
ร่วมฟื้นชีวิตใต้ท้องทะเล
เรื่อง : ชายโย
หากคุณเป็นคนกรุงเทพฯ ชาวเชียงใหม่ หรือชาวอีสาน และกำลังคิดว่าคุณไม่ได้มีส่วนในการทำลายท้องทะเลเพราะชีวิตแทบไม่ได้เกี่ยวข้องกับทะเล เรากำลังจะบอกว่าคุณคิดผิด เพราะการกระทำของพวกเราทุกคนมีส่วนช่วยทำลายสมดุลทางทะเลด้วยกันทั้งสิ้น แต่เรื่องเหล่านี้เป็นสิ่งที่คนไทยส่วนมากยังไม่ทราบถึงความจริงอันน่ากลัวในข้อนี้
มูลนิธิเพื่อท้องทะเล กลุ่มสิทธิผล บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต บริษัท ปตท.สผ. สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จับมือสานต่อโครงการเพื่อท้องทะเลอันยาวนานอย่าง
“โครงการเยาวชนสัมผัสชีวิตใต้ท้องทะเล รุ่นที่ 8” เพื่อนำเยาวชนกลุ่มใหม่เรียนรู้โลกใต้ท้องทะเลอย่างใกล้ชิด รับทราบปัญหาและหาทางแก้ไขร่วมกันศรันต์ กิตติวัณณะกุล ประธานกรรมการมูลนิธิเพื่อท้องทะเล เผยภัยที่กำลังคุกคามสิ่งมีชีวิตในท้องทะเลไทย ณ ปัจจุบัน ว่า ปัญหาร้ายแรงที่สุดที่เราพบตอนนี้คือ น้ำเสียจากแผ่นดินที่ปล่อยไหลลงสู่ท้องทะเล กำลังสร้างปัญหาให้กับแนวปะการังริมฝั่งทะเลไทยอย่างมาก
ไม่ว่าจะเป็นน้ำเสียจากร้านอาหาร บ้านเรือนประชาชน โรงงาน หรือแม้แต่โรงแรมบางแห่ง ล้วนส่งผลให้ปะการังไม่สามารถอยู่ได้จนปะการังต้องทิ้งบ้านเดิมไปหาที่อยู่ใหม่ เพราะไม่สามารถทนกับสารปนเปื้อนในน้ำที่มีอยู่ เราอย่าลืมว่าปะการังเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีขนาดเล็กมากๆ และกิ่งก้านปะการังที่เห็นนั้นเป็นเพียงบ้านที่พวกเขาสร้างขึ้น
เมื่อปะการังทิ้งบ้าน พื้นที่ตรงนั้นก็กลายสภาพไม่ต่างจากบ้านรกร้างที่ไม่มีคนอาศัยอยู่ ปลาก็ไม่สามารถอาศัยอยู่ได้ เมื่อไม่มีปลา ไม่มีปะการัง ระบบนิเวศในท้องทะเลก็เริ่มเสียหายกระทบกันไปเป็นทอดๆ กระทบต่อระบบเศรษฐกิจ แต่เราส่วนใหญ่ไม่เคยทราบปัญหาเหล่านี้มาก่อน
“
สิ่งที่เราทำตอนนี้คือต้องเริ่มสร้างเยาวชนรุ่นใหม่ๆ ให้รู้จักโลกใต้ท้องทะเลให้มากขึ้น ไม่เพียงแต่การฝึกให้พวกเขารู้จักการดำน้ำเพื่อลงไปดูปะการัง แต่ยังต้องเรียนรู้ระบบนิเวศใต้ท้องทะเล ความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆ จากนักวิทยาศาสตร์ หรือนักวิชาการทางทะเล ถึงปัญหาที่เกิดขึ้นและเราจะช่วยแก้ไขหาทางป้องกัน” ศรันต์ บอกถึงความสำคัญในการสร้างเยาวชนคนรุ่นใหม่โดยฝากความหวังไว้ที่โครงการเยาวชนสัมผัสชีวิตใต้ท้องทะเลอย่างมาก ทั้งที่จริงแล้วควรเป็นสิ่งที่ภาครัฐควรให้ความใส่ใจมากกว่านี้ จะทำให้แก้ปัญหาได้รวดเร็วและตรงจุดมากขึ้น
นอกจากปัญหาการปล่อยน้ำเสียที่สร้างผลกระทบใต้ท้องทะเล อีกสิ่งหนึ่งที่ควรเฝ้าระวังก็คือการเปลี่ยนอุณหภูมิของน้ำทะเล หากมีการเพิ่มจากระดับปกติเพียง 2 องศา ปะการังก็ไม่สามารถอยู่ได้เช่นกัน เหมือนที่เคยเกิดปรากฏการณ์ปะการังฟอกสี เมื่อครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของน้ำจากเอลนินโญ ลานินญา
วันนี้ก็เช่นกัน ตอนนี้อุณหภูมิน้ำทะเลเฉลี่ยทั่วโลกเพิ่มขึ้นเกือบๆ 2 องศาแล้ว หากมากกว่านี้จะสร้างผลกระทบครั้งใหญ่ต่อปะการังและสิ่งมีชีวิตในทะเลทั่วโลกอย่างเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้น สิ่งที่พวกเรากำลังทำอยู่ คือการใช้พลังงานอย่างสิ้นเปลือง ต้องเลิกเสีย
“
โครงการเยาวชนสัมผัสชีวิตใต้ท้องทะเลไทย รุ่นที่ 8” ซึ่งเมืองไทยประกันชีวิต กลุ่มบริษัทและหน่วยงานต่างๆ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของท้องทะเลไทยมาตลอด จึงเปิดโครงการด้วยการคัดเลือกเยาวชนจากทั่วประเทศให้เข้าค่ายเยาวชนทัศนศึกษาอบรมเชิงวิชาการ ศึกษาธรรมชาติโลกใต้น้ำ ระบบนิเวศห่วงโซ่อาหาร ผลกระทบต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากการถูกทำลายของระบบนิเวศใต้น้ำ และนำสาสน์สำคัญจากเพื่อนใต้ทะเลมาบอกแก่ทุกคนบนพื้นพิภพล้อมกรอบ
**โครงการเยาวชนสัมผัสชีวิตใต้ท้องทะเลไทย รุ่นที่ 8
รับสมัครเยาวชน 30 คน อายุระหว่าง 1320 ปี โดยการส่งเรียงความ หัวข้อ
“ทะเลของเรา โลกของเรา” 1 หน้ากระดาษ A4 พร้อมประวัติและรูปถ่าย คนที่สมัครต้องว่ายน้ำเป็น สุขภาพแข็งแรง และได้รับอนุญาตจากผู้ปกครอง ส่งไปที่ [email protected] หรือมูลนิธิเพื่อทะเล ตู้ ปณ.5 ไปรษณีย์หลักสี่ กทม. 10210 โทร. 0814065765หมดเขตวันที่ 16 เม.ย. 2553 นี้
(ประกาศผลทางโทรศัพท์ วันที่ 2021 เม.ย. ทดสอบว่ายน้ำและปฐมนิเทศ วันที่ 24 เม.ย. ออกเดินทางไปเกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี วันที่ 29 เม.ย.
–5 พ.ค.)






