
อาร์วีพี...ผีขาดไม่ได้
โดย...มิวโกโตะ
โดย...มิวโกโตะ
กลายเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าไปซะแล้ว สำหรับการคัมแบ็กของ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่โกงความตายพลิกสถานการณ์ท้ายเกมได้ตลอดในซีซันนี้ ไม่ว่าจะลงเตะถ้วยไหน โดยฮีโร่ประจำคัมแบ็กก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เขาคือ “อาร์วีพี” โรบิน ฟาน เพอร์ซี ดาวยิงคนใหม่ที่เพิ่งลงมาเป็นตัวสำรอง แล้วช่วยซัดประตูตีเสมอ เวสต์แฮม 2-2 ยื้อตั๋วศึกเอฟเอ คัพ ไว้ได้ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เพราะต้องไปเตะตัดสินหาผู้เข้ารอบอีกครั้ง ณ รังโอลด์แทรฟฟอร์ด อีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า
อย่างที่ได้เกริ่นไปแล้ว นี่ไม่ใช่ครั้งแรกสำหรับการลงมาพลิกเกมของ อาร์วีพี เพราะ 16 ประตูที่ขึ้นนำดาวซัลโวในศึกพรีเมียร์ลีก ได้มาจากการโกงความตายของฝีเท้าหัวหอกวัย 29 ปีหลายครั้ง ตัวอย่างที่แฟนอสูรแดงไม่มีวันลืม คงเป็น 2 บิ๊กแมตช์สำคัญที่เอาชนะคู่ปรับตลอดกาล ลิเวอร์พูล และอริร่วมเมือง แมนฯ ซิตี ที่ล้วนมาจากนักเตะหมายเลข 20 รายนี้ทั้งสิ้น
สำหรับ ฟาน เพอร์ซี ขอบอกลา อาร์เซนอล และย้ายมาอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด เมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมาด้วยค่าตัว 20 ล้านปอนด์ (ราว 1,000 ล้านบาท) ซึ่งขณะนั้นดาวยิงแดนกังหันลมเลือกปฏิเสธเม็ดเงินมหาศาลของ แมนฯ ซิตี ยูเวนตุส และปารีส แซงต์ แชร์กแมง อาจเป็นเพราะไม่อยากปรับตัวมาก ทั้งสภาพแวดล้อม ภูมิอากาศ และสไตล์การเล่น แต่สำคัญที่สุด อาร์วีพี คงมองว่าสโมสรแห่งนี้จะพาเขาประสบความสำเร็จในช่วงปลายชีวิตค้าแข้งได้ ซึ่งปัจจุบันผีแดงยังมีลุ้นถึง 3 แชมป์ โดยที่รั้งจ่าฝูงศึกพรีเมียร์ลีกอยู่ในขณะนี้
เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน นายใหญ่ทีมปีศาจแดง เอ่ยปากชม ฟาน เพอร์ซี รวมถึง ไรอัน กิกส์ ปีกจอมเก๋าเลือดเวลส์ ว่าทำหน้าที่ได้อย่างเวิลด์คลาส ในเกมบุกไปเจ๊าขุนค้อนชนิดวินาทีสุดท้าย
“คำว่ายอมแพ้ไม่เคยมีในสารบบทีมเรา ยามตามหลังอยู่ 1-2 และเหลืออีกเพียง 2 นาทีแล้ว คุณต้องหวังว่าจะระเบิดตาข่ายคู่แข่งได้เสมอ ซึ่งจากการจ่ายของ ไรอัน กิกส์ และการจับบอลจังหวะแรก ตลอดจนเข้าไปทำประตูด้วยเท้าข้างไม่ถนัดของ โรบิน มันเป็นการเล่นที่เรียกว่าระดับโลกก็ว่าได้” กุนซือวัย 71 ปี กล่าว
ขณะที่ศูนย์หน้าเจ้าของสถิติยิง 9 ลูกจาก 10 เกมหลังสุด ยกเครดิตซัดกระจายทั้งหมดให้แก่เพื่อนร่วมทีม โดยกล่าวว่าคงจะพังประตูไม่ได้ หากไม่มีใครส่งให้ยิง
ด้าน แซม อัลลาร์ไดซ์ นายใหญ่เวสต์แฮม รู้สึกเสียดายที่ผ่านผีแดงเข้ารอบ 4 เอฟเอ คัพ ไม่ได้ ทั้งที่เหลือเวลาอีกไม่กี่วินาทีแท้ๆ พร้อมยอมรับตราบใดที่เสียงนกหวีดยังไม่ดังขึ้น ไม่มีทีมใดสามารถมั่นใจได้เลยว่าจะชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด
“ลูกที่ มาร์ก โนเบิล โหม่งลงมาให้ แมตต์ เทย์เลอร์ ผมภาวนาในใจให้บอลเข้าประตู เพราะถ้าเรานำขาดตอนนั้น พวกเขาไม่น่าจะกลับมาได้ แต่เมื่อทำไม่ได้ ก็รู้สึกว่าการรอเสียงนกหวีดยาวมันยาวนานเหลือเกิน สุดท้ายพวกเขาก็ทำสำเร็จ ผมแทบไม่อยากจะเชื่อ” บิ๊กแซม กล่าว
ขณะที่ ราฟาเอล เบนิเตซ กุนซือเชลซี คงต้องกดไลค์ให้กับฟอร์มระดับเทพของ เดมบา บา หลังหัวหอกป้ายแดงประเดิมสนามด้วยการซัดเบิ้ล 2 ประตู ในเกมบุกถล่ม เซาแธมป์ตัน 5-1 ศึกเอฟเอ คัพ รอบ 3
“มันเป็นเรื่องสำคัญที่กองหน้าต้องทำประตู แถมเขายังช่วยเหลือทีมด้านอื่นได้ด้วย การเคลื่อนที่ของเขาในสนาม มันบ่งบอกว่าเขาเป็นนักเตะที่ฉลาดสุดๆ และสิ่งนั้นทำให้ผมรู้ว่า บา สามารถลงเล่นร่วมกับ เฟอร์นานโด ตอร์เรส ได้” ราฟา กล่าว
ด้าน “เรือใบสีฟ้า” แมนฯ ซิตี ที่มีข่าวว่ากุนซือ โรแบร์โต มันชินี และ มาริโอ บาโลเตลลี มีปัญหากันในสนามซ้อม กลับจูบปากกันทันเวลา ก่อนไล่ยำ “แตนอาละวาด” วัตฟอร์ต 3-0 กรุยทางเข้าสู่รอบ 4 ได้สำเร็จ และทั้งหมดนี้คือบทสรุปของฟุตบอลถ้วยที่เก่าแก่ที่สุดในโลกรอบ 64 ทีมสุดท้าย







