
ซ่อมได้
Q: มีปัญหาว่าน้ำหยดจากปลายก๊อกตลอดเวลา ทั้งๆ ที่ไม่ได้เปิดใช้งาน สาเหตุเกิดจากอะไร และจะแก้ไขอย่างไรดี?
(คุณเอมจิตร์ กทม.)
A : สาเหตุที่น้ำไหลหรือหยดอยู่ตลอดเวลามีหลายสาเหตุ เช่น ยางเสื่อมสภาพหรือคุณภาพไม่ได้มาตรฐาน, การถูกความร้อนบ่อยๆ (กรณีที่มีระบบน้ำร้อนด้วย), การเสื่อมสภาพจากการที่โดนสารเคมีที่มากับน้ำอยู่เป็นประจำ, การอุดตันเพราะมีเศษกรวด หิน ทราย ที่มากับน้ำ รวมถึงการใช้งานเป็นเวลานาน ยางอาจเสื่อมสภาพ หมดอายุ หรือเกิดจากการออกแรงหมุนเปิดปิดมากเกินไป แน่นเกินไป จึงทำให้ยางบดกับบ่าลิ้นจนชำรุดได้ การแก้ไขอาจไม่สามารถทำเองได้ ควรให้ช่างเป็นผู้แก้ไขจะดีกว่า โดยการเปลี่ยนลิ้นยางใหม่หากยางชำรุด และถ้าบ่าลิ้นชำรุดให้ทำการคว้านบ่าลิ้นใหม่ ซึ่งควรถือโอกาสตรวจสอบและทำความสะอาดภายในก๊อกไปพร้อมกันในคราวเดียว เพื่อช่วยยืดอายุการใช้งานให้ยาวนานออกไป แต่ทั้งนี้ควรพิจารณาค่าใช้จ่ายประกอบด้วยว่าการซ่อมแซมกับการเปลี่ยนก๊อกใหม่ สิ่งไหนคุ้มกว่ากัน เพราะบางทีอาจเป็นไปได้ว่า การซื้อก๊อกน้ำมาเปลี่ยนใหม่ ราคาใกล้เคียงกับการซ่อมแซมก็เป็นได้ เผลอๆ จะถูกกว่าเสียด้วยซ้ำ แถมยังไม่ต้องมานั่งกังวลว่าของเดิมที่ซ่อมไว้จะชำรุดขึ้นมาวันใดอีกด้วยครับ
Q: อยากขอคำแนะนำในการเลือกซื้อถังเก็บน้ำสำรองว่าควรเลือกแบบไหนดี ระหว่างติดตั้งบนดินกับใต้ดิน และควรเลือกขนาดความจุเท่าไหร่จึงจะเหมาะสม ?
(คุณนรภัทร กทม.)
A : การจะพิจารณาว่าติดตั้งถังเก็บน้ำไว้บนดินหรือใต้ดิน อย่างไหนดีกว่ากันนั้น แนะนำว่าให้ลองเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียดู แล้วจึงค่อยตัดสินใจ ขอให้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ดังนี้
แบบติดตั้งบนดิน มีข้อดีตรงที่การติดตั้งตัวถังและการติดตั้งระบบน้ำ ระบบท่อง่ายและสะดวก การดูแลและบำรุงรักษาง่าย หากมีการรั่วซึมก็สามารถซ่อมแซมได้อย่างง่ายดาย แต่การติดตั้งบนดินจะมีข้อเสียอยู่บ้างตรงที่เปลืองพื้นที่ เกะกะ และอาจดูไม่เรียบร้อยสวยงาม และถ้าถังมีขนาดใหญ่มากๆ จะทำให้เสียพื้นที่ใช้สอยในบริเวณที่ติดตั้งถังไปมากทีเดียว
แบบติดตั้งไว้ใต้ดิน มีข้อดีตรงที่ประหยัดเนื้อที่บนดิน ไม่เปลืองพื้นที่ใช้สอย ไม่เกะกะ ไม่ต้องกังวลกับความเทอะทะใหญ่โตของถังเก็บน้ำ รวมถึงระบบท่อต่างๆ ที่ไม่ชวนมองนัก แต่มีข้อเสียตรงที่การดูแลและบำรุงรักษาทำได้ยาก โดยเฉพาะบริเวณที่มีน้ำท่วมขัง ต้องคอยระวังไม่ให้น้ำท่วมขังนั้นไหลลงไปในถังเก็บน้ำ นอกจากนี้ ข้อเสียซึ่งถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ที่สุดคือ การที่ถังเก็บน้ำมีโอกาสแตกร้าว รั่วซึม อันเนื่องมาจากการกดทับของดินหรือวัสดุอื่นรอบๆ ที่มากระทำ รวมถึงระบบท่อน้ำเข้าออกก็มีโอกาสชำรุดได้ จากการทรุดตัวของดินและถังเก็บน้ำเองครับ
ทั้งนี้ ถังเก็บน้ำที่ใช้ตามบ้านพักอาศัยทั่วๆ ไป มีไว้เพื่อเป็นการสำรองน้ำไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน เช่น มีการงดจ่ายน้ำจากการประปาฯ เป็นการชั่วคราว ซึ่งตามปกติแล้วเราจะสำรองน้ำไว้ประมาณ 3 วัน การเลือกขนาดของถังเก็บน้ำให้เหมาะสมและเพียงพอต่อจำนวนคนและจำนวนวันจึงมีความสัมพันธ์กัน ซึ่งในการเลือกซื้อถังเก็บน้ำมีข้อแนะนำดังนี้ว่า ให้นับจำนวนสมาชิกในบ้านว่ามีทั้งหมดกี่คน แล้วคูณด้วย 200 ลิตร (ซึ่งเป็นปริมาณการใช้น้ำต่อคนต่อวันโดยเฉลี่ย) แล้วคูณด้วย 3 ซึ่งเป็นจำนวนวันที่เราต้องการสำรองน้ำไว้ใช้ เช่น ถ้าบ้านเรามีสมาชิก 4 คน การคำนวณคือ 4 (คน) X 200 (ลิตร) X 3 (วัน) เท่ากับ 2,400 ลิตร ซึ่งเราอาจเลือกถังที่มีความจุเท่ากับที่คำนวณได้ หรืออาจเลือกถังเก็บน้ำที่มีขนาดความจุมากขึ้น เป็นการเผื่อไว้ก็ได้ครับ







