
สุขยาวนานเพราะรู้ทันชีวิต
ความสุขจากการรู้เท่าทันธรรมดาของโลกและชีวิต
โดย...ว.วชิรเมธี ผู้อำนวยการสถาบันวิมุตตยาลัย
ความสุขจากการรู้เท่าทันธรรมดาของโลกและชีวิต
เราอยู่ในโลกเราก็เหมือนนักกีฬาที่เตะฟุตบอลอยู่ในสนามกีฬาของชีวิต นักฟุตบอลที่จะประสบความสำเร็จในสนามก็ต้องเรียนรู้กติกา ถ้าเราเป็นนักฟุตบอลที่ไม่เคารพกติกา เก่งแค่ไหนวันหนึ่งเราก็ต้องถูกปรับออกหรืออาจจะถูกให้ใบแดงเป็นนักกีฬาที่ล้มเหลวในสนาม
ในสนามกีฬาแห่งชีวิตนี่ ถ้าเราอยากประสบความสำเร็จเราก็จะต้องรู้เท่าทันกฎกติกามารยาทในการดำเนินชีวิต ซึ่งถ้าเรารู้แล้ว เราจะไม่ทุกข์ พอมันไม่ทุกข์ มันก็เป็นสุข
อะไรคือกฎกติกามารยาทในการดำเนินชีวิตที่เราจะต้องรู้เท่าทัน
ชีวิตของเรานี่ก็เป็นทุกข์ แต่ถ้าเรารู้เท่าทันมันก็เป็นสุข เช่นเราเกิดมานี้ก็จะแก่ เราก็จะเจ็บ เราก็จะตาย เราก็จะพลัดพรากจากของที่รัก เรามีกรรมเป็นของตน อันนี้มันเป็นธรรมชาติของสิ่งที่มีชีวิตที่เรียกว่าคน ธรรมดาจะต้องเจอความทุกข์อย่างนี้
ความทุกข์อย่างนี้ เรียกว่าเป็นความทุกข์ภายนอก แต่ถ้าเรารู้ไม่เท่าทัน เราจะเอาทุกข์ภายนอกมาเป็นทุกข์ภายใน
ทุกข์ภายนอก หมายความว่า บางทีกายมันทุกข์ แต่พอเราไม่รู้เท่าทัน ทุกข์ทางกายเราก็จะปรุงแต่งข้างใน จึงเอาทุกข์ข้างนอกมาเป็นทุกข์ข้างใน พูดง่ายๆ ว่า เอาทุกข์ตามธรรมชาติมาเป็นทุกขเวทนาในใจ
ยกตัวอย่างเช่น เราประสบอุบัติเหตุ อาจจะขาหัก เรามีสิทธิ์ที่จะประสบอุบัติเหตุกันทุกคน แล้วพอขาหัก เราก็ทุกข์ นี่เรียกว่าเป็นทุกข์ภายนอก
แต่คนที่คิดไม่เป็น เวลาประสบอุบัติเหตุมักจะคิดว่า โอ...ตายแล้ว ต่อไปนี้จะมีใครมาสนใจคนขาหักอย่างฉัน เดี๋ยวแฟนคงเลิกแน่ๆ เลย ผู้หญิงขาหักใครจะมอง ฉันไม่ไปแล้วงานสังคม มันไม่สง่างาม คนขาหักไปอยู่ตรงไหนก็ดูไม่ดี ก็เลยกลายเป็นว่า “เอาทุกข์ภายนอกมาเป็นทุกข์ภายใน” ปรุงซ้ำเข้าไปอีก
บางคนที่ถูกแฟนทิ้ง การที่แฟนทิ้งไปถือว่าเป็นความทุกข์ภายนอก เรานำมาปรุงแต่งอีก เขาจากไปตั้ง 10 ปีแล้ว
ผู้ชายบางคนยังทุกข์ต่อเพราะเป็นโรคผิดหวังในมนุษยชาติ ไม่กล้ารักใครอีกเลย ์ทุกข์หนักหนาสาหัส ทั้งๆ ที่ทุกข์ทางกายภาพเขาไปจากเรานานแล้วเป็นสิบปี แต่ก็ยังปล่อยไม่ลงปลงไม่เป็นไปเอาทุกข์ภายนอกมาเป็นทุกข์ภายใน
หรือบางทีเราถูกใครเขาด่ามา คำด่ามาถึงหูเราปุ๊บ พอหลุดจากปากของเขามันก็เป็นสุญญากาศแล้ว พอมันมาถึงหูเรามันก็เป็นแค่พลังงาน มันเป็นทุกข์ภายนอก แต่พอเราปรุงคำด่าต่อเท่านั้นเอง ทุกข์ภายนอกถูกแปรรูปเป็นทุกข์ภายใน ทุกข์หนักเข้าไปอีก
ปุถุชนส่วนใหญ่ ไม่รู้จักความทุกข์ ไม่รู้จักธรรมดาของโลกและชีวิต จึงมักจะเอาทุกข์ซึ่งเป็นธรรมดาของโลกและชีวิตมาเป็นทุกข์ในจิตในใจของเรา
ชีวิตไม่เที่ยง ไม่ทน ไม่แท้
นอกจากนั้น กติกาของการเกิดมาเป็นคน ซึ่งเราจะต้องรู้เอาไว้เพื่อที่เวลามันเกิดขึ้นจะได้ไม่ทุกข์คือ จะต้องรู้เท่าทัน “ไตรลักษณ์” หรือ ลักษณะ 3 ประการ คือ
ประการที่หนึ่ง คือ ไม่เที่ยง
ประการที่สอง คือ เป็นทุกข์
ประการที่สาม คือ ไม่มีตัวตนสมบูรณ์แบบ
ในโลกนี้ ไม่มีอะไรเที่ยงสักอย่าง ขนาดนาฬิกาบางทีถึงเวลา 12 นาฬิกา ยังก็ยังไม่เที่ยง บางวันมันก็เดินไม่ตรง ที่วัดเก่าของอาตมามีพระรูปหนึ่งท่านชื่อท่านบุญเที่ยง แต่ท่านไม่ค่อยเที่ยงหรอก เพราะท่านเดินตัวเอียงตลอด
คำว่า ไม่เที่ยง หมายความว่า ทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ในตัวเรามีเซลล์ต่างๆ เปลี่ยนแปลงสม่ำเสมอ ภายใน 7 ปี เราจะไม่ใช่ตัวเราคนเดิม แต่ความเปลี่ยนแปลงนั้นดำเนินไปในลักษณะต่อเนื่องเราจึงมองไม่เห็นความเปลี่ยนแปลง
แท้ที่จริงทุกๆ 7 ปี เราจะลอกคราบครั้งหนึ่ง จะไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไป แต่มนุษย์ส่วนมากก็มักจะคิดว่านี่คือตัวฉัน นี่แหละตัวฉัน คิดกันอย่างนี้ตลอด
แท้ที่จริงแล้วร่างกายของเรามันไม่เที่ยงตลอดเวลา สรรพสิ่งก็ไม่เที่ยง







