
หนุ่มติดดิน ธนภณ เวียงนาชัย
หลังเสร็จสิ้นงานอัญเชิญพระมหามงกุฎ ของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบัง
หลังเสร็จสิ้นงานอัญเชิญพระมหามงกุฎ ของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบัง
โดย...โยธิน อยู่จงดี
หลังเสร็จสิ้นงานอัญเชิญพระมหามงกุฎ ของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบัง พร้อมมอบเนกไทและเข็มกับนักศึกษาใหม่กว่า 5,000 คน นี่คือพิธีศักดิ์สิทธิ์ของลูกพระจอมเกล้าลาดกระบัง ที่บ่งบอกว่านักศึกษาที่ผ่านพิธีนี้ คือสายเลือดลูกพระจอมเกล้าตัวจริง ซึ่งพิธีนี้จะต้องมีตัวแทนนักศึกษาเป็นผู้เชิญพระมหามงกุฎ ทั้ง 8 คน และหนึ่งในนั้นก็คือ บุ๊ค ธณภณ เวียงนาชัย นักศึกษาชั้นปีที่ 2 สาขาวิชาวิศวกรรมศาสตร์สารสนเทศ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบัง หนุ่มหล่อ ขี้เล่น เป็นกันเอง สเปกของสาวๆ หลายๆ คน
ยิ่งกดดันยิ่งต้องซ้อม
กว่าจะมาเป็นตัวแทนอัญเชิญพระมหามงกุฎ บุ๊คต้องเผชิญกับความรู้สึกกดดันอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน
“รู้สึกกดดันมากๆ เพราะเป็นพิธีที่สำคัญ แต่สิ่งที่ผมได้เรียนรู้จากการประกวดดาวเดือน และงานต่างๆ ของสถาบันก็คือ เราต้องสลัดความอายและความกลัวเพื่อทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้ดีที่สุด ยิ่งงานใหญ่ยิ่งต้องซ้อมให้มาก ซ้อมจนกว่าเราจะรู้สึกมั่นใจว่าเราทำได้ และเมื่อเราคิดว่าเราทำได้ ความกดดันจะลดลง
พอถึงวันจริง สิ่งที่ต้องเพิ่มขึ้นมาก็คือ สมาธิไม่ให้พลาดไปจากที่เราซ้อม แล้วก็ทำออกมาได้ดีอย่างที่ตั้งใจไว้ อาจารย์ทุกคนก็ชมว่าทำได้ดี ยิ่งทำให้เรารู้สึกภูมิใจมาก ที่ครั้งหนึ่งในชีวิตเราได้ทำหน้าที่ตรงนี้ เป็นความรู้สึกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของนักศึกษาทุกคนที่เป็นลูกพระจอมเกล้าลาดกระบัง” บุ๊ค เล่าความภูมิใจที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิตของเขาในหน้าที่ผู้อัญเชิญพระมหามงกุฎ ซึ่งคนที่ได้รับเลือกจะต้องเป็นนักศึกษาที่มีคุณสมบัติและความสามารถพอจะได้รับเลือกหน้าที่อันทรงเกียรตินี้ ด้วยเรื่องการเรียนที่ดี บุคลิกที่ดี และกิจกรรมที่ดี และทุกอย่างก็มาลงตัวที่เด็กหนุ่มคนนี้
ท้อได้แต่อย่าถอย
วิชาที่หนุ่มบุ๊คต้องเรียนรู้หลักๆ ก็คือ การเขียนโปรแกรมซึ่งเป็นวิชาหลักที่เขาจะต้องใช้หลังเรียนจบ แต่เขาเองก็ยอมรับว่ามีบ้างที่รู้สึกท้อด้วยความยากของวิชา ประกอบกับการที่เขาไม่มีพื้นฐานการเขียนโปรแกรมมาก่อน ทำให้บุ๊คต้องเพิ่มความพยายามมากกว่าเพื่อนๆ เป็น 2 เท่า
บุ๊คเล่าให้พี่ๆ ฟังว่า หลังจากได้เข้าเรียนในสาขาที่ชอบก็รู้สึกว่าการเรียนส่วนหนึ่งเป็นไปอย่างที่คิด แต่จะยากในวิชาที่เราต้องเขียนโปรแกรมพวกภาษาซี จาวา ลีนุกซ์ ซึ่งเราไม่ได้เรียนมาก่อน แต่เพื่อนๆ ได้เรียนตั้งแต่ระดับมัธยมมาแล้ว เพราะโรงเรียนต่างจังหวัดไม่ได้สอนการเขียนโปรแกรมเหล่านี้ เราก็ต้องมาเรียนรู้ใหม่ตั้งแต่ต้น ต้องขยันมากกว่าเพื่อนๆ 2 เท่า แรกๆ เรียนไปก็ท้อไปเหมือนกัน เพราะต้องปรับตัวเยอะ มาอ่านในสิ่งที่เราไม่รู้จักมาก่อน หลังสอบเสร็จก็เคยถามตัวเองเหมือนกัน ว่าใช่สิ่งที่ตัวเองต้องการหรือเปล่า พอหลังสอบเสร็จก็ได้มีเวลามานั่งคิดต่อไปว่า เรียนอะไรก็คงยากหมด ถึงเราจะย้ายไปเรียนสาขาอื่นที่เราคิดว่าใช่ แต่เขาก็คงมีจุดที่ยากเหมือนกันแล้วเราก็ต้องมานั่งท้ออีก เลยคิดว่าเราต้องสู้ต่อไปดีกว่า เมื่อได้มาแล้วเราก็ต้องสู้ต่อไปจนถึงที่สุด
ความรับผิดชอบต้องมาก่อน
“สิ่งที่ผมยึดมั่นเป็นแนวทางของตัวผมเอง ก็คือความรับผิดชอบ ซึ่งเป็นสิ่งที่คุณพ่อสอนมาตลอด ตอนที่ประกวดดาวเดือนก็ไม่ได้รู้สึกชอบการประกวดแบบนี้อยู่แล้วเพราะเป็นคนขี้อายมาก จนถึงตอนนี้เราก็ยังอายอยู่เหมือนเดิม แต่ด้วยความที่พี่ๆ เพื่อนๆ มอบหมายหน้าที่ให้เราประกวดเราก็ต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด
ลืมความอายไปก่อนและทำหน้าที่การประกวดให้ดีที่สุด ซึ่งสอนให้เรารู้จักแยกแยะ มีความรับผิดชอบในหน้าที่ ยิ่งเวลาที่เกิดปัญหา เวลาที่เราท้อทำให้เรารู้สึกแย่มากๆ เราก็มาคิดว่ายังไงเราก็ต้องเจอ การหนีไม่ได้ช่วยให้ดีขึ้นแต่การสู้กับปัญหาจะช่วยทำให้ความทุกข์นั้นคลี่คลายไปได้ด้วยดีกว่าการมานั่งใช้เวลากับความรู้สึกท้อถอย” บุ๊ค เล่าจนทำให้พี่ๆ รู้สึกทึ่งในความคิดของเด็กหนุ่มคนนี้
จึงไม่แปลกใจว่าทำไม บุ๊คถึงได้รับคัดเลือกเป็นตัวแทนสถาบัน และด้วยความคิดในแง่บวกรวมกับหน้าตาคมคาย ยิ่งทำให้เด็กหนุ่มคนนี้ไปได้ไกลอย่างที่เขาหวังไว้อย่างแน่นอน







