posttoday
ดีไซเนอร์ไทยคนแรกใน ‘โปรเจกต์ รันเวย์’

ดีไซเนอร์ไทยคนแรกใน ‘โปรเจกต์ รันเวย์’

02 กุมภาพันธ์ 2556

อีกครั้งที่ได้คุยกับคนวงการแฟชั่น และเทรนด์ ที่ไปยืนอยู่บนเวทีโลก

อีกครั้งที่ได้คุยกับคนวงการแฟชั่น และเทรนด์ ที่ไปยืนอยู่บนเวทีโลก

โดย...ณัฐพล ช่วงประยูร

อีกครั้งที่ได้คุยกับคนวงการแฟชั่น และเทรนด์ ที่ไปยืนอยู่บนเวทีโลก

ทันทีที่ทราบข่าวว่ามีคนไทยคนแรกที่เข้าสู่รอบแข่งขัน และออกอากาศในรายการแข่งขันการออกแบบแฟชั่นชื่อ Project Runway เราก็รีบควานหาตัวเขา โชคเข้าข้าง...เขากลับมาเยี่ยมบ้านที่เมืองไทยระยะสั้น

หนุ่มนุ่มหวาน ตาใส พูดจาไพเราะ แต่งตัวเรียบง่าย ถือกระเป๋าหรู ท่าทางเหมือนหนุ่มสาวที่มาช็อปปิ้งสยามเซ็นเตอร์ “ทู-สุธิวัฐก์ นาคชาติ” ในวัย 26 ปี มิอาจประเมินจากภายนอก

ก่อนจะเล่าถึง ทู สุธิวัฐก์ ในฐานะผู้แข่งขันเวทีระดับโลกนี้ ย้อนประวัติเด็กหนุ่มฉะเชิงเทราที่อาศัยอยู่กับพี่สาว พอจบชั้นมัธยมต้นแล้ว เขาก็บินตามไปอยู่กับพ่อแม่ชาวไทยที่ทำธุรกิจร้านอาหารไทยในอเมริกา โดยเข้าเรียนไฮสกูลที่ George Mason University ที่รัฐเวอร์จิเนีย จากนั้นเลือกมาสู่สายการออกแบบแฟชั่นอนุปริญญาหลักสูตร 2 ปี ที่สถาบันระดับแนวหน้าอย่าง Parsons The New School for Design นิวยอร์ก ซึ่งเขาลงเรียนหนักจนจบได้ภายใน 1 ปี

ด้วยความหลงใหลโลกอาภรณ์สุดล้ำจากบ้านที่วอชิงตัน ดี.ซี. ไปต่อยอดวิชาด้านเทคนิคแฟชั่นชั้นสูง 2 ปี ที่ Paris American Academy ฝรั่งเศส แล้วกลับมาฝึกงานกับแบรนด์ วิเวียน แทม ที่สตูดิโอในอเมริกา

“เลือกเองมาตลอด ที่บ้านก็สนับสนุนเป็นอย่างดี จำความได้ก็วาดๆ ขีดๆ เขียนๆ ชอบดูประกวดมิสยูนิเวิร์ส อร้าย...ชุดนี้สวย ชุดนั้นสวย ถ้าเป็นเราจะออกแบบให้เขาใส่ยังไงดี คิดเองเออเองมาตลอด อย่างการ์ตูนเซเลอร์มูนก็วาด บาร์บี้ก็เล่น (หัวเราะ) ตัวเองไม่เก่งเลข ไม่เก่งภาษาอังกฤษ เอาล่ะ ถ้างั้นไปทางศิลปะแล้วกัน” เขาย้อนที่มาของความสนใจ

“เรียนไฮสกูลไม่ค่อยมีเพื่อน แต่พอเข้าพาร์สันเท่านั้นแหละ รู้เลยใช่เรา พอจบแล้วคิดว่าอยากไปปารีส พูดฝรั่งเศสไม่ได้เลย อยู่กับเพื่อนกลุ่มพูดแต่อังกฤษ แต่ทุกอย่างก็เรียนรู้ได้หมด แล้วเราก็ได้วิชา และการปฏิบัติสุดๆ อย่างเวลาอยู่เมืองไทย ใครจะกล้าเดินเข้าร้านแบรนด์หรู แต่อยู่ที่โน่นเพื่อนพาเข้าออกทุกร้าน ดูสิว่าเขาเย็บยังไงชุดพวกนั้น

พอกลับมาอเมริกาสมัครขอฝึกงานแบรนด์วิเวียน แทม ตอนนั้นฝึกอยู่ 5 เดือน ทำหมดเลยครับตั้งแต่ซื้อกาแฟ ซื้อผ้า ซื้อกระดุม พ่นสีพร็อพ ประสานงานกระบวนการตัดเย็บ จัดฟีลชุดให้เข้าธีม ตรงนี้เราเรียนรู้ว่าไม่ใช่แค่ดีไซน์แล้วสั่งคนอื่นเย็บ แล้วขายๆๆ โชคดีมากช่วงที่ฝึกงานอยู่ใกล้งาน นิวยอร์ก แฟชั่น วีก แต่เนื่องจากเศรษฐกิจไม่ดี เขาปรับเป็นแฟชั่น พรีเซนเตชัน แทน แต่ก็ได้ช่วยทำงานทุกกระบวนการครับ”

เก็บวิชาการและประสบการณ์มาพอควรแล้ว ทูกลับมาเมืองไทยเพื่อช่วยประสานงานกระบวนการผลิตให้รุ่นพี่คนสนิท ดวง-มนตร์ลดา พงษ์พานิช เจ้าของแบรนด์ มนตร์ลดา ตลอด ปีกว่าเขาได้มุมของการประสานงานและแหล่งผลิตต่างๆ ที่เมืองไทย จากนั้นทูตัดสินใจกลับ เริ่มคอลเลกชันเล็กๆ ของตัวเอง ภายใต้ชื่อ ทูอีร่า และช่วยงานร้านอาหารของพ่อแม่ไปพลาง แต่แล้วโอกาสเข้าสู่จอทีวีก็มาถึง

“ที่ผ่านมาแม่ดุนะ บ่นๆๆ แต่ก็สนับสนุนทุกอย่าง พ่อก็เหมือนกัน จะหนักไปทางธุรกิจ บริหาร เขาจะต้องสอนว่าทำอะไรให้เป็นระบบ ระหว่างช่วยงานที่บ้านและคิดงานคอลเลกชันตัวเอง ผมก็เห็นทางโปรเจกต์รันเวย์รับสมัครดีไซเนอร์สำหรับซีซันใหม่ ก็ลองดูอีก ต้องบอกว่าอีก...เพราะเคยสมัครไปแล้ว 2 หน แล้วโดนปฏิเสธทันที (หัวเราะ) เพราะเขาจะตัดสินตอนเขียนใบสมัครทางเว็บไซต์เลย...ว่าไม่ได้ ตอนนั้นเราไม่มีประสบการณ์ พอร์ตโฟลิโอก็ไม่เรียบร้อย แต่รอบนี้เป๊ะเลย เพราะเราพรีเซนต์ 35 นาที ให้เขารู้จักตัวตน บุคลิก สไตล์งานดีไซน์ของเรา ผมเปิด เลดี้ กากา เต้นก่อนเลย (หัวเราะ) แล้วค่อยอย่างอื่น”

ผลปรากฏว่ากรรมการชอบทู และเขาก็ต้องบินไปอีกรัฐเพื่อออดิชันสดต่อหน้ากรรมการ 3 คน โดยที่ไม่รู้ว่าแคนดิเดตกี่พันคนจากกี่รัฐ ความซื่อใสเหล่านี้แหละทำให้เดือนต่อมาเขาเป็น 1 ใน 16 ของรายการนี้

“ตอนรู้ข่าวดีใจมาก ร้องไห้ พ่อแม่ก็โอเค เขาไม่รู้จักหรอกมันคืออะไร ตอนพรีเซนต์เราก็เต็มที่ จริงๆ พูดผิดๆ ถูกๆ ตื่นเต้นมาก ถ้าให้ตู่นิยามลักษณะเสื้อผ้าของเรา คือ ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก สครัปเจอร์ อาร์ต แอนด์ อาร์คิเทกเจอร์ ในสิ่งที่เราเรียนก่อนหน้านั้น ได้แรงบันดาลใจมาจากนักปั้นคนหนึ่ง Antoine Pevsner ผลงานของเขามาดัดแปลง พวกรูปปั้นของเขา มาดูในโฟโตช็อป เอามาวาด ได้โครงสร้างแปลกๆ สีของเราชอบขาว เทา ดำ เบจ แรงๆ อย่างแดง ตอนนี้มี 20 ลุคของตัวเอง

จริงๆ ตอนแรกที่เราสมัคร ซีซัน 10 นะ จะออนแอร์ตอนเดือน มิ.ย. 2555 แต่ว่ามีคนที่เขาชอบเยอะ เขาเลยออกติดกัน 2 ซีซัน ขั้นตอนมันเยอะ ไม่ใช่ติดแล้วติดเลย ทีมงานก็ให้ผมอยู่ในซีซัน 11 พิเศษตรงที่เป็นทีมซีซัน ไม่มีใครทราบมาก่อน แล้วก็ปิดเป็นความลับทุกอย่าง แม้แต่ผู้แข่งขันก็ยังไม่ทราบว่าแต่ละสัปดาห์จะทำอะไรต่อไป”

หากใครผ่านตาเทปโปรเจกต์รันเวย์ ซีซัน 11 เอพิโซด 1 เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน และครั้งที่ 2 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (31 ม.ค.ที่ผ่านมา) จะทราบว่าเขายังรอดปลอดภัยอยู่ และมานั่งตรงนี้ให้เราได้พูดคุยระหว่างการแข่งขัน

“แรกสุดแบ่งทีม 2 ทีม ต้องทำงานร่วมกันกับทีม ที่ออกอากาศไปคือทีมละ 8 คน กระบวนการตรงนี้ยังเป็นความลับอยู่ว่า เอพิโซดที่ 3 ถึงขั้นตอนสุดท้ายเป็นอย่างไร ส่วนที่ออกอากาศล่าสุด เกสท์ จัดด์ คือ ซูซาน เซอรานดอน ให้โจทย์ดีไซน์เครื่องแบบพนักงานในร้านอาหารจริงๆ ของเธอ ซึ่งอยู่ในสปอร์ตคลับครับ เราก็ได้เห็นว่าผมยังอยู่รอด แต่ทุกเทปจะมีคนโดนออก

ผมภูมิใจนะที่เห็นตัวเองทำทุกกระบวนการได้ ในความจำกัดหลายอย่าง อย่างน้อยก็หวังว่าจะไปจบเอพลิโซดสุดท้ายที่ “นิวยอร์ก แฟชั่น วีก” ในโชว์ของโปรเจกต์รันเวย์ ซึ่งคนที่เข้าสู่รอบสุดท้าย 4 คนถึงจะได้ขึ้นโชว์ แล้วค่อยตัดสินว่า ใครคือที่สุดของซีซัน 11 ทุกคนพยายามเตรียมตัวดีที่สุด ระหว่างแต่ละเอพลิโซดแต่ละชาลเลนจ์

มันก็เหมือนกับ เซอร์ไวเวอร์เกม แหละครับ ใครเก่ง ใครทักษะดี ใครอึด ก็อยู่รอด”

เอาใจช่วยตัวแทนประเทศไทยคนแรกตัวเล็กๆ ที่มุมขวาล่างของภาพโปรโมต ให้ไปถึง 4 คนสุดท้าย บนรันเวย์ นิวยอร์ก แฟชั่น วีก 2013 กันด้วยครับ


 

 

ข่าวล่าสุด

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว