posttoday
5 สิ่งที่ควรและไม่ควรทำเพื่อสุขภาพที่ดี

5 สิ่งที่ควรและไม่ควรทำเพื่อสุขภาพที่ดี

15 มกราคม 2556

โดย...อณุศรา ทองอุไร ภาพ เฮอร์บัลไลฟ์

โดย...อณุศรา ทองอุไร ภาพ เฮอร์บัลไลฟ์

คนเราทุกคนมีทางเลือก เลือกที่จะมีสุขภาพดีไม่เจ็บป่วย โดยเฉพาะหลายโรคที่เราป้องกันได้ เช่น เบาหวาน และโรคไต ที่ก่อนตายอาจต้องตาบอดเพราะเบาหวาน หรือตัวบวมเพราะไตอักเสบ นพ.บุญชัย อิศราพิสิษฐ์ ผู้เขียนหนังสือปฏิวัติชีวิต ปฏิวัติสุขภาพ ยืนยันว่า เบาหวานไม่ใช่โรคที่เกิดจากกรรมพันธุ์ เราเลือกที่จะไม่เป็นได้แน่นอน ถ้ารู้จักระวังดูแลรักษาสุขภาพให้ดี

ทุกคนก็สามารถทำได้ง่ายๆ เพื่อหลีกเลี่ยงโรคร้ายๆ เช่น เบาหวาน ความดัน ไขมันสูง ภูมิแพ้ หรือแม้กระทั่งโรคมะเร็ง ด้วยกฎ ห้าม 5 ต้อง 5 ที่เราควรปฏิบัติเป็นกิจวัตร มาดูว่ามีอะไรบ้าง

*5 ต้องห้าม

1.ห้ามจินตนาการเชิงลบ

ถ้าใครมีแต่จินตนาการเชิงบวก จะทำให้จิตมีแต่พลัง ในการบำบัดโรคจะไม่มีโอกาสในการก่อโรค โดยที่เราจะมีคุณสมบัตินี้ได้ เราต้องหมั่นฝึกปฏิบัติเป็นประจำ ฝึกให้เกิดภาพในจินตนาการดีๆ เข้าสู่จิตใต้สำนึกเป็นการสะสมต้นทุนดีๆ สำหรับชีวิต สำหรับสุขภาพ ต้นทุนนี้จะอยู่กับเราไปตลอดชีวิต

2.ห้ามอ้วน

วัดที่รอบเอว ผู้หญิงรอบเอวเกิน 32 นิ้ว ส่วนผู้ชายถ้ารอบเอวเกิน 36 นิ้ว จัดได้ว่าอ้วน และมีทั้งประเภทอ้วนทั้งตัวหรืออ้วนลงพุง และอ้วนลงพุงนี่แหละอันตราย เพราะมีไขมันสะสมอยู่บริเวณช่องท้องจำนวนมาก ซึ่งไขมันที่ช่องท้องนั้นมีโทษต่อร่างกายมากกว่าการอ้วนทั้งตัว เนื่องจากไขมันที่ช่องท้องทำให้ร่างกายดื้อต่ออินซูลินมากกว่า เป็นเบาหวานได้รุนแรงกว่า ทำให้เส้นเลือดอักเสบได้รุนแรงกว่า เกิดการอุดตันได้รุนแรงกว่า

3.ห้ามรับประทานน้ำตาล

ถ้าน้ำตาลในกระแสเลือดอยู่ในระดับ 70110 มก./ดล. จะมีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่ถ้าระดับน้ำตาลต่ำกว่านี้ จะมีผลกระทบต่อการทำงานของสมอง หรือหากสูงกว่านี้ จะเกิดโทษต่อร่างกาย โดยร่างกายจะเปลี่ยนน้ำตาลในกระแสเลือดเป็นไขมันไตรกลีเซอไรด์ จะส่งผลต่อหลายระบบในร่างกาย และทำให้ภูมิต้านทานของร่างกายลดลง

4.ห้ามรับประทานไขมันทรานส์

คือไขมันที่ผ่านความร้อนมากๆ เพราะไขมันไม่อิ่มตัว ที่ผ่านความร้อนมากๆ จะถูกเปลี่ยนเป็นไขมันทรานส์ ก็คือ ไขมันที่เกิดจากไขมันชนิดไม่อิ่มตัว ที่ได้รับการเติมไฮโดรเจนเข้าไปในโมเลกุลจนกลายเป็นไขมันอิ่มตัว การทอดของด้วยน้ำมันที่ร้อนจัด เช่น กล้วยแขก ปาท่องโก๋ มันฝรั่งทอด ไก่ทอด ในน้ำมันที่ร้อนจัดมากเท่าไหร่ จะเกิดไขมันทรานส์มากขึ้นเท่านั้น เป็นไขมันแปลกประหลาด ที่ร่างกายไม่เคยรู้จักมาก่อน และไม่มีเอนไซม์มาช่วยย่อยและนำไปใช้

ดังนั้น ร่างกายจึงต้องการกำจัดไอ้เจ้าไขมันประหลาดตัวนี้ออกไป เพราะมันคือสิ่งแปลกปลอม ทำให้ระบบการใช้ไขมันในร่างกายเกิดการแปรปรวน ส่งผลให้ร่างกายต้องสร้างไขมัน โปรตีนตัวร้าย (LDL) ขึ้นมา และไปจับกับคอเลสเตอรอล เกิดเป็นคอเลสเตอรอลตัวร้าย (LDLC) แน่นอนว่ามันก่อให้เกิดความเสี่ยงในการเกิดโรค

5.ห้ามรับประทานสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม

สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมแต่ละประเภทแม้จะมีลักษณะภายนอกแตกต่างกัน แต่มีกลไกการทำงานของระบบภายในร่างกายแบบเดียวกัน เช่น ระบบการสร้างน้ำนม ระบบการรักษาอุณหภูมิของร่างกายมนุษย์ แน่นอนว่าจัดเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ดังนั้นสัตว์ในกลุ่มเดียวกันเมื่อเกิดเป็นพิษจากสารชนิดใดก็จะเกิดเหมือนๆ กัน เมื่อเป็นโรค ก็จะเกิดเป็นโรคชนิดเดียวกัน เพราะสายพันธุ์ใกล้ชิดกัน เกิดการติดต่อได้เหมือนๆ กัน ถ้าเราไปรับประทานสัตว์ในกลุ่มเดียวกัน ก็จะทำให้เรามีความเสี่ยงที่จะได้รับสารพิษ ติดเชื้อโรค รับสารก่อมะเร็งจากสัตว์เหล่านั้นได้สูงมาก

*5 ต้องทำ

1.ต้องรับประทานพืช ผัก ผลไม้ ‘สด’

และไม่หวานจัด และต้องรับประทานก่อนอาหารชนิดอื่น และต้องรับประทานให้ได้ 50% ของความอิ่มหรือครึ่งท้อง ด้วยเหตุผลง่ายๆ คือ ความร้อนจะทำลายเอนไซม์ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ความร้อนจะทำลายชีวิตของผลไม้ให้ตาย ถ้ารับประทานผัก ผลไม้สด จะทำให้ร่างกายได้รับเอนไซม์มาใช้อย่างเพียงพอ ทำให้เราฟื้นคืนสภาพจากโรคได้ และการที่ต้องรับประทานก่อนอาหารชนิดอื่นนั้นก็เพื่อให้ร่างกายได้สามารถดูดซึมเอนไซม์ได้ในปริมาณสูงสุด ถ้ารับประทานอาหารอื่นก่อนมันก็จะไปขัดขวางการดูดซึม ทำให้ร่างกายได้ประโยชน์จากเอนไซม์ของผัก ผลไม้ ได้น้อยลง

2.ต้องรับประทานข้าวไม่ขัดขาว

และรับประทานข้าวจำนวนลดลงเมื่ออายุเพิ่มขึ้น ข้าวขัดขาวนั้นได้ถูกทำลายสารอาหารไปจนเกือบหมด ข้าวไม่ขัดขาวมี “จมูกข้าว” คือส่วนที่จะเจริญเติบโตเป็นต้นอ่อนของข้าว นั่นหมายถึงว่าถ้าเรารับประทานจมูกข้าวเราจะได้รับสารอาหารที่ครบสมบูรณ์อย่างมาก และข้าวไม่ขัดขาวมี “เยื่อหุ้มเม็ดข้าว” ที่อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายหลากหลายชนิด เช่น วิตามิน เอ บี อี ธาตุเหล็ก แคลเซียม แมกนีเซียม สังกะสี เซเลเนียม นอกจากนี้ยังมีส่วนประกอบของเส้นใยอาหารที่ช่วยในเรื่องของการดูดซับสารพิษ ไขมัน ในระบบทางเดินอาหาร และช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น เราควรรับประทานข้าวให้น้อยลงเมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากการลดคาร์โบไฮเดรต ทำให้เราไม่อ้วน ยิ่งอายุมากขึ้นเท่าไหร่ ระบบการเผาผลาญของร่างกายก็ยิ่งทำงานน้อยลง ดังนั้นเราจึงมีสิทธิอ้วนได้ง่ายๆ หากยังบริโภคข้าวในปริมาณเท่าเดิม การงดรับประทานข้าว เปลี่ยนมารับประทานพีช ผัก ผลไม้ แทนข้าว จะทำให้สุขภาพแข็งแรงดีมาก

3.ต้องออกกำลังกาย

อย่างน้อยวันละ 30 นาที การออกกำลังกายที่ถูกต้องและเหมาะสม สามารถบำบัดโรคต่างๆ ทั้งโรคอ้วน เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ระดับไขมันในเลือดผิดปกติ ภูมิแพ้ โรคเกาต์ และอื่นๆ การออกกำลังกายต้องให้ร่างกายได้เคลื่อนไหวเพื่อให้ระบบการทำงานของร่างกายทุกส่วนเกิดการใช้งาน เกิดการเผาผลาญพลังงาน และร่างกายของเราได้ทำหน้าที่ตาม “กฎธรรมชาติ” และเกิดการปรับตัวเข้าสู่ภาวะสมดุล

4.ต้องนอนหลับสนิทอย่างน้อยวันละ 4 ชั่วโมง

วันไหนถ้าอดนอน หรือไม่ได้นอนทั้งคืน เราจะอ่อนเพลียอย่างมาก และบางครั้งเกิดการเจ็บป่วยตามมา อะไรเกิดขึ้นกับร่างกายเมื่อเรานอนหลับสนิทโกรทฮอร์โมนจากต่อมใต้สมอง เมลาโตนินฮอร์โมนจากต่อมเหนือสมอง และสารเอนดอร์ฟิน จะถูกหลั่งออกมาอย่างพอเพียง ซึ่งจะทำให้ร่างกายเราซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด การบังคับให้เราหลับสนิท ก็เพื่อเปิดโอกาสให้ระบบการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอสามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ

5.คิดแต่สิ่งที่ดีๆ ทางด้านบวก

เสริมสร้างกำลังใจให้ตนเอง ภาพในจินตนาการดีๆ ที่สะสมอยู่ในจิตใต้สำนึกของเรา จะส่งผลดีต่อร่างกายของเราตลอดเวลา ถึงแม้เราจะอยู่ในภาวะที่ไม่รู้สึกตัว ขณะที่จิตสำนึกหยุดทำหน้าที่ ถึงแม้ว่าจะประสบเรื่องร้ายๆ ในการดำเนินชีวิต หรือเรื่องสุขภาพ แต่ถ้าเราเป็นคนที่ภาพในจินตนาการ ในจิตใต้สำนึกมีแต่ภาพบวก จะทำให้ผ่านเหตุการณ์ร้ายๆ ไปได้ ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดในชีวิต

ข่าวล่าสุด

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว