posttoday
ธรรมเทศนาแด่ตุลาการศาลอุทธรณ์ เนื่องในปีใหม่ ๒๕๕๖ (ตอน ๘)

ธรรมเทศนาแด่ตุลาการศาลอุทธรณ์ เนื่องในปีใหม่ ๒๕๕๖ (ตอน ๘)

16 มกราคม 2556

โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส

โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส

ท่านทั้งหลายเป็นนักกฎหมายเป็นตุลาการ ที่มีหน้าที่เพื่อหยุดโลกไว้ที่ธรรม ในกระบวนการแห่งนิติศาสตร์ เพื่อต้องการให้เกิดความสงบสุขขึ้นในสังคมประเทศชาติ ซึ่งต้องอาศัยหลักธรรมในพระศาสนาเป็นสรณะ เพื่อค้ำชูจิตใจของท่านทั้งหลายไม่ให้เกิดปรากฏความลำเอียง (อคติ) โดยอาศัยพรหมวิหารธรรม บำรุงรักษาความสมดุลของจิตให้มีดุลยธรรม เพื่อนำไปสู่การยุติธรรมในอาชีวะแห่งความเป็นผู้วินิจฉัยตัดสินคดีความ แต่หากท่านทั้งหลายซึ่งมีอาชีพที่จะต้องใช้ธรรมาวุธเป็นเครื่องมือ ไม่มีธรรมะเป็นสรณะในการดำเนินชีวิต อาวุธของท่าน ซึ่งได้แก่ ปัญญา ก็จะไม่เป็นธรรม และพาลจะอับปัญญา เป็นคนอ่อนแอ แพ้โรคโลกธรรมแปดที่สัตว์เอาชนะได้ยากยิ่ง รู้จักนำความคิดความอ่านนี้ใช้ในอาชีพ ก็จะไปเข้าสู่วิถีอธรรม ดุจพาลชน มหาโจรทั้งหลายที่กระทำอาชีพทุจริต ซึ่งโทษภัยของมหาโจรเหล่านั้นยังไม่รุนแรงเท่ากับโคตรโจรสวมสูท มีความรู้ความเชี่ยวชาญ ในอาชีพทางโลกทั้งหลาย เพราะสามารถก่อกระแสอยุติธรรม จนทำลายผู้อื่นหรือแม้แต่โลกนี้ให้วิบัติได้ภายในชั่วพริบตา จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ท่านผู้มีอาชีพทางด้านให้ความยุติธรรมกับสังคมควรที่จะเรียนรู้ในบัญญัติแห่ง

พระธรรมวินัย ให้เข้าใจถึงคุณประโยชน์ของอำนาจธรรม และควรอย่างยิ่งต่อการนำบทบัญญัติแห่งพระธรรมคำสั่งสอนไปเป็นแนวปฏิบัติเพื่อความรู้จริง จะได้เข้าถึงคุณประโยชน์แห่งธรรมได้จริง จนเกิดสติปัญญาที่นำไปสู่สัมมาปฏิบัติ จะได้ให้ความยุติธรรมต่อสังคมประเทศชาติ อันจะทำให้สังคมประเทศชาติหยุดความวุ่นวาย และดำเนินเข้าสู่เขตแดนความสงบด้วยการได้มีโอกาสพบกับหลักธรรมะของหมู่ชนในสังคมนั้น

ภาระหน้าที่ดังกล่าวจึงยิ่งใหญ่และทรงคุณค่ามาก ซึ่งท่านผู้มีหน้าที่ทางตุลาการควรภาคภูมิใจในงานดังกล่าวที่ให้ความยุติธรรมต่อสังคม ดุจพระสงฆ์ในพระพุทธศาสนาที่ทำหน้าที่เผยแพร่หลักพระธรรมคำสั่งสอน เพื่อมุ่งหวังประโยชน์และความสุขของมหาชน... มหาสัตว์ทั้งหลาย ท่านผู้มีหน้าที่ด้านงานยุติธรรมจึงควรต้องหยุดจิตไว้ที่พระ จนจิตเข้าถึงความเป็นสมณะ มีสรณะทั้งสามเป็นที่พึ่ง ไม่มีที่พึ่งอื่นใดยิ่งกว่า สมกับคำสวดที่ท่านกล่าวปฏิญาณกันไปแล้วว่า พุทธัง... ธัมมัง... สังฆัง สรณัง คัจฉามิ... โดยทำให้จิตใจมีความรู้ ตื่น เบิกบาน เกิดพุทธภาวะปรากฏขึ้นในใจกลางของจิตที่สื่อมาจากธาตุรู้บริสุทธิ์ เป็นประภัสสร จนเกิดความสะอาด สงบ และความสว่าง เป็นแสงสว่างแห่งธรรมที่นำไปสู่การรู้แจ้งเห็นจริงตามหลักพระธรรม สามารถขจัดปัญหาและยุติเรื่องราวทั้งปวงให้สงบนิ่ง จนขจัดให้สิ้นไปได้ด้วยอำนาจแห่งธรรม บนการประพฤติชอบตามธรรมสมควรแก่ธรรม ดังพระสงฆ์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ สมกับการเปล่งวาจาถึง พุทธะ... ธัมมะ... สังฆะ เป็นสรณะ ไม่มีอื่นใด เพื่อมุ่งสู่การขจัดความทุกข์... ปัญหาทั้งปวงให้สิ้นไปอย่างแท้จริง... นั่นแหละ จึงจะได้ชื่อว่าเป็นการถึงองค์สามรัตนะ เป็นที่พึ่ง... ที่ขจัดภัยอย่างแท้จริง สมเป็นพุทธบริษัทในพระพุทธศาสนา เมื่อผู้ใช้กฎหมาย ... ผู้ประกอบอาชีพทางงานการยุติธรรม มีธรรมะประกอบจิตใจอย่างแท้จริง การเข้าไปทำหน้าที่เพื่อให้เกิดดุลยธรรมในสังคมประเทศชาติ ก็ย่อมจะเป็นไปได้อย่างไม่ยากจนเกินไป นั่นหมายถึงสัตว์ในสังคมจะเข้าสู่ความมีอิสรภาพ ความเสมอภาค ก่อให้เกิดความสุขทางใจ ที่จะนำไปสู่การเกื้อกูลช่วยเหลือกัน ให้ประโยชน์ต่อกัน... ไม่เบียดเบียนซึ่งกันและกัน สัตว์สังคมจะมีความสุขกับการประพฤติตามทำนองคลองธรรม

การให้ความเป็นธรรม... รักษาดุลยธรรม เพื่อให้เกิดความยุติธรรมในสังคมนั้น เป็นงานที่ยิ่งใหญ่มาก เพราะเกี่ยวข้องกับสัตว์สังคมโดยตรง ซึ่งดั้งเดิมเป็นหน้าที่ของชนชั้นปกครอง... ผู้นำในหมู่ชนที่ได้รับการยกย่องว่า เป็นผู้ทรงธรรม มีความสามารถ ความรู้ควบคู่คุณธรรม จนมหาชนยกขึ้นเป็นผู้ปกครองแห่งหมู่คณะ ให้เกียรติยกย่องว่า เป็นราชาแห่งแผ่นดิน หรือพระเจ้าแผ่นดินในสมัยต่อมา หน้าที่ดังกล่าวจึงเป็นของพระราชามาโดยตลอด จนถึงสมัยการปกครองในปัจจุบัน ที่ทรงมอบพระราชอำนาจด้านนี้ให้ฝ่ายงานตุลาการกระทำแทนพระองค์ ผู้ทำหน้าที่ด้านการยุติธรรมในฐานะตุลาการ จึงเป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการจากพระราชา เพื่อสนองงานด้านการยุติธรรมให้เป็นไปตามพระราชมโนปณิธานที่ทรงประกาศปกครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อความสุขสงบของหมู่ชนในสังคมประเทศชาติ ดังนั้นเมื่อพระราชาผู้ทรงธรรมทรงมอบราชอำนาจด้านงานการยุติธรรมให้กับงานด้านตุลาการไป จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ท่านผู้รับสนองงานจะต้องมีธรรมะ รู้ธรรมะ และประพฤติธรรมะ เพื่อจะได้ให้ความยุติธรรมต่อมหาชน สังคม ประเทศชาติ จะได้เกิดความสงบสุขขึ้นในสังคมนั้นๆ

หากมีคำถามว่า แล้วธรรมะอยู่ที่ไหน... ทำอย่างไรเรียกว่า รู้ธรรมประพฤติธรรม ก็ต้องวิสัชนาว่า... ธรรมะอยู่ที่จิตใจของท่านทั้งหลาย เมื่อมีสติปัญญา รู้เข้าใจในความจริงตามพระสัจธรรมที่ประมวลเป็นคำสั่งสอนในพระพุทธศาสนา... การเรียนรู้จนเข้าใจ–เข้าถึงคุณของหลักธรรม จนเพิ่มพูนศรัทธา–ความเชื่อยิ่งขึ้นในวิริยะความเพียรชอบอย่างมีปัญญา รู้เข้าใจในความจริงที่ปรากฏมีอยู่ในทั้ง ๓ ระดับ ระดับสมมติสภาวะสามัญ ย่อมทำให้เกิดคุณภาพต่อบุคคลที่เข้าถึงคุณธรรมที่อุดม นำไปสู่การพัฒนาจริยธรรมให้ถูกต้องตรงตามฐานะหน้าที่ ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์กับสังคมอย่างยิ่ง เมื่อเข้าถึงคุณของธรรมะและรู้คุณ จนสามารถแสดงคุณแห่งธรรมะนั้นได้จริง ก็ย่อมนำไปสู่การจัดการที่เป็นประโยชน์โดยธรรมให้เกิดขึ้นแก่มหาชน สามารถจัดสร้างความสัมพันธ์ที่ดีให้เกิดขึ้นในสังคมและสิ่งแวดล้อมได้อย่างเที่ยงตรงถูกต้องตามธรรม เกิดความยุติธรรมต่อทุกฝ่าย

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ