
อำลาอดีต...
มีคำกล่าวที่ว่าอดีตคือความทรงจำอันงดงาม แต่บางคราวอดีตก็ไม่มีอะไรให้น่าจดจำสักนิด...!!!
มีคำกล่าวที่ว่าอดีตคือความทรงจำอันงดงาม แต่บางคราวอดีตก็ไม่มีอะไรให้น่าจดจำสักนิด...!!!
โดย...นโรจน์
มีคำกล่าวที่ว่าอดีตคือความทรงจำอันงดงาม แต่บางคราวอดีตก็ไม่มีอะไรให้น่าจดจำสักนิด...!!!
Solanin ดัดแปลงจากการ์ตูนญี่ปุ่นชื่อเรื่องเดียวกัน เขียนโดย อาซาโนะ อินิโอะ ที่เขียนลงในหนังสือการ์ตูนรายสัปดาห์ ความโดดเด่นของเขา คือ เนื้อหาส่วนใหญ่จะระทึกขวัญและให้คุณค่ากับชีวิต จนส่งผลให้เขาเข้าชิงและได้รับรางวัลจากหลายสถาบัน
หนังเล่าเรื่องเกี่ยวกับ “เมโกะ” (มิยาซากิ อาโออิ) ที่แฟนหนุ่ม “ทาเนดะ” (โคระ เคนโงะ) ใฝ่ฝันอยากเป็นนักดนตรีและต้องการออกอัลบั้มเป็นของตัวเอง แต่กลับประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตไปเสียก่อน ทำให้เมโกะสานฝันต่อจากคนรัก แม้ว่ามันจะไม่ใช่สิ่งที่เธอถนัดก็ตาม
ด้วยธีมของหนังก็พอจะเดาได้อยู่ว่าเป็นหนังง่ายๆ ทว่ากับเล่นในเรื่องความลึกของจิตใจมนุษย์ รวมถึงยังมีมุมมองด้านอื่นแทรกอยู่ในเนื้อหาอีกมากเลยทีเดียว ไมว่าจะเป็นเรื่องของการต่อสู้ระหว่างความฝันและความเป็นจริงของตัวละคร
ทาเนดะอยากจะเป็นศิลปินออกอัลบั้มกับค่ายเพลง แต่นั่นอาจเป็นเพียงแค่ความฝันของนักศึกษามหาวิทยาลัยหลายคน แต่ต้องออกมาทำงานหาเลี้ยงปากท้อง และสิ่งที่เขาฝันเอาไว้มันก็ไกลเกินจริง แต่เขาก็ไม่ละทิ้งความฝันนั้นแม้มันจะหากินไม่ได้ก็ตามที
ด้านเมโกะก็เช่นกัน และคงเหมือนกับอีกหลายคนที่ไม่ได้รู้จักว่าตัวเองฝันอยากจะเป็นอะไร ไม่ได้มีเป้าหมายอะไรในชีวิต แค่ทำงานเป็นพาร์ตไทม์ไปวันๆ เธอจึงลาออกเพราะเบื่อหน่ายกับสภาพที่เป็นอยู่เต็มทน แล้วติดตามทาเนดะไปวันๆ
จุดนี้เองที่หนังฉายให้เห็นภาพชัดเจนของการต่อสู้ระหว่างความเป็นจริงกับความฝัน และมันกลับกลายเป็นจุดพลิกผันของเรื่อง ทาเนดะยอมกลับใจกลับไปทำงานที่เขาเพิ่งจะลาออก แต่ก็ยังไม่ทิ้งทางฝันที่เขาอยากเป็นนักดนตรี ในช่วงเวลาที่เขากำลังนึกทบทวนในหลายสิ่งที่เป็นอยู่นั้น เขากลับต้องเสียชีวิตไปอย่างกะทันหัน ซึ่งหนังเล่าได้อย่างชาญฉลาด ทั้งความฝันและความเป็นจริงที่ดิ้นไม่หลุด สุดท้ายก็คือจุดจบแห่งความตาย
ทว่า ความตายของทาเนดะนั้นไม่ได้สูญเปล่า เมโกะตัดสินใจเลิกบุหรี่และยอมแลกทุกอย่างเพื่อเติมเต็มความหมายของชีวิตให้กับทาเนดะ ไม่ว่าจะเป็นการหัดเล่นกีตาร์ทั้งที่เล่นไม่เป็น จนกระทั่งหนังพาเราไปในวันที่เธอทำมันสำเร็จ แม้จะไม่สวยงาม แต่มันตรึงคนดูให้รู้จักคุณค่าของการมีชีวิตอยู่ต่อไป
หนังยังให้ความหมายของเพลงได้อย่างน่าประทับใจ และยังเชื่อมโยงจิตใจของตัวละครหลักทั้งสองเข้าด้วยกัน เนื้อหาในเพลงบอกเล่าเรื่องราวของการบอกลา ซึ่งเมโกะเข้าใจมาตลอดว่า ทาเนดะเขียนมาเพื่อบอกลาเธอ แต่ในความเป็นจริงแล้วมันเป็นการบอกลาอดีตที่ไม่น่าจดจำต่างหากล่ะ
สุดท้ายหนังยังให้คนดูคิดเดากันต่อว่า สุดท้ายแล้วอนาคตของเมโกะและเพื่อนๆ ที่เหลืออยู่จะมีชีวิตเป็นเช่นไร แต่ก็พอจะเดาได้ว่ามันคงจะมีความสุข สังเกตได้จากรอยยิ้มอันปริ่มสุขของเมโกะ
บางครั้งอดีตอันขมขื่นก็เป็นบทเรียนสำคัญยิ่งในการสร้างแรงบันดาลใจอะไรสักอย่างให้กับคนเรา อยู่ที่ว่าเราจะลบเลือน หรือว่าอยู่ในห้วงแห่งความทรงจำอันมีคุณค่าต่อไป!!!







