posttoday
ชำระความเชื่อเพื่อเอื้อความจริง (9)

ชำระความเชื่อเพื่อเอื้อความจริง (9)

19 กุมภาพันธ์ 2556

ในสังคมเวลานี้ คนชอบแสดงความคิดเห็นกันมาก แต่มักไม่ใส่ใจที่จะหาความรู้

โดย...ว.วชิรเมธี ผู้อำนวยการสถาบันวิมุตตยาลัย&<2288;

ในสังคมเวลานี้ คนชอบแสดงความคิดเห็นกันมาก แต่มักไม่ใส่ใจที่จะหาความรู้ ไม่คิดเห็นบนฐานของความรู้ แต่คิดเห็นไปตามความรู้สึก ว่าไปตามความชอบใจหรือไม่ชอบใจ

หลายปีมาแล้ว มีการย้ำเน้นให้คน โดยเฉพาะให้เด็กชอบแสดงความคิดเห็น แล้วก็ว่าตามกันไปแบบตื่นกระแส ไม่ได้มองให้ชัดเจนก่อนว่า ในกระบวนการของความคิด จะต้องมีอะไรประกอบ หรือร่วม หรือแม้แต่นำอีกบ้าง

การตื่นกระแสแบบนี้ เป็นความเสี่ยงภัย และที่ร้ายแรง คือ จะเสียหลักในการพัฒนาคน

สังคมไทยไม่ขาดแคลนคนแสดงความคิดเห็น แต่ขาดแคลนคนหาความรู้ เรามีนักแสดงความคิดเห็นสะพรั่งไปหมด แต่นักหาความรู้ดูจะยากไร้

สังคมนี้ขาดแคลนความรู้ แต่ไม่ขาดแคลนความคิดเห็น ถ้าจะว่าขาดแคลนความคิดเห็น ก็ใช่ในแง่หนึ่ง คือขาดแคลนความคิดเห็นบนฐานของความรู้จริง

ถ้าจะสนับสนุนให้ชอบแสดงความคิดเห็น ก็ต้องส่งเสริมให้ชอบค้นหาความรู้คู่กันไปด้วย เพื่อให้คิดบนฐานของความรู้ที่หนักแน่น ไม่ใช่ว่าอะไรๆ ก็แค่คิดเอา ซึ่งอยู่ในแถวเดียวกับเดาเอง หรือบ่อยทีเดียว แค่คิดเอา ก็คือเดานั่นเอง

พร้อมกับคิดโดยมีความรู้ หรือคิดบนฐานของความรู้ ก็พัฒนาการคิดให้ถูกให้ดีด้วย เช่น ให้รู้จักวิธีคิดแยบคาย

การคิดที่ไม่ถูก ไม่ดี เสียเปล่าบ้าง เสียหายบ้าง ก่อทุกข์โทษภัย เป็นปัญหาทั้งแก่ชีวิตและสังคม ซึ่งแสดงถึงสภาพขาดการพัฒนาทางจิตปัญญา มีอยู่มากมาย เช่น

ไม่หาความรู้ ไม่อยู่อย่างรู้เท่าทันตามเป็นจริง มักคิดเพ้อฝัน ฟุ้งซ่าน เพ้อเจ้อ คิดเรื่อยเปื่อย เลื่อนลอย มีเรื่องเกิดขึ้นหรือเกี่ยวข้อง แทนที่จะหาความรู้ ดูข้อเท็จจริงให้แน่ ก็นึกเอา คิดเอา

อยู่แค่ความรู้สึก คิดเอาตามความชอบใจหรือไม่ชอบใจ เอาความถูกใจหรือไม่ถูกใจเป็นตัวตัดสิน

รู้อะไรแค่ผ่านๆ เผินๆ ไม่ดูให้ทั่วตลอด ไม่ตรวจสอบให้แน่ชัด เห็นบางจุด จับได้บางแง่ ก็ทึกทักเป็นนั่นเป็นนี่ หรือคิดเอาเป็นเรื่องราวห่างไกลความจริง แบบฟังไม่ได้ศัพท์ จับไปกระเดียด หรือได้ภาพผีหลอก เหมือนยามมืดมัวแสงสลัว เห็นเชือกเป็นงู เห็นงูเป็นเชือก เห็นต้นอโศกอินเดียเป็นเปรตยืนโย่งน่ากลัว ฯลฯ

ได้ข้อมูลความรู้มาเป็นเรื่องเป็นราว แต่คิดลวกๆ สรุปเอาง่ายๆ ผลุนผลันวินิจฉัย จับใส่ผิดที่ ผิดลำดับ สับสัมพันธ์ เอาโน่นชนนี่ เหมือนจับเรื่องโยนกชมพูทวีปมาใส่โยนกล้านนา

ได้ข้อมูลนั่นบ้างนี่บ้าง จับอันโน้นนิดอันนี่หน่อย คิดปรุงแต่งเป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมา

มีภาพของสิ่งนั้นคนนั้นพวกนั้นอยู่ในใจแล้ว ด้วยอคติ พบข้อมูล ข้อเท็จจริงอะไร ก็เลือกเก็บ จับแง่มุม หรือตีความ โดยคิดเอาเข้าเป็นส่วนของภาพอย่างนั้น

ร้ายกว่านั้น มีเจตนาคิดตั้งเรื่อง ผูกเรื่อง หรือวางแผนไม่ดีไม่งามขึ้นมา แล้วจงใจหาเรื่องราวข้อมูลที่เข้ากันได้ หรือแม้แต่ปั้นแต่งเรื่องราวข้อมูลขึ้นมาสนับสนุน คิดผูกโยงให้เข้าทางที่จะสนองเจตนานั้น รวมทั้งวิธีการแบบหาเลศอ้างเลศ คิดแต่งเรื่องขึ้นกลั่นแกล้งใส่ความผู้อื่น

ด้วยเจตนาแอบแฝงที่มุ่งเพื่อจุดหมายซ่อนเร้นหลากหลาย คนก็คิดการต่างๆ ไปตามแรงขับดันของตัณหา มานะ ทิฏฐิ เช่น คิดการเพื่อจะได้จะเอาจะกำอำนาจจะโกยลาภให้แก่ตนและพวกตัว เพื่อกีดกันกดข่มทำร้ายเบียดเบียนคนอื่น เพื่อยัดเยียดบีบบังคับ หรือหลอกล่อคนให้ยอมรับนับถือตามหลักความเชื่อ ลัทธิ แนวคิด ทฤษฎี หรือข้อยึดถือของตน

นี้คือตัวอย่างของความคิดที่เสียหาย อย่างน้อยสูญเปล่า ซึ่งพูดสั้นๆ ว่า อยู่ใต้อำนาจของแรงจูงใจแห่งโลภะ โทสะ และโมหะ เป็นการคิดโดยไม่มีความรู้เป็นฐาน หรือไม่ก็เอาความรู้ไปใช้ในการคิดที่ไม่ถูกไม่ดี จะต้องแก้ไขด้วยการพัฒนาคน โดยพัฒนาความคิดของเขา

จุดที่จะแก้ไขก็คือ นอกจากมีความรู้ โดยไม่ถูกความรู้สึกครอบงำแล้ว ต้องคิดดี ต้องคิดเป็นด้วย

คิดดี คือ คิดถูก คิดตรง คิดเพื่อแก้ปัญหา คิดในทางสร้างสรรค์ คิดด้วยแรงจูงใจที่มีคุณธรรม คิดไม่เบียดเบียนใคร แต่คิดด้วยความปรารถนาดี คิดช่วยเหลือร่วมมือส่งเสริมกัน

คิดเป็น คือ รู้จักคิดวิเคราะห์ คิดจำแนกแยกแยะ คิดจัดคิดโยงคิดสังเคราะห์ คิดสืบค้น คิดเป็นเหตุผล คิดเป็นลำดับ คิดสืบสาวเหตุปัจจัย คิดหยั่งทั่วถึงกันในระบบความสัมพันธ์ คิดทะลุทั่วตลอดรอบด้าน คิดชัด คิดครบถ้วน เช่น ทั้งข้อดี ข้อเสีย จุดเด่น จุดด้อย จุดออกไปสู่ความสมบูรณ์ คิดในแง่ในมุมและความเป็นไปได้ต่างๆ คิดพลิกผันได้ ให้เห็นทางสุขในที่ทุกข์ ให้เอาประโยชน์ได้ในความสูญเสีย ให้เห็นโชคในเคราะห์ ให้วิกฤตเป็นโอกาส เป็นต้น

แต่จะคิดอย่างไรก็ตาม ก็ให้มีความรู้ที่เข้าถึงความจริงเป็นฐาน ยิ่งมีความรู้กว้างไกลลึกล้ำเท่าไร ก็ยิ่งดี ความคิดเป็นก็จะใช้ความรู้นั้นขยายฐานในการคิดออกไป ทำให้ได้ผลดียิ่งขึ้นไปๆ

ความรู้นั้น อย่างที่ว่าแล้ว ต้องให้เข้าถึงความจริง จึงจะเป็นความรู้แท้ๆ จริงๆ ดังนั้น จึงต้องเป็นความรู้ที่ทั่วถึง ถูกต้อง ถ่องแท้ แน่ และชัด อย่างน้อยมีความเพียงพอ

เมื่อมีความรู้เป็นฐาน การคิดเป็นก็จะเป็นเครื่องมือที่จะใช้หาความรู้และเข้าถึงความจริงได้มากขึ้น เท่ากับขยายฐานความรู้ออกไป และทำให้การคิดได้ผลยิ่งขึ้น ความรู้กับการคิดก็จะเป็นปัจจัยของกันและกันในกระบวนการเข้าถึงความจริงและสร้างสรรค์ประโยชน์

ถ้ามีทั้งความรู้จริง แล้วคิดดีคิดเป็นอย่างนี้ละก็ มาแสดงความคิดเห็นเถิด คนก็ยิ่งพัฒนา สังคมก็สมประโยชน์ วัฒนธรรมอารยธรรมก็ยิ่งจำรูญ

แต่ถ้ารู้ก็ผิด คิดก็ไม่เป็น แล้วแสดงความคิดเห็น จะได้อะไรขึ้นมา”

(พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต). นักวิชาการเทศไทย หา ความรู้ให้แน่ ใช่แค่คิดเอา หน้า 156-161

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก