
ยุทธการเขตร้อน ตอนจบ
สัปดาห์นี้คาดว่าอากาศยิ่งร้อนและแปรปรวน กลายเป็นฝนชะช่อมะม่วง จากนั้นก็เตรียมตัวเข้าสู่สภาพชุ่มเหงื่อ
สัปดาห์นี้คาดว่าอากาศยิ่งร้อนและแปรปรวน กลายเป็นฝนชะช่อมะม่วง จากนั้นก็เตรียมตัวเข้าสู่สภาพชุ่มเหงื่อ
โดย...ตุลย์ เล็กอุทัย
สัปดาห์นี้คาดว่าอากาศยิ่งร้อนและแปรปรวน กลายเป็นฝนชะช่อมะม่วง จากนั้นก็เตรียมตัวเข้าสู่สภาพชุ่มเหงื่อ อย่างน้อยก็คิดเสียว่าระบบเมตาโบลิซึมในร่างกายจะทำงานเต็มที่ เนื้อหาตอนที่แล้วได้พูดถึงวิธีการปรับตัวเพื่อความอยู่รอดของยุง ที่สามารถนำมาเป็นต้นคิดคู่ขนาน ยุงกับคน ในการปรับตัวเพื่อเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เชื้อเพลิงความคิดและการเปรียบเทียบหลายตอน โดยเฉพาะ “ความสงบสยบความเคลื่อนไหว” ได้แรงบันดาลใจจากบทความของ อาจารย์ ดร.ยอดเยี่ยม เทพธรานนท์
ย้อนระลึก 5 วิธีการเอาตัวรอดของยุง
“เบื่อสีดำ” หรือ การเปลี่ยนที่หลบซ่อนจากที่มืด สีดำ สีเข้ม ไปอยู่ในที่สว่าง สีอ่อน หรือ แม้กระทั่งสีขาว ทำให้เราได้เรียนรู้ว่า บางครั้งเราก็ควร “คิดนอกกรอบ” ออกนอกพื้นที่ที่คุ้นเคย ไปสถานที่แปลกใหม่ พบปะพูดคุยกับผู้คนกลุ่มอื่น นอกจากจะเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลและหาแรงบันดาลใจแล้ว ยังจะเป็นการทำให้เราไม่ยึดติดกับวิธีคิดเดิม ถอดนอตที่ยึดเราไว้และมองตามโลกที่หมุนไปอย่างเข้าใจและเปิดกว้าง
“ทำลายโฟกัส” หรือการบินเข้าใส่หน้า ในยามจวนตัว เพื่อเอาชีวิตรอด ไม่ต่างอะไรกับ ในช่วงเวลาวิกฤตเราทุกคนต้องมี “ที่มั่นสุดท้าย” จะเป็นแผน 1 แผน 2 หรือแผน 3 เราไม่อาจคาดเดาอนาคต ถ้าเกิดฟ้าถล่ม ดินทลาย ภัยธรรมชาติ วิกฤตเศรษฐกิจ หรือ สงคราม ก็จะเหลือพื้นที่สุดท้ายให้เราหายใจ
“ที่ที่อันตรายที่สุดคือที่ที่ปลอดภัยที่สุด” จากเดิมที่ยุงจะบินออกไปให้ไกลเพื่อหลบหนี กลับกลายเป็นกบดานอยู่ในพื้นที่ใกล้ตัวจนเราไม่ทันระวัง จากแนวคิดดังกล่าว เปรียบได้กับ “หากไม่เข้าถ้ำเสืออย่าหวังจะได้ลูกเสือ” บางครั้งก็จำเป็นต้องเสี่ยง หากเสี่ยงอย่างมีสติ อยู่บนพื้นฐานเหตุผลและความรู้สึก แม้ว่าความเสี่ยงนั้นอาจจะล้มเหลวในภายหลัง หากเรารู้จักนำมันมาเป็นบทเรียน สิ่งเหล่านั้นก็จะไม่สูญเปล่า
“หลบเรดาห์” เป็นการบินในระดับต่ำ เลียดพื้น หลบหลีกสายตาที่มองหาในที่สูง ประหนึ่ง “การรบไม่มีรูปลักษณ์ตายตัว” การพลิกแพลงวิธีการ ให้มีความหลากหลาย ยิ่งคู่แข่งคาดเดาเราได้น้อยเท่าไหร่ โอกาสตั้งรับอย่างไร้ข้อผิดพลาดก็น้อยลงเท่านั้น
“ความสงบสยบความเคลื่อนไหว” การที่ยุงสงบนิ่งแม้ว่าจะเอานิ้วไปแตะใกล้ๆ ไม่ได้รีบบินหนีเหมือนเคย ทำให้คิดได้ว่าคล้ายกับเรื่อง “การตั้งรับคือการรุกที่ดีที่สุด” การสัประยุทธ์หลายครั้งไม่ใช่การรบกันซึ่งหน้า รังแต่จะสูญเสียกำลังโดยไม่จำเป็น สงครามเสบียง คือ การหาช่องทางตัดเส้นเลือดส่งอาหาร น้ำ และอาวุธ สูญเสียน้อยกว่าแต่ก็ให้ผลลัพธ์เท่ากัน หากเป็นการตั้งรับอย่างมีระบบ อดทนและรอจังหวะ เมื่อฝ่ายรุกเริ่มอ่อนล้า ก็พร้อมฉกฉวยโอกาสกลับเป็นฝ่ายตลบหลัง บุก ล้อม และกุมชัยชนะได้ในที่สุด
หลายคนคงทั้งขำและประหลาดใจ ถ้าสรุปว่า การปรับตัวเพื่อความอยู่รอด อยู่สบาย ในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เกี่ยวข้องกับยุง มาเฟียเขตร้อน และเป็นต้นเรื่องของ “คิดนอกกรอบ ที่มั่นสุดท้าย หากไม่เข้าถ้ำเสืออย่าหวังจะได้ลูกเสือ การตั้งรับคือการรุกที่ดีที่สุด และการรบไม่มีรูปลักษณ์ตายตัว” ว่าแล้วมันเกี่ยวกันยังไง ละก็ คงต้องหายุทธการเขตร้อน ตอนที่ 1 มาอ่านเสียแล้ว







