
‘ฟิต’ แอนด์ ‘ฟื้น’ เมื่อถึงหลักสี่ (40 ขวบ) ก็ยังไม่สาย
โดย...ชุติมา สุวรรณเพิ่ม
โดย...ชุติมา สุวรรณเพิ่ม
อาจจะเป็นเพราะจากพฤติกรรมการดำเนินชีวิตที่ใช้อย่างสุดเหวี่ยงจนเกินไป! จนละเลยที่จะดูแลสุขภาพของตัวเอง นี่คือประเด็นใหญ่ที่เราขอพูดถึงคุณภาพชีวิตด้านสุขภาพของคนวัยทำงานในยุคนี้ อาจจะกล่าวได้ว่าบางคนมีสุขภาพและใบหน้าที่ร่วงโรยกว่าอายุของจริงซะอีก!!!
พอเผลอหันกลับมามองตัวเองอีกทีก็วัยเข้าหลักสี่ซะแล้ว!?!! แต่ร่างกายกลับเสื่อมโทรมเลยวัยไปมาก หากจะกลับมาดูแลตัวเองแบบวิธีเบสิกๆ ก็อาจจะไม่ทันหลายๆ โรคที่ไล่กวดสุขภาพที่ไม่ได้รับการดูแล (เลย) แต่ก็เป็นเรื่องโชคดีของคนยุคปัจจุบันที่มีตัวช่วยวิธีใหม่ๆ ด้านการแพทย์ที่จะสามารถช่วยพลิกฟื้นสุขภาพให้กลับมาดี แถมด้วยความอ่อนเยาว์ของเรากลับมาให้ได้ กับวิธีดูแลสุขภาพเฉพาะทางแบบองค์รวม
รู้ต้นเหตุของการเกิดโรค
วิธีดูแลสุขภาพเฉพาะทางแบบองค์รวม คือ เทรนด์การดูแลสุขภาพในตอนนี้เน้นให้ความสำคัญกับการป้องกัน ซึ่งสามารถทำได้พร้อมๆ กับการรักษา พาร์ท ไลฟ์ เมดิคัล เซ็นเตอร์ คือ สถาบันดูแลสุขภาพเฉพาะทางแบบองค์รวม ที่ถือว่าเป็นแห่งแรกในประเทศไทยที่ใช้หลักในการดูแลรักษา โดยทางการแพทย์ที่มีวุฒิบัตรเฉพาะทางและเน้นรักษาที่ต้นเหตุของการเกิดโรค มากกว่าการเน้นรักษาแบบสปาบำบัดที่คนทำงานมักไปขอใช้นวดคลายปวดเมื่อยที่นำศาสตร์และองค์ประกอบอื่นๆ ทางด้านบริการสปามาประยุกต์ใช้ เพื่อปรับเปลี่ยนพื้นฐานในการสร้างสมดุลทางกายและคงรักษาไว้ซึ่งสุขภาวะของร่างกาย จิตใจ อารมณ์ เช่น การบำบัดด้วยการนวด อบ ประคบ เพื่อบรรเทาอาการของโรคบางชนิด อาทิ การผ่อนคลายอาการเมื่อยล้า หรือภาวะกล้ามเนื้อตึงจากสภาวะหดเกร็งเนื่องจากพฤติกรรมการทำงานของคนรุ่นใหม่ หรือผู้บริหารที่นั่งในท่าเดิมๆ หรือมีชั่วโมงการทำงานยาวนานกว่าปกติ โดยไม่เปลี่ยนท่าหรือผ่อนคลายกล้ามเนื้อจนทำให้เกิดภาวะสะสม
แต่การรักษาแบบสปาบำบัดอาจช่วยบรรเทาและผ่อนคลายได้บ้าง แต่หากในบางรายอาจมีอาการสะสมจนกลายเป็นอาการปวดหลังที่ยาวนานเป็นพิเศษ อาจต้องการการรักษาวินิจฉัยที่มีความเข้มข้นและใช้การรักษาหลายแนวทาง เพื่อแก้ไขปัญหาด้านสุขภาพอย่างทันท่วงที เพื่อไม่ให้เกิดอาการเรื้อรังจนส่งผลกระทบต่อการทำงานโดยรวมของร่างกาย
ประภารัตน์ ตังควัฒนา ผู้บริหารหญิงพาร์ท ไลฟ์ เมดิคัล เซ็นเตอร์ กล่าวว่า คนทำงานช่วงอายุ 4050 ปี มีจำนวนสูงขึ้นเรื่อยๆ ในปัจจุบัน คนส่วนใหญ่ในช่วงอายุนี้ตรากตรำทำงานหนักมาในระดับพอสมควร แล้วยังจะพบได้ว่ามักมีปัญหาที่เกิดจากภาวะที่ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง และสภาพร่างกายที่เสื่อมถอยลดลงทั้งในผู้หญิงและผู้ชาย อีกทั้งอาการออฟฟิศซินโดรม ข้อเข่าเสื่อม อาการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา ฯลฯ ซึ่งในฐานะเวิร์กกิงวูเมนก็ได้เจอความเสื่อมสภาพของร่างกายที่ว่ามานี้เช่นกัน คือ ทำงานหนักจนลืมดูแลตัวเองจนวันหนึ่งก็ประสบกับอาการหมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาทสันหลัง ทำให้ปวดหลังมากๆ จะทำงานหรือจะขยับตัวก็ลำบากเจ็บร้าวไปหมดเลยต้องเข้ารับผ่าตัด แต่อาการปวดหลังก็ยังไม่หายขาด
“จนกระทั่งดิฉันมาพบ ผศ.พญ.รัตนา รัตนาธาร คุณหมอผู้เชี่ยวชาญทางด้านกายภาพบำบัดและมีแนวความคิดเรื่องการรักษาแบบองค์รวม และได้รับการรักษาอย่างตรงจุดด้วยการฝังเข็มและการรักษาด้วยวิธีช็อก เวฟ เธอราปี (Shock Wave Therapy) ซึ่งเป็นการรักษาด้วยเครื่องกระตุ้นไฟฟ้า โดยจะไปกระตุ้นการรับสัมผัสและแรงกดบริเวณที่ทำการรักษาเพื่อลดอาการปวด ซึ่งผลดังกล่าวคงจะอยู่นานช่วยการสร้างสารต้านอาการปวด (Endorphins) ให้เพิ่มขึ้น ทำให้อาการปวดดีขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งหายขาด” ประภารัตน์ กล่าวทิ้งท้ายถึงคนใส่ใจสุขภาพว่า เมดิคัล เซ็นเตอร์ แห่งนี้มีปรัชญา “ทำให้คุณมีสุขภาพดีที่สุด” และคำว่า “ฟิต” แอนด์ “ฟื้น” สำหรับคนวัยทำงานช่วงกลางคนก็ไม่ควรเป็นเรื่องอันไกลตัวอีกต่อไป
โรคฮิตคนเวิร์กฮาร์ดเพลย์ฮาร์ด
ทางด้าน ผศ.พญ.รัตนา รัตนาธาร ผู้เชี่ยวชาญทางด้านกายภาพบำบัด ระบบประสาท และกระดูกสันหลัง อธิบายการรักษาแบบองค์รวม เป็นการดูแลสุขภาพที่มีการผนวกความรู้ดั้งเดิมเข้ากับการบำบัดเสริม เพื่อส่งเสริมให้เกิดสุขภาวะที่ดีสามารถป้องกันและรักษาโรคได้ ซึ่งในปัจจุบันการแพทย์แบบองค์รวมได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในหลายประเทศ เปรียบเสมือนปรัชญาการสร้างสุขภาพและการรักษาโรค ซึ่งจะพิจารณาองค์ประกอบทุกอย่างของมนุษย์ไม่ว่าจะเป็นร่างกาย จิตใจและจิตวิญญาณ
นอกจากนี้ ยังมุ่งเน้นไปที่การให้ผู้เข้ารับการบำบัดเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการบำบัดรักษา หรือปฏิบัติตัวเพื่อให้หายจากโรคภัยด้วยตัวเอง โดยไม่ได้จำกัดอยู่ที่วิธีใดวิธีหนึ่ง หากแต่ครอบคลุมถึงการวินิจฉัยโรค การบำบัดรักษา และการส่งเสริมสุขภาพ
และได้ให้คำแนะนำกลุ่มอาการพบบ่อยในคนวัยทำงานออฟฟิศ 10 เปอร์เซ็นต์ มีภาวะเสี่ยงต่อการเป็นโรคออฟฟิศซินโดรม สภาพแวดล้อมในที่ทำงานไม่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการนั่งทำงานตลอดเวลา ไม่มีการเคลื่อนไหวร่างกาย สิ่งเหล่านี้ส่งผลให้เกิดอาการกล้ามเนื้ออักเสบและปวดเมื่อยตามอวัยวะต่างๆ อาทิ หลัง ไหล่ บ่า แขน หรือข้อมือ ไม่เพียงแต่อิริยาบถของคนทำงานที่ไม่เหมาะสม สภาพโต๊ะทำงานยังเป็นปัจจัยสำคัญด้วย ทั้งโต๊ะทำงานที่ไม่เป็นระเบียบไม่สะดวกต่อการหยิบสิ่งของ เก้าอี้ไม่เหมาะสม ไม่มีพนักพิงที่รองรับหลังอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งการกดแป้นคีย์บอร์ดที่ไม่มีตัวรองรับข้อมือ จะทำให้มีการกระดกข้อมือขึ้นลงซ้ำๆ ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการอักเสบบริเวณเส้นเอ็น
“สภาพการทำงานรีบเร่ง ล้วนมีส่วนทำให้พฤติกรรมของคนเปลี่ยนไปค่ะ ทั้งการใช้คอมพิวเตอร์วันละหลายๆ ชั่วโมง การอดอาหารอดหลับอดนอนเพื่อให้งานเสร็จ ทำให้ร่างกายต้องแบกรับความตรึงเครียดปราศจากการผ่อนคลาย ทำให้อาการของโรคจึงเกิดอาการสะสมขึ้นเรื่อยๆ เช่น เกิดภาวะพังผืดหนา ทำให้เกิดอาการชาบริเวณนิ้วและข้อมือที่หมอมีคนไข้ด้วยโรคนี้เพิ่มขึ้นๆ ทุกวันเลยค่ะ” ผศ.พญ.รัตนา กล่าว
ผศ.พญ.รัตนา แนะนำวิธีหลีกเลี่ยงโรคออฟฟิศซินโดรมได้โดยวิธีง่ายๆ ดังนี้
1.กะพริบตาบ่อยๆ 2.ยืดเหยียดกล้ามเนื้อมือและแขนทุกๆ 1 ชั่วโมง 3.พักสายตาจากจอคอมพิวเตอร์ทุกๆ 10 นาที 4.เปลี่ยนท่าการทำงานทุกๆ 20 นาที 5.นั่งหลังตรงชิดขอบด้านในของเก้าอี้ 6.วางข้อมือในตำแหน่งตรง ไม่บิด หรืองอข้อมือขึ้นหรือลง
การดูแลสุขภาพเป็นเรื่องที่สำคัญ โดยเฉพาะผู้ที่อายุย่างเข้าวัย 40 หรือ 40 ปีขึ้นไป เนื่องจากคนในวัยนี้กำลังมีความพร้อม การงานมั่นคง ฐานะมั่นคง เป็นช่วงที่กำลังมีความสุขกับการดำเนินชีวิต จนบางครั้งอาจหลงลืมดูแลสุขภาพตัวเอง ซึ่งความจริงแล้วคนในวัยนี้เป็นวัยที่จะต้องได้รับการดูแล และใส่ใจสุขภาพเป็นพิเศษ เนื่องจากความชราของคนเรานั้นจะค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป ทำให้เรารู้สึกว่าเราไม่ได้เป็นอะไร ชีวิตยังดำรงเป็นปกติ ทั้งที่ความจริงสุขภาพที่แข็งแรงของเรามันกำลังลดลงไป







