
ใส่ใจสุขภาพทุกวัน เดือน ปี
โดย...มัลลิกา นามสง่า
โดย...มัลลิกา นามสง่า
เพิ่งจะผ่านพ้นเทศกาลแห่งความเฉลิมฉลองศักราชใหม่มา หลายคนคงมอบของขวัญให้ตัวเองอย่างฟรีสไตล์ในการดื่มกิน แบบงานนี้ไม่มีลิมิตกันไปเลย และหลายคนก็ยังคงนัดปาร์ตี้สังสรรค์กันยาวไปอีก ไหนจะมีตติงกันที่ต่างจังหวัดอีก เรียกว่าเก็บเกี่ยวช่วงเวลาแห่งความสุขกันเต็มที่ แต่อย่าสนุกเพลินจนทำลายสุขภาพตัวเองล่ะ มิเช่นนั้นหลังหมดเทศกาลสังสรรค์อาจจะได้สารพันโรคภัยมาเป็นของแถมปีใหม่
กินอยู่อย่างห่วงใยสุขภาพ
น.ต.หญิง พญ.สมโชดก ชาครียรัตน์ อายุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคระบบเมตาบอลิสม์และเบาหวาน โรงพยาบาลกรุงเทพ ได้แนะนำวิธีการดูแลตัวเองและข้อควรระวังในการรับประทาน ช่วงที่ต้องร่วมงานปาร์ตี้สังสรรค์บ่อยๆ โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวต่างๆ
ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง ควรหลีกเลี่ยงอาหารรสเค็ม หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่อาจทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น เช่น การสังสรรค์ต่อเนื่อง อดนอน พักผ่อนไม่เพียงพอ
ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ควรหลีกเลี่ยงอาหารประเภทแป้ง หรือเครื่องดื่มที่มีรสหวาน เช่น น้ำอัดลม ไวน์หวาน หากรับประทานอาหารในปริมาณมากกว่าปกติ อาจจำเป็นต้องมีการปรับขนาดยา โดยเฉพาะยาฉีดอินซูลินขึ้นตามคำแนะนำของแพทย์ หากมีภาวะเจ็บป่วยที่ทำให้รับประทานอาหารได้น้อยลง ก็อาจจำเป็นต้องปรับลดขนาดยาลง ควบคู่ไปกับการตรวจระดับน้ำตาลปลายนิ้วด้วยตนเองบ่อยขึ้น เพื่อเฝ้าระวังระดับน้ำตาลในเลือดที่อาจสูงหรือต่ำผิดปกติ จนเป็นอันตรายต่อชีวิตได้
ญาติที่ใกล้ชิดก็ควรมีความรู้เบื้องต้นในการแก้ไขภาวะผิดปกติต่างๆ ด้วย เช่นเมื่อผู้ป่วยมีอาการน้ำตาลในเลือดต่ำ เช่น ใจสั่น หน้ามืด คล้ายจะเป็นลม ตรวจระดับน้ำตาลปลายนิ้วผู้ป่วยพบว่าระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ หากยังรู้สึกตัวดี ควรหาน้ำหวาน น้ำผลไม้ 1 แก้ว หรือลูกอมให้ผู้ป่วยรับประทาน เพื่อเป็นการปฐมพยาบาล ก่อนพาผู้ป่วยไปพบแพทย์ เพื่อหาสาเหตุและให้การรักษาที่เหมาะสมต่อไป
ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองและหลอดเลือดหัวใจ ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง เช่น ขาหมู ไข่แดง อาหารประเภททอด หอย ปลาหมึก เป็นต้น เพราะระดับไขมันในเลือดที่สูงจะส่งผลให้เกิดภาวะหลอดเลือดอุดตันง่ายขึ้น แม้รับประทานยาลดระดับไขมันอยู่เสมอ หากไม่ควบคุมอาหารด้วย อาจทำให้อาการของโรคเป็นมากขึ้นได้
นอกจากการรับประทานอาหารที่เหมาะสมกับโรคแต่ละโรคแล้ว การบริโภคอาหารและน้ำที่สุก สะอาด ก็เป็นสิ่งสำคัญต่อสุขภาพเช่นเดียวกัน ควรเลือกรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆ หลีกเลี่ยงอาหารสุกๆ ดิบๆ หรืออาหารแปลกๆ ที่ไม่เคยรับประทานมาก่อน เพราะอาจทำให้เกิดอาการแพ้ ท้องเสีย อาเจียน และติดเชื้อรุนแรงได้
ระมัดระวังเรื่องการเดินทาง
ใครที่มีแผนว่าจะไปท่องเที่ยวรับลมหนาว ก็ควรเตรียมตัวดูแลสุขภาพให้พร้อมก่อนเดินทางไปเที่ยว โดยคำนึงถึงปัจจัยหลัก 4 อย่าง คือ
1.ไปเที่ยวที่ไหน ระยะเวลาในการเดินทางเป็นอย่างไร เช่น ไปทะเลหรือภูเขา โดยรถโดยสารหรือเดินทางไปต่างประเทศ โดยเครื่องบิน
2.สถานที่ ที่จะไปถึงมีสภาพอย่างไร ในเรื่องของที่พัก ความสะอาด อากาศ ความสะดวกสบาย บริการสาธารณสุข
3.สภาพร่างกายของตนเองเป็นอย่างไร โรคประจำตัวที่เป็นอยู่ ยาประจำ ขณะนี้มีภาวะสุขภาพอื่นใดอีกหรือไม่ เช่น ตั้งครรภ์
4.หากเดินทางร่วมเป็นคณะ จำเป็นต้องทราบปัญหาของผู้ร่วมทาง โดยเฉพาะหากเป็นผู้สูงอายุและเด็กเล็ก หรือผู้มีโรคประจำตัวเรื้อรัง ว่าดูแลตัวเองได้หรือไม่ ว่าต้องมีผู้ช่วยหรือผู้ดูแล หรือต้องจัดเตรียมสิ่งใดเป็นพิเศษ เช่น อาหารเฉพาะ รถเข็น เปลนอน
สำหรับผู้ที่ตั้งครรภ์ ควรให้สูตินรีแพทย์พิจารณาว่า การตั้งครรภ์ของท่านไม่มีปัญหา และไม่เสี่ยงต่อการแท้งหรือคลอดก่อนกำหนด รวมถึงต้องขอใบรับรองแพทย์ รับรองอายุครรภ์ และคำเตือนไม่เดินผ่านเครื่องเอกซเรย์ เพื่อยื่นให้เจ้าหน้าที่สายการบินทราบ โดยใบรับรองแพทย์ไม่ควรขอนานเกิน 1 สัปดาห์ก่อนการเดินทาง ในบางประเทศอาจพบโรคติดต่อได้ เช่น ไวรัสตับอักเสบเอ ไทฟอยด์ ไข้กาฬหลังแอ่น ไข้หวัดใหญ่ เป็นต้น ท่านควรพบแพทย์เพื่อรับคำปรึกษาเรื่องการฉีดวัคซีน ซึ่งต้องฉีดก่อนเดินทางเป็นระยะเวลานานพอที่จะกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิก่อนการเดินทาง
อย่าลืมพกสมุดประจำตัวผู้ป่วย บ่อยครั้งที่ผู้ป่วยมักเกิดโรคภัยไข้เจ็บ หรืออุบัติเหตุต่างๆ ระหว่างการเดินทาง บางครั้งเป็นการเจ็บป่วยรุนแรง ผู้ป่วยไม่สามารถให้ข้อมูลแก่แพทย์ได้ การมีสมุดประจำตัวผู้ป่วยที่ระบุรายละเอียดการรักษา สถานพยาบาลประจำ ข้อมูลเกี่ยวกับโรคทั้งหมดที่เป็น รวมทั้งเบอร์โทรศัพท์หรือที่อยู่ผู้ที่จะติดต่อได้กรณีฉุกเฉิน เหล่านี้ย่อมเป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วยในการที่แพทย์จะได้ให้การรักษาอย่างถูกต้อง ส่งผลให้การรักษาเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และต่อเนื่อง
พกยาประจำตัวไปด้วยเสมอ การลืมนำยาประจำตัวไปด้วยในขณะเดินทางหรือร่วมงานสังสรรค์ต่างๆ เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อย ที่ทำให้ผู้ป่วยต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล เนื่องจากโรคบางชนิดจำเป็นต้องรับประทานยาให้ตรงเวลาเพื่อรักษาระดับยาให้คงที่ การลืมรับประทานยาแม้เพียงมื้อเดียว อาจส่งผลให้อาการของโรคกำเริบขึ้น เช่น โรคลมชัก บางโรคอาจเกิดภาวะดื้อยา หากรับประทานยาไม่ต่อเนื่อง เช่น วัณโรค โรคเอดส์ เป็นต้น หรือแม้แต่โรคเบาหวานเอง การขาดยาโดยเฉพาะยาฉีดอินซูลินในผู้ป่วยเบาหวานที่จำเป็นต้องฉีดอินซูลิน อาจทำให้ผู้ป่วยเกิดภาวะระดับน้ำตาลในเลือดสูงวิกฤตจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ บางครั้งแม้ไม่ลืมนำยาติดตัวใส่กระเป๋าไปแล้ว ก็อาจยังประสบปัญหายาหายบ้าง กระเป๋าหายบ้าง โดยเฉพาะการเดินทางระยะทางไกลๆ ดังนั้นการมียาสำรองพกติดตัวอีกชุดหนึ่งจะช่วยลดโอกาสการขาดยาได้
ตรวจสอบระบบประกันสุขภาพหรือความคุ้มครอง เหตุการณ์ไม่คาดฝันต่างๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุหรือการเจ็บป่วยรุนแรงอาจเกิดขึ้นได้ และมักเกิดปัญหาเสมอๆ ดังนั้นก่อนออกเดินทางจึงควรมีการตรวจสอบ เตรียมเอกสารประกันภัย ช่องทางการติดต่อบุคคลต่างๆ ไว้ให้พร้อมเสมอ เพื่อให้การติดต่อประสานงานเป็นไปได้อย่างรวดเร็วเมื่อเกิดเหตุการณ์







