
คิดสนุก ทำงานอย่างมีสุข กับ รามา ปัทมินทรวิภาส
กลยุทธ์ไม่สำคัญเท่ากับการลงมือทำ ผมไม่ได้มีความเชื่อว่าเราต้องทำทุกอย่างแล้วจะสำเร็จเต็มร้อย ถ้าเราสำเร็จสัก 30%
โดย...โยธิน อยู่จงดี ภาพ วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี
“กลยุทธ์ไม่สำคัญเท่ากับการลงมือทำ ผมไม่ได้มีความเชื่อว่าเราต้องทำทุกอย่างแล้วจะสำเร็จเต็มร้อย ถ้าเราสำเร็จสัก 30% เราก็ต้องเอาข้อผิดพลาดที่เหลือมาเรียนรู้ เพื่อจะทำให้ครั้งต่อไปเปอร์เซ็นต์ความสำเร็จมันสูงขึ้น ได้สัก 70% ก็พอใจแล้ว แต่ต้องเป็น 70% ที่งดงาม เป็นงานศิลปะที่น่าชื่นชม” เจมส์ รามา ปัทมินทรวิภาส ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายบริหารผลิตภัณฑ์การชำระเงินลูกค้าบุคคลและปริวรรตเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกสิกรไทย บอกไว้อย่างนั้น
การทำงานให้ได้ตามเป้าที่ตั้งไว้ในบางงานอาจทำไม่ได้ในความเป็นจริง นอกจากจะไม่สำเร็จแล้ว คนทำงานก็ไม่มีความสุขไปด้วย ปัจจุบันเจมส์เป็นผู้บริหารหนุ่มที่ได้รับการยอมรับในฝีมือการบริหารงาน ได้รับผิดชอบการพัฒนาผลิตภัณฑ์และทำการตลาดผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการชำระเงินของลูกค้าบุคคล ซึ่งสร้างรายได้ให้แก่ธนาคารกว่าปีละ 6,000 ล้านบาท ไม่ว่าจะเป็นบัตรเดบิต การโอนเงิน การชำระเงินจ่ายบิลต่างๆ รวมไปถึงการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ รวมทั้งผลงานบัตรเดบิตเฮลโลคิตตี และล่าสุดคือบัตรเดบิตโดราเอมอน ที่สร้างความฮือฮาให้กับลูกค้าจนต้องต่อแถวเปิดบัญชีใหม่กันเลยทีเดียว
เจมส์ บอกกับเราอย่างตรงไปตรงมาว่า เขาภูมิใจที่ได้ทำงานกับทีมที่ดี เขาเปิดกว้างให้ทุกคนในทีมได้เสนอความคิดและทำจริงไปพร้อมๆ กับการสร้างความไว้วางใจและความน่าเชื่อถือกับทุกคน ให้แต่ละคนมีความรับผิดชอบและขอบข่ายงานที่ชัดเจนว่าเป็นผลงานของใครบ้าง แต่เมื่อเอามารวมกันก็เป็นผลงานของทุกๆ คนที่ทำออกมาได้ดีและทีมของเราก็จะภูมิใจในผลงานชิ้นนั้น ซึ่งเทคโนโลยีก็มีส่วนช่วยให้การทำงานเป็นไปอย่างราบรื่นด้วยเช่นกัน
“เวลาในการสั่งงานของผมก็เปลี่ยนไปตามเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป สมัยก่อนก็จะเดินไปที่โต๊ะเพื่อพูดคุย ทำให้งานเดินได้ช้ากว่าปกติ ยุคต่อมาใช้โทรศัพท์ ก็เร็วขึ้นมาหน่อย แต่ก็ยังไม่มากพอ 10 ปีก่อนหน้านี้เราก็เริ่มใช้อีเมลในการติดต่อ ได้เห็นเนื้องานและความคืบหน้า ระบบนี้ก็จะดีขึ้นมาหน่อย
แต่เดี๋ยวนี้ผมก็ใช้วอตส์แอพเป็นหลัก เพราะเราไม่ได้ไปกวนเขา แค่ส่งข้อความไปถามเล็กๆ น้อยๆ ก็ช่วยให้งานเดินหน้าได้โดยที่ลูกทีมไม่รู้สึกว่าเราโทรจิก เพราะบางทีผมต้องการแค่ข้อความตอบเล็กๆ น้อยๆ ว่างานเดินไปถึงไหนแล้วเท่านั้นเอง ซึ่งเทคโนโลยีตรงนี้ก็ทำให้ทั้งหัวหน้าและลูกน้องแฮปปี้ทั้งสองฝ่าย” เจมส์ ตอบอย่างอารมณ์ดี ซึ่งในระหว่างการสัมภาษณ์ทางซ้ายมือของเขามี บีบีเคิร์ฟ ใส่เคสหนาเตอะ ดูแปลกไปจากเคสบีบีของผู้บริหารที่เราเคยเห็น
เราจึงถาม เจมส์ ไปว่า ทำไมถึงใช้เคิร์ฟ ทั้งที่ผู้บริหารระดับสูงอย่างเขาส่วนใหญ่เลือกใช้ไอโฟนหรือไม่ก็บีบีโบลด์ “อ๋อ ราคาถูกสุดแล้วครับ” เจมส์ตอบพลางหัวเราะคล้ายอำกันเล่น แต่นั่นคือความจริงที่ไร้การปรุงแต่งในคำตอบ เจมส์บอกกับเราว่า ปกติเขาจะใช้โทรศัพท์จนเครื่องเสียทุกเครื่องถึงจะเปลี่ยนเครื่องใหม่นั่นล่ะ จากนั้นก็มองหาสิ่งที่ต้องการ ก็คือเครื่องที่สามารถแชตบีบีและวอตส์แอพได้ ซึ่งเคิร์ฟก็ทำได้ แล้วทำไมต้องใช้โบลด์ที่มีราคาแพงกว่าเท่าตัวล่ะ จริงไหม (อืม...ก็จริง)
ถึงตรงนี้แล้วไม่ต้องแปลกใจ เพราะเบื้องลึกเจมส์มีหลักในการใช้ชีวิตด้วยการตัดสินใจ ทั้งการตัดสินและการตัดใจ จึงต้องรู้เท่าทันใจโดยมีสติเป็นตัวตั้ง ทุกเช้าเขาจะแบ่งเวลาศึกษาธรรมะและนั่งสมาธิ เพื่อให้จิตได้มีเวลาหยุดนิ่งและอยู่กับปัจจุบัน
เพื่อให้ทันกับความคิด ไม่ให้หลงไปกับสิ่งที่ไม่จำเป็นกับชีวิต ดังนั้นการโฆษณาค่านิยมผิดๆ ของเทคโนโลยีไม่อาจทำอะไรเขาได้เลย ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ ยกเว้นการขับบิ๊กไบค์
“ผมใช้ตอนเรียนโทอยู่อเมริกา ผมเองก็จำไม่ได้ว่าไปเก็ตกับบิ๊กไบค์ตอนไหน รู้ตัวอีกทีก็รู้สึกว่าบิ๊กไบค์เป็นอะไรที่เท่มาก จึงไปศึกษาว่าต้องขี่อะไรยังไง เริ่มจากไปเรียนการขับในโรงเรียนสอนเทคนิคการขับต้องบังคับอย่างไร เบรกที่ถูกต้องต้องทำอย่างไร เป็นต้น
ตอนที่เรียนยังไม่มีบิ๊กไบค์ แต่ก็ซื้ออุปกรณ์มาก่อนเลย เพราะกลัวเจ็บมาก แต่พอซื้อมาแล้วก็กลายเป็นความกดดันว่าเราต้องซื้อรถมาขับอีก (หัวเราะ) เลยได้ซื้อบิ๊กไบค์มาขับไปเรียนหนังสือ กลับมาเมืองไทยก็ขายคันเก่าแล้วซื้อบิ๊กไบค์บีเอ็มมาใช้อีกคัน แต่ตอนนี้ไม่ได้ขับแล้ว มีรถประจำตำแหน่ง แต่ก็มองหาคันใหม่ไปพลางๆ เหมือนกัน” เจมส์ ยิ้มๆ ให้มีสติแค่ไหนก็ต้องมีแพ้ทางของชอบกันบ้างล่ะน่า (นี่ยังดีที่เขาไม่ขี่บิ๊กไบค์มาทำงาน)
นอกจากนี้ เขายังชื่นชอบสะสมงานศิลปะไทยประยุกต์ต่างๆ ทั้งรูปแบบจิตรกรรมและประติมากรรม โดยมักจะใช้เวลาในวันหยุดสุดสัปดาห์พาครอบครัวไปชมนิทรรศการงานศิลปะตามที่ต่างๆ และกิจกรรมเอาต์ดอร์ชอบการดำน้ำ ฟุตบอล มากเป็นพิเศษ
เจมส์ บอกทิ้งท้ายอีกว่า เทคโนโลยีทำให้ทุกอย่างมันเร็วขึ้น ทั้งในเรื่องการสื่อสาร การทำงาน อย่างระบบการเงินก็เปลี่ยนมาทำธุรกรรมออนไลน์มากขึ้น เงินเคลื่อนที่ในบัญชีเร็วขึ้น เพิ่มความสะดวกสบายให้กับคนรุ่นใหม่ แต่ก็มีมิจฉาชีพที่เราต้องรู้ให้เท่าทันและป้องกันด้วยการเปลี่ยนรหัสบ้าง อัพเกรดระบบรักษาความปลอดภัยในเครื่องคอมพิวเตอร์ แต่ทางที่ดีที่สุดถ้ามีบัญชีออนไลน์ควรผูกบัญชีออนไลน์กับเบอร์มือถือ ให้ส่งรหัสยืนยันการทำธุรกรรมทางเอสเอ็มเอส
คนร้ายก็ไม่สามารถเอารหัสตรงนี้ไปโอนเงินหรือซื้อของได้ และเจ้าของเองก็จะรู้เมื่อมีการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติในบัญชี ถ้าเห็นแล้วรีบแจ้งเราก็สามารถยกเลิกการทำรายการได้ทัน แม้ว่าการใช้เทคโนโลยีไปเร็วแค่ไหน เราก็ต้องใช้สติและความรู้นำเทคโนโลยีนั้นให้ได้
ปัจจุบันอายุ 37 ปี
เลือกอุปกรณ์ไอแพด เพราะบีบีเคิร์ฟเข้าเว็บไม่สะดวก เลยเลือกเครื่องไอแพดสำหรับเข้าค้นหาข้อมูลระหว่างประชุม
บิ๊กไบค์คันแรก ซูซูกิ แบนดิธ ซื้อมือ 2 เพราะตอนนั้นเพิ่งเริ่มขี่ และก็ไม่รู้ว่าบิ๊กไบค์จะใช่สำหรับเขาหรือเปล่า
คติในการทำงาน ทำงานทุกชิ้นให้เป็นงานศิลปะที่น่าชื่นชม
แอพหลักในการทำงาน วอตส์แอพ เพราะคุยได้กับทุกระบบ







