posttoday
เสาเข็มชีวิต

เสาเข็มชีวิต

03 กุมภาพันธ์ 2556

ความฝันของคนจำนวนมากคือการมีบ้านอันแสนอบอุ่นเป็นของตนเอง! อาจมีบ้างในบางช่วงบางตอนของชีวิต

ความฝันของคนจำนวนมากคือการมีบ้านอันแสนอบอุ่นเป็นของตนเอง! อาจมีบ้างในบางช่วงบางตอนของชีวิต

โดย...วีรณัฐ โรจนประภา www.veeranut.com, www.facebook.com/kidmai

เสาเข็มชีวิต ความฝันของคนจำนวนมากคือการมีบ้านอันแสนอบอุ่นเป็นของตนเอง! อาจมีบ้างในบางช่วงบางตอนของชีวิต สมัย Young Adult ช่วงเริ่มต้นชีวิตการทำงานที่บางคนอาจฝันถึงรถยนต์หรู ฝันถึงตัวเลขในบัญชี ฝันเห็นตนในภาพข่าวในหน้าสังคม ฯลฯ แต่เชื่อเถอะครับว่าพอกาลผ่าน เวลาคล้อย ทุกคนย่อมหวังที่จะมีความมั่นคงปลอดภัย และเป็นความมั่นคงชนิดที่เรียกว่า “ลงหลักปักฐาน” กันจริงๆ ซึ่งสิ่งที่สามารถสะท้อนความปรารถนาลึกๆ นี้ออกมาเป็นรูปธรรมได้ก็คือการมีบ้าน การมีแผ่นดินเป็นชัยภูมิที่มั่นคงสำหรับตนเองและลูกหลานในอนาคต หลายคนใช้ชีวิตทั้งชีวิตก็เพื่อไปถึงจุดนั้น

บ้านจึงเปรียบเสมือนตัวแทนแห่งความสำเร็จของชีวิต และเมื่อบ้านมีความสำคัญขนาดนี้แล้วทราบไหมครับว่าส่วนใดที่สำคัญที่สุดของบ้าน? คำตอบกลับเป็นส่วนที่เรามองไม่เห็นนั่นคือ “เสาเข็ม” บ้านภายนอกจะสวยหรูอย่างไรหากเสาเข็มไม่ดี บ้านก็พังไม่สามารถทำหน้าที่ปกปักรักษาผู้อาศัยในบ้านนั้นให้ปลอดภัยได้ เป็นบ้านที่อยู่ไม่ได้จริง

ขณะที่บางบ้านอาจดูโทรม ของแต่งบ้านก็ไม่มากดูพื้นๆ แต่ด้วยเสาเข็มที่แกร่งรักษาบ้านให้ต้านพายุ ลม ฝนฟ้าได้อย่างมั่นคง เช่นนี้แม้ไม่มีเฟอร์นิเจอร์ชิ้นแพงมาประดับแต่อยู่แล้วอุ่นใจสามารถ เรียกได้เต็มปาก เต็มคำว่าบ้าน

ลองนึกเล่นๆ ดูว่าหากคุณตกอยู่ท่ามกลางพายุฝนฟ้าคะนอง ด้านซ้ายมือคุณเป็นคฤหาสน์ขนาดใหญ่ มองเข้าไปเห็นเฟอร์นิเจอร์เกรดพรีเมียมราคาแพงระยับแต่กำแพงร้าวมีรอยปริดูจะพังมิพังแหล่ ส่วนด้านขวามือคุณเป็นห้องแถวเล็กๆ ตามมาตรฐานทั่วไปแต่ไร้รอยร้าว แบบนี้คุณจะเลือกไปหลบพายุที่หลังไหน เสาเข็มที่ปักอยู่ใต้ดินไม่มีใครเห็นนี้เองครับคือรากฐานอันแท้จริงของบ้าน เป็นตัววัดว่าบ้านจะเป็นบ้านหรือสถานที่โชว์ของ

ถ้าเริ่มจากเสาเข็มที่ผิด ไม่แกร่ง ไม่สามารถรับน้ำหนักบ้านได้ หรือปักลงไม่ลึกพอจะเป็นฐาน นั่นอาจหมายถึงที่เราเหนื่อยมาทั้งชีวิตอาจพังทลายไปกับตา ใครคิดจะสร้างบ้านของตนจึงมักไม่ละเลย รู้คุณค่าและให้น้ำหนัก ให้งบประมาณกับเสาเข็มนี้

นั่นเป็นเรื่องเสาเข็มของบ้านที่สัมผัสได้จริงเป็นรูปธรรม แต่ยังมีเสาเข็มอีกแบบที่อาจสำคัญกว่าเสาเข็มใต้บ้านเราที่เราอาจไม่เคยนึกถึงนั่นคือ เสาเข็มของชีวิต เป็นเสาเข็มทางนามธรรมที่เป็นรากฐานของบ้านทางนามธรรมของเรา

เราไม่เห็นเสาเข็มทางรูปธรรมแต่เรารู้ว่าต้องมีเพื่อไม่ให้บ้านพัง และเราก็ไม่เห็นเสาเข็มที่เป็นนามธรรมแต่ที่น่ากลัวคือเราไม่รู้ว่ามันต้องมี!

แล้วบ้าน กับเสาเข็มทางนามธรรมนี้คืออะไร?

ต้องมาดูวัตถุประสงค์กันครับ บ้านทางรูปธรรมคือสิ่งปลูกสร้างที่ให้ความปลอดภัย เป็นที่พัก เป็นที่สร้างสรรค์งาน เป็นที่สร้างครอบครัวให้กับกายของเรา บ้านทางนามธรรมก็ทำหน้าที่เช่นเดียวกัน เป็นการปลูกสร้างที่ไว้เพื่อป้องกัน เพื่อสร้างงาน เพื่อสร้างครอบครัวให้กับจิตวิญญาณของเรา ซึ่งสิ่งนั้นก็คือ “ปัญญา” นั่นเอง ส่วนเสาเข็มทางนามธรรมที่ทำหน้าที่รองรับบ้านหรือปัญญานี้ก็คือ “สมาธิ” ครับ

สมาธินั่นเองที่เป็นรากฐานสำคัญ ที่จำเป็นต้องสร้างให้แข็งแกร่งมากๆ ต้องเจาะลงไปปักหลักให้ลึกในศีล ในธรรม เพื่อที่จะได้บ้าน (ปัญญา) ที่แข็งแรง มั่นคง ปลอดภัยและเป็นประโยชน์

สมาธิที่หลายคนที่ไม่เข้าใจมักปรามาสว่ามานั่งหลับตาเงียบๆ จะได้อะไร จะก่อประโยชน์อะไร จะช่วยให้ทำงานได้เงินมากขึ้นอย่างไร นั่นเพราะเขาไม่เข้าใจว่าการนั่งหลับตาเงียบๆ นี่แหละที่เปรียบเสมือนการตอกเสาเข็มของปัญญา ยิ่งเงียบเท่าใด ยิ่งสงบได้ลึกแค่ไหน ยิ่งไม่รับเอาสิ่งรบกวนภายนอกได้เด็ดขาดเพียงใด นั่นก็เหมือนกับเสาที่ถูกก่อสร้างอย่างถูกแบบแผน ตามหลักตำรา ถูกตอกลงไปลึกถึงชั้นดินที่มั่นคงด้วยเหล็กและปูนตามสเปกไม่ด้อยคุณภาพ

ผลของเสาเข็มด้อยกับเสาเข็มดีในบ้านจริงอย่างไร ในบ้านปัญญาก็เช่นนั้น หากไร้ซึ่งเสาเข็ม หรือยังตอกเสาลงไปไม่ลึกพอที่จะตรึงเราไว้กับในพื้นที่อันควรซึ่งก็คือศีล แล้วไปเอาแต่ปลูกปัญญาเลย นั่นก็เหมือนเราปลูกบ้านโดยไม่ลงเสาเข็ม ที่แน่นอนวันหนึ่งบ้านย่อมพัง แตกร้าว หมดสภาพ

ปัญญาที่ไร้ซึ่งสมาธินี้ก็จะเป็น “ปัญญาเฉโก” ที่พร้อมจะคล้อยตามกิเลสที่ซัดเข้ามา ยิ่งปัญญาดี คิดเก่งขนาดไหนแต่หากขาดซึ่งสมาธิวันหนึ่งย่อมล้ม พังทลาย หาค่าไม่ได้ คงเหลือแต่ซากแห่งความสวยงามที่ละเรี่ยพื้นให้คนสมเพช ส่วนปัญญาที่มีสมาธิคุมนั้นจะมั่นคงสามารถคุ้มกันเจ้าของบ้านนั้นได้จริง สามารถป้องกันภยันตราย เภทภัยที่จะเข้ามาคุกคามได้จริง สามารถเป็นฐานที่มั่นให้เจ้าของบ้านได้สร้างงาน สร้างชีวิต สร้างครอบครัวได้ตามวัตถุประสงค์ ศีล-สมาธิ-ปัญญา คือสามขั้นการปฏิบัติของชาวพุทธ หรือที่เราคุ้นกันว่าไตรสิกขา เรารักษาศีลกันเป็นธรรมเนียมปฏิบัติอาจรับจากพระหรือตั้งใจสมาทานเองก็ได้ แต่สมาธิเรามักละเลย จะหันไปปลูกปัญญากันเลย นั่นเท่ากับเป็นการข้ามขั้น และปัญญาที่ได้ก็อาจกลายเป็นศาสตราวุธที่มาทำร้ายเราและคนอื่นโดยเราไม่รู้ตัว ต่อไปใครบอกว่ามานั่งหลับตาจะได้อะไร ก็ตอบได้เลยครับว่าเรากำลังตอกเสาเข็มให้ปัญญามีที่หยั่งที่มั่นคงเป็นประโยชน์ไม่ก่อเกิดโทษต่อไปครับ ไม่อยากให้บ้านพังต้องลงทุนกับเสาเข็ม

ไม่อยากให้ปัญญาเฉโกทำชีวิตเราพังต้องลงทุนทำสมาธิกันทุกวัน

คฤหาสน์หรูที่เตรียมพินาศ กับห้องแถวที่มั่นคงคุณเลือกอะไรครับ!


 

 

ข่าวล่าสุด

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว