
ป่วยหนัก! จะบอกที่ทำงานอย่างไรดี
โดย...คุณหนูอี้
โดย...คุณหนูอี้
การหยุดงานเพราะปวดหัว ตัวร้อน ท้องเสีย เจ็บตา ออฟฟิศซินโดรม อาจเป็นเหตุผลง่ายๆ ที่เชื่อว่าหนุ่มสาวออฟฟิศต้องเคยประสบ เมื่อรักษาสารพัดอาการที่ทำให้ความเจ็บปวดทุเลาหรือหายขาด ก็สามารถกลับมาทำงานได้ กินเวลาเบ็ดเสร็จทั้งป่วยจริงและแอบสำออยไม่อยากหายป่วยไม่น่าเกิน 1 สัปดาห์
แต่ถ้าคุณเกิดโชคร้ายต้องป่วยด้วยโรคร้ายชนิดใครได้ยินเป็นต้องตกใจ หรือถามอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ คุณจะวางตัวอย่างไรกับเพื่อนร่วมงาน หัวหน้างาน เพราะการรักษาโรคร้ายแรงเช่นนี้ไม่ได้กินเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์ แต่อย่างน้อยต้องใช้เวลา 6 เดือนถึง 1 ปี จึงจะกลับมาทำงานได้ตามปกติอีกครั้ง
สถานการณ์ เมื่อรู้ว่าเป็นผู้ป่วยจะบอกอย่างไร
แม้สภาพจิตใจและร่างกายจะแย่แค่ไหน แต่ก็ต้องไม่ทิ้งความรับผิดชอบ เอาแต่ตีอกชกตัวจมอยู่กับความเศร้า เพราะนอกจากจะไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ในวันนี้ (ไม่ได้ทำให้เชื้อร้ายหายไป) ยังอาจส่งผลถึงความรู้สึกของหัวหน้าและเพื่อนร่วมงานเมื่อต้องกลับมาเจอกันหรือทำงานร่วมกันอีกในอนาคต
ทางออก ตั้งสติเคลียร์ตัวเองให้ชัดทั้งกับหัวหน้างานและเพื่อนร่วมงาน เชื่อเถอะว่า ต่อให้หัวหน้างานใจโหด เพื่อนร่วมงานใจร้ายขนาดไหน หากคุณบอกกับพวกเขาตรงๆ ว่าป่วยเป็นโรคร้าย 99% ของหัวหน้างานและเพื่อนร่วมงานต้องเข้าใจและเห็นใจคุณ โดยคุณควรบอกถึงแผนการชีวิตของคุณนับจากนี้ เช่น การรักษาจะเป็นอย่างไร ใช้เวลาประมาณเท่าไหร่ คุณจะจัดการกับภาระงานที่อยู่ในความรับผิดชอบและคั่งค้างอยู่อย่างไร อย่างน้อยก็เพื่อแสดงความรับผิดชอบและความเป็นมืออาชีพ
สถานการณ์ ระหว่างที่รักษาตัวจะรักษาสัมพันธภาพกับที่ทำงานอย่างไร
ทางออก การที่ต้องหยุดงานเพื่อรักษาเป็นเวลานาน สิ่งหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามคือการสานต่อความสัมพันธ์กับที่ทำงานไว้ไม่ให้ขาดช่วง คุณควรหมั่นอัพเดตความเป็นไปของคุณให้ที่ทำงานทราบ เช่น ความคืบหน้าในการรักษาหรืออาการให้หัวหน้างานทราบเป็นระยะ หรือในยุคเครือข่ายสังคมออนไลน์ครองเมืองแบบนี้ คุณอาจตั้งกรุ๊ปกลุ่มเพื่อนร่วมงานในเฟซบุ๊ก ไลน์ หรือวอตแอพที่เพื่อนร่วมงานส่วนใหญ่ใช้ เพื่อเป็นศูนย์กลางในการอัพเดตความเคลื่อนไหวของคุณ หรือถามไถ่สารทุกข์สุกดิบของกันและกัน อย่างน้อยก็เพื่อรักษาช่องว่างที่อาจเกิดขึ้นระหว่างคุณกับที่ทำงานให้แคบลง แถมคุณก็ไม่ต้องคอยอัพเดตความเคลื่อนไหวกับเพื่อนร่วมงานทีละคนอีกด้วย
สถานการณ์ หายแล้วกลับมาทำงาน จะจูนกับหัวหน้าและเพื่อนร่วมงานอย่างไรให้ติดเหมือนเดิม
ทางออก เมื่อหายจากโรคสามารถกลับมาทำงานอีกครั้ง คุณต้องบอกกับตัวเองว่าคุณคือคนใหม่ที่เข้มแข็ง ไม่อ่อนแอ ดังนั้นคุณต้องพร้อมจะเปิดกว้างและกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้งานเพื่อตามเพื่อนร่วมงานให้ทันและตอบสนองความต้องการของหัวหน้างานให้ได้ พูดง่ายๆ คือ ทำเสมือนนี่คือวันทำงานวันแรกของคุณ แต่ขณะเดียวกันคุณก็ต้องไม่ลืมที่จะเปิดอกคุยกับหัวหน้างานและเพื่อนร่วมงานอย่างจริงใจถึงข้อจำกัดของคุณที่อาจเป็นผลพวงจากโรคเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกัน
Ask the Expert
Q. พนักงานลาออกบ่อย มาทำงานสักระยะพอเริ่มเข้าที่ก็ลาออก จะแก้ปัญหาอย่างไร?
A . จักรพันธ์ จันทรัศมี Consulting Partner บริษัท ออคิด สลิงชอท กล่าวว่า เมื่อพนักงานหมดความผูกพันกับองค์กร จะเริ่มส่งสัญญาณบางอย่างให้เห็น จนนำไปสู่การตัดสินใจลาออก การแก้ปัญหาต้องเริ่มต้นที่การป้องกันปัญหาในขณะที่ยังไม่ตัดสินใจยื่นใบลาออก โดยหัวหน้าต้องทำ 3 อย่างคือ
1) สังเกตอาการ : ดูว่าพนักงานมีพฤติกรรมผิดไปจากเดิมหรือไม่อย่างไร หัวหน้ามองว่าพนักงาน “เริ่มเข้าที่” แต่จริงๆ แล้วตัวพนักงานอาจไม่คิดเช่นนั้น
2) วินิจฉัยสาเหตุ : ค้นหาว่าอะไรทำให้มีอาการเช่นนั้น เรื่องเงินอาจไม่ใช่ปัญหาที่แท้จริง อาจมีปัญหาอื่น เช่น เรื่องคนทั้งหัวหน้า เพื่อนร่วมงาน และลูกค้า หรือเรื่องงานที่ยากไปซับซ้อนกว่าที่คิด ง่ายไปไม่ท้าทาย หรือเรื่องสภาพแวดล้อม เป็นต้น
3) ลงมือแก้ปัญหา : ต้องทำโดยเร็วจึงจะมีโอกาสเปลี่ยนใจพนักงานได้ การแก้ปัญหาต้องถูกจุด ลงมือแก้ตามสาเหตุที่เกิด ถ้าปัญหามาจากสไตล์การบริหารของหัวหน้า ก็ต้องทำความเข้าใจและให้พนักงานเรียนรู้เพื่อค่อยๆ ปรับตัว ในขณะเดียวกันก็วางแผนพัฒนาทักษะหัวหน้างานด้วย
แต่หากปัญหามาจากการขาดแรงจูงใจหรือมองไม่เห็นความก้าวหน้า ก็ต้องจัดทำแผนให้เห็นเป็นรูปธรรม โดยร่วมกันกำหนดความคาดหวังและสื่อสารให้พนักงานรู้ว่าต้องพัฒนาตนเองเรื่องอะไรบ้าง และองค์กรจะสนับสนุนอย่างไรเพื่อให้พนักงานมีความก้าวหน้าในอาชีพ
He Said/She Said
เจมส์ นักศึกษา
“ผู้หญิงยุคนี้เก่งและสวยๆ กันทุกคนเลยนะครับ ผู้ชายอย่างเราๆ ก็เลยดูด้อยลงไป ถ้าปล่อยปละละเลยตัวเองมีหวังงานนี้เป็นโสดแน่ๆ ดังนั้นหนุ่มๆ ครับ เรารีบหันมาดูแลตัวเองกันบ้างดีกว่าครับ”
ตูน นักศึกษา
“ผู้ชายสมัยนี้น่ารักดีนะคะ แต่งตัวก็เก่ง หน้าตาก็น่ารัก แถมหุ่นยังเท่ แต่ขอโทษนะคะ ต้องดูให้ดีๆ บางทีพวกเขาก็อาจจะอยากสาวสวยเหมือนเราก็เป็นได้ (หัวเราะ)”
Quote
“ผมไม่ได้ล้มเหลว ผมเพียงแค่ผ่านการทดลองมาแล้วหมื่นวิธีที่มันไม่ได้ผล...เท่านั้นเอง”
โทมัส เอ. เอดิสัน นักประดิษฐ์และนักธุรกิจชาวอเมริกัน







