posttoday
ลินดา กับ เกาะที่มีความสุขที่สุดในโลก

ลินดา กับ เกาะที่มีความสุขที่สุดในโลก

11 มีนาคม 2556

 

 

โดย...ตุลย์ จตุรภัทร ภาพ วิศิษฐ์ แถมเงิน

ถ้าอยากหาวรรณกรรมเยาวชนดีๆ ให้ลูกหลานที่กำลังเรียนหนังสืออยู่ชั้น ป.5-ป.6 ได้อ่าน หรือบางคนก็อยากอ่านเสียเอง ผมขอแนะนำวรรณกรรมเยาวชนที่ได้รับรางวัลวรรณกรรมเยาวชนยอดเยี่ยม นายอินทร์อะวอร์ด ประจำปี 2555 และได้รับการคัดเลือกให้เป็น 100 หนังสือดี เพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชน จากสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และพัฒนาคุณภาพเยาวชน เรื่อง เกาะที่มีความสุขที่สุดในโลก เขียนโดย ลินดา โกมลารชุน นักเขียน นักเดินทาง บรรณาธิการนิตยสารแจกฟรี ชื่อ แทรเวล วิธ คิดส์ รวมทั้งเป็นคุณแม่ของลูกชายลูกสาวผู้แสนน่ารัก

“เกาะที่มีความสุขที่สุดในโลก” นำเสนอชีวิตของผู้คนบนเกาะ “แอมบริม” เกาะเล็กๆ เกาะหนึ่งของประเทศวานูอาตู หมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิกใต้ ดำเนินเรื่องราวผ่านตัวละครหลักอย่าง “เด็กชายยาโน่” “บูบู...หัวหน้าหมู่บ้าน” “เด็กชายโจไมเคิล” และชาวเกาะผู้ล้วนมีชีวิตเรียบง่าย ที่ให้ความสำคัญต่อความสุขและการเป็นผู้ให้มากกว่าสิ่งอื่นใด ชีวิตประจำวันของคนบนเกาะผูกพันลึกซึ้งต่อธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ ท้องทะเลใสสะอาดบริสุทธิ์ ภูเขาไฟอันทรงพลัง และความมหัศจรรย์ของสัตว์โลก

“ก่อนจะมาเป็นเรื่องนี้ ดิฉันเคยเขียนคู่มือท่องเที่ยว เพราะเป็นคนที่ชอบเดินทาง และชอบจดแบบละเอียดๆ ชอบค้นหาข้อมูล เมื่อความชอบของการเดินทาง ผนวกกับความชอบในการอ่านวรรณกรรมเยาวชนมาตั้งแต่เด็ก ทำให้ดิฉันมีเป้าหมายว่า เมื่อจะเขียนวรรณกรรมเยาวชนสักเรื่องหนึ่ง จะต้องเขียนเรื่องที่เกี่ยวกับสถานที่ และมีเด็กเป็นตัวละครเอก”

ลินดา ผู้เขียนเกาะที่มีความสุขที่สุดในโลก ได้บอกเล่าจุดเริ่มต้นของวรรณกรรมเยาวชนเรื่องนี้ในบ่ายวันหนึ่ง

“โดยส่วนตัวดิฉันเป็นคนชอบทะเล ชอบเกาะ ก็เลยหาข้อมูล จนมาเจอเกาะวานูอาตู ซึ่งเป็นเกาะที่มีความสุขที่สุดในโลก ดิฉันเลยเกิดคำถามขึ้นมาว่า ความสุขที่เกิดขึ้นมันวัดกันด้วยอะไรนะ จนได้มาเจอข้อมูลแบบเจาะลึก ทำให้ได้เจอข้อมูลดีๆ และพบเจอคำศัพท์ต่างๆ เยอะแยะมากมาย แค่เอาคำศัพท์มาร้อยเรียงกัน ก็ได้เป็นเรื่องเรื่องหนึ่งเลยนะคะ (หัวเราะ)”

(ล้อมกรอบ 2)

ประเทศของเราไม่ได้วัดความมั่งคั่งด้วยคำว่า “มี...มากเท่าไร” แต่วัดกันที่ว่า “ให้...ได้มากเท่าไร” ยิ่งให้คนอื่นได้มาก ก็ยิ่งแสดงว่าเป็นคนมั่งคั่ง (จากหน้า 6)

“สำหรับวิธีการเขียนวรรณกรรมเยาวชนเรื่องนี้ ดิฉันต้องเขียนเรื่องย่อก่อน สั้นๆ ประมาณสามสี่หน้า เพื่อให้เรารู้ว่า ต้น กลาง จบ จะเป็นอย่างไร แล้วค่อยแตกเป็นบท แล้วพยายามตบไอเดียที่กระจัดกระจายให้ออกมาเป็นข้อๆ บางข้อมันพูดถึงเรื่องเดียวกัน ก็เอามารวมเป็นเรื่องเดียวกัน ที่สำคัญ เขียนไปเขียนมาต้องสร้างไทม์ไลน์ด้วย เพื่อที่จะได้รู้ว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อไร เรียงลำดับอย่างไร จะได้ไม่งง ไม่สับสนข้ามไปข้ามมา”

หากนี่คือวิธีการทำงานที่ช่วยทำให้ลินดาทำงานเขียนได้ง่ายดายขึ้น แต่เธอก็บอกว่าความยากของการเขียนวรรณเยาวชนเรื่องนี้ก็มี ไม่ใช่ไม่มี

“ความยากของการเขียนวรรณกรรมเยาวชนเรื่องนี้อยู่ตรงที่ดิฉันไม่ค่อยมีเวลา ทำงานด้วย ดูแลลูกด้วย ตอนนั้นลูกเล็กมาก คนโตสี่ขวบ ต้องให้ลูกเข้านอนตอนสามทุ่มก่อนถึงจะเขียนได้ แต่พอเขียนๆ ไปก็ง่วง พอง่วงก็ยอมแพ้ อีกทั้งยังไปเที่ยวต่างประเทศเป็นเดือนๆ เพื่อไปเขียนพ็อกเกตบุ๊กเกี่ยวกับการท่องเที่ยว ก็เบรกอีก บางทีก็เบรกเป็นปีๆ พอมาเริ่มต้นใหม่ ก็ลืมเลือนไปบ้าง ต้องกลับมารื้อฟื้นกันอย่างหนักหน่วง (หัวเราะ) เห็นไหมว่าความยากมันอยู่ตรงที่ชีวิตมีตัวแปรหลายตัวเหลือเกิน”

แต่ในที่สุด วรรณกรรมเยาวชนเรื่องนี้ก็เสร็จสมบูรณ์ โดยใช้เวลาเขียนถึง 4 ปีเต็ม

“เรื่องนี้ใช้เวลาเขียนถึง 4 ปีเต็มทีเดียว เริ่มจากมุ่งมั่นจะส่งเข้าประกวดนายอินทรีอะวอร์ดตั้งแต่ปี’51 แต่ก็อย่างที่บอกว่าชีวิตมีตัวแปรมากมายเหลือเกิน แต่ก็มาฮึดเอาตอนน้ำท่วมตอนปลายปี’54 ทำให้ทางอมรินทร์ขยายเวลาปิดรับ ดิฉันเลยมีเวลาทำให้เสร็จ มีเวลาเกลา ปรับนั่นเติมนี่ จนเสร็จสมบูรณ์ได้สำเร็จค่ะ”

เราไม่สามารถร่ายมนตร์ให้มันเทศงอกงามได้ ถ้าเราไม่ลงแรงพรวนดินรดน้ำ ไม่มีใครร่ายมนตร์เพื่อเรียกให้ปลาว่ายเข้ามายังกองไฟได้ ถ้าไม่พายเรือออกไปเหวี่ยงแหจับมัน สิ่งที่บูบูทำก็แค่ขอบคุณเทพเจ้าผู้คุ้มครองผืนดินที่เราปลูกมันเทศ และขอบคุณเทพเจ้าแห่งท้องน้ำที่แบ่งปันปลาให้เรากิน ไอ้ที่ทุกคนคิดว่าเป็นการร่ายคาถาที่จริงอาจจะเป็นบทสวดอ้อนวอนต่อเทพเจ้าให้เมตตาต่อเราเท่านั้น (จากหน้า 16)

“เสน่ห์ของวรรณกรรมเรื่องนี้ คงอยู่ที่คาถามนตร์ดำที่ดิฉันเอามาใส่ไว้ในเรื่อง ซึ่งคาถานี้มีจริงๆ นะคะ แต่ดิฉันเอามาเขียนผสมๆ กับเทพเจ้าที่เราแต่งเอง เพื่อให้เรื่องราวมันมีความน่าสนใจและแฟนตาซี”

เมื่อลินดาถูกถามว่าตัวละครตัวใดคือตัวละครในดวงใจ เธอยิ้มก่อนตอบว่า เป็นคำถามที่ตอบยากมาก

“ดิฉันชอบตัวละครตัวเอกของเรื่อง คือ ยาโน่ เขาคือศูนย์กลางของเรื่อง เขาแสดงการเติบโตทางความคิด ตั้งแต่ต้นเรื่องจนจบเรื่อง ในหนึ่งปีที่เขาเติบโต เขาไม่ได้เติบโตจากเด็ก ป.5 ไปเป็น ป.6 แต่เขาเติบโตแบบได้เรียนรู้อะไรๆ จากประสบการณ์ต่างๆ ที่เขาพานพบ จนทำให้เขาเริ่มคิดอะไรบางอย่างได้”

กับรางวัลที่ลินดาได้รับ นอกจากความภาคภูมิใจ เธอยังมีความมุ่งหวังที่อยากจะให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) คัดเลือกให้วรรณกรรมเยาวชนเรื่องนี้เป็นหนังสือนอกเวลาของเด็กระดับชั้นประถมศึกษาตอนปลายอีกด้วย

“ถ้าวรรณกรรมเยาวชนเรื่องนี้ได้รับการคัดเลือก ดิฉันจะดีใจและภูมิใจมากที่เด็กทั่วทั้งประเทศ รวมทั้งลูกของดิฉันจะได้อ่านเป็นหนังสือนอกเวลา ซึ่งมันทำให้แก่นสารสาระสำคัญของวรรณกรรมเยาวชนเรื่องนี้เผยแพร่สู่เยาวชนของชาติ และทำให้พวกเขาได้ค้นพบว่าความสุขในชีวิตของพวกเขาคืออะไร และพวกเขาจะมีความสุขนั้นได้อย่างไรด้วยตัวของเขาเอง” 

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69