องบินผาดแผลงบ่อยนัก จะพูดว่าเป็นเรื่องไกลตัวก็ยังได้ เพราะผู้สนใจยังเป็นแค่คนเฉพาะกลุ่ม หาดูตามคลิปวิดีโอบนยูทูบ ติดตามเว็บไซต์ของหมู่บินต่างๆ แต่ยังไงก็สู้ดูของจริงไม่ได้

ความมันของแอร์โชว์อยู่ตรงการต้องลุ้นไม่ให้เครื่องบินมันชนกัน ยิ่งบินท่ายาก ท่าหวาดเสียวมากเท่าไหร่ยิ่งสนุกตื่นเต้น โดยทั่วไปจะบินประมาณครึ่งชั่วโมงน่าจะเล่นประมาณ 10-20 ท่า ผมคิดว่าเขาคงไม่บินด้วยความเร็วที่เกินไปนัก เพราะน่าจะบินให้คนได้ถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึกด้วย”

นอกจากนักบินมืออาชีพประจำฝูงบินไบร์ตลิง เจ็ต ทีม ทั้ง 7 ลำแล้ว ยังมีแขกพิเศษผู้โชคดีอีก 7 คน ที่จะได้ขึ้นไปสัมผัสประสบการณ์สุดระทึกบนฟากฟ้าด้วย อาทิ พอลภัทรพล ศิลปาจารย์ ภูริ หิรัญพฤกษ์ อ๋อมอรรคพันธ์ นะมาตร์ เป็นต้น

ผู้สนใจสามารถเดินทางมาร่วมชมการแสดงเครื่องบินผาดแผลงครั้งนี้ เจอกันที่บริเวณฝูงบิน 603 กองบิน 6 กองทัพอากาศดอนเมือง ฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่ายในวันเสาร์ที่ 23 มี.ค.นี้ ตั้งแต่เวลา 09.30-12.00 น.

ครั้งหนึ่งในชีวิตที่คุณจะได้เห็นวีรกรรมเหินเวหาของเครื่องบินรบสุดเจ๋ง ไบร์ตลิง เจ็ต ทีม ห้ามพลาดเด็ดขาด

ดูแอร์โชว์ให้สนุก

อย่ากางร่ม เพราะจะบังสายตาคุณและคนอื่นๆ ขณะกำลังชม เนื่องจากการแสดงผาดแผลงไม่ได้บินสูงๆ อย่างเดียว อาจมีท่าโฉบเลียบรันเวย์ด้วย ฉะนั้นลองนึกภาพคนนับร้อยๆ มายืนรอชม แต่ต้องมาเซ็ง เพราะร่มของคนข้างหน้าบังเสียมิด มองอะไรไม่เห็น

นั่งลงกับพื้น คนด้านหลังจะได้เห็นกันถ้วนทั่ว คนที่มารอชมเขาไม่ได้มาดูเฉพาะยามเครื่องบินอยู่บนท้องฟ้าอย่างเดียว แต่อยากเห็นตั้งแต่นักบินเดินขึ้นเครื่อง ช่างเครื่องเช็กความพร้อม เครื่องทยอยไปที่รันเวย์ ก่อนจะทะยานขึ้นสู่เบื้องบน ทุกคนจงนั่งลงกับพื้นให้หมด (ในกรณีที่ไม่มีเก้าอี้) จะได้เห็นกันหมดตั้งแต่แถวหน้ายันแถวหลัง

รักจะชมแอร์โชว์ อย่ากลัวร้อน ครั้งเดียวในชีวิต อดทนสักนิด เพื่อประสบการณ์ประทับใจไม่มีวันลืม การแสดงเครื่องบินผาดแผลงต้องคู่กับแดดร้อนอยู่แล้ว เพราะต้องเลือกทัศนียภาพที่ปลอดโปร่ง ไร้เมฆไร้ฝน เตรียมตัวให้พร้อม แว่นกันแดด ครีมกันแดด และหมวก

สุดท้าย เมื่อพร้อมแล้วก็ชมกันให้สนุกนะครับ

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก