
ไม้ถิ่นแอฟริกาใต้ในเมืองไทย (2)
โดย...ม.ล.จารุพันธ์ ทองแถม
โดย...ม.ล.จารุพันธ์ ทองแถม
ฉบับที่ผ่านมาได้กล่าวถึงพันธุ์ไม้ยืนต้น (Trees) ไปแล้ว ดังนั้น ในตอนนี้จะกล่าวถึงเรื่องไม้พุ่มถิ่นแอฟริกากันบ้าง ไม้พุ่มถือเป็นกระดูกสันหลังของสวนทุกแห่ง เพราะมันให้ทั้งดอกและดูแลง่ายกว่าไม้ยืนต้น แต่กระนั้นก็ตามมันต้องการการดูแลรักษาอยู่บ้าง โดยต้องอาศัยการตัดแต่ง ขลิบใบรักษาทรงพุ่ม ต้องการการรดน้ำและการให้ปุ๋ยที่ถูกต้อง
การขุดหลุมปลูก ให้ลึกอย่างต่ำ 30 ซม. และกว้าง 30 ซม. เป็นเรื่องจำเป็น ไม้พุ่มที่ออกดอกควรให้ปุ๋ยเคมีสูตร 3:1:5 จำนวน 2 กำมือต่อหลุม โดยโรยให้รอบชายพุ่มทุกๆ 4 เดือน หว่านปุ๋ยดอกหรือปุ๋ยหมักให้หนาอย่างน้อย 4 ซม. รอบชายพุ่ม และดูแลให้ปุ๋ยหมักเช่นนี้ทุกปี ห้ามพรวนดินบริเวณรอบลำต้นถึงแนวชายพุ่ม เพราะจะรบกวนรากฝอยที่หาอาหารหน้าดิน แต่หญ้าแห้งเป็นสิ่งควรปฏิบัติกับไม้พุ่มของเรา
ชงโคอิสราเอล (Bauhinia Galpinii)
ชงโคชนิดนี้เป็นไม้พุ่มขนาดกลาง ใบเล็กกว่าเสี้ยวหรือชงโคทั่วไปในเมืองไทย ดอกของมันมีสีส้มสะดุดตา รูปทรงคล้ายดาว ประกอบด้วยกลีบดอก 5 กลีบ รูปร่างคล้ายช้อน ใบมี 2 พู คล้ายชงโคทั่วไป แต่ออกดอกได้ตลอดปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฤดูร้อน ผู้เขียนพบชงโคในอิสราเอลเป็นครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2526 ระหว่างการฝึกงานการเกษตรอยู่ที่เมืองนีทาเนีย ชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน จากนั้นจึงนำเมล็ดมาปลูกที่ขุนห้วยแห้ง ดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ จากนั้นจึงมีผู้นำเมล็ดไปปลูกในแหล่งอื่น ชงโคอิสราเอลนั้นเป็นต้นที่ได้มาจากแอฟริกาใต้อีกต่อ โดยถิ่นเดิมอยู่ในดีแคพ (De Keap) แอฟริกาใต้ ชงโคชนิดนี้อยู่ในวงศ์ Fabaceae ซึ่งเป็นพืชวงศ์ถั่ว โดยอยู่ในวงศ์ย่อย (Subfamily Caesalpinioideae) วงศ์ชงโคนั่นเอง ชงโคอิสราเอลนี้เป็นไม้รั้วก็ได้ ไม้ต้นเดียวตัดเป็นพุ่มกลมก็ได้ มันมีเนื้อแข็ง และมักทิ้งใบในฤดูหนาว (ในแอฟริกาใต้) แต่แตกใบใหม่ในฤดูใบไม้ผลิหรือเมื่อได้ฝน ใบของมันมี 2 พู คล้ายปีกผีเสื้อ ดอกสีส้มเกิดเป็นช่อในฤดูร้อนและฤดูใบไม้ร่วงในอิสราเอล เป็นภาพที่สวยงามมาก และเป็นพืชที่ได้ชื่อว่างดงามมากชนิดหนึ่งของแอฟริกาใต้
เทคนิคการปลูก
ขุดหลุมปลูกให้ลึก 1 ม. กว้าง 1 ม. ใช้หน้าดินรองก้นหลุมและเติมปุ๋ยหมักและขี้วัวเก่าลงไป โรยด้วยปุ๋ยเคมีสูตร 151515 2 กำมือ คลุกให้เข้ากับหน้าดินก่อนปลูกต้นลงไป กลบรากด้วยดินชั้นรอง ผสมปุ๋ยหมักเล็กน้อย ปักหลักผูกเชือกให้แน่นกันลมโยก รดน้ำให้ชุ่มจนกว่าจะตั้งตัวได้ในเวลา 6 เดือน การตัดแต่งกิ่งควรทำหลังฤดูดอก
ราชาวดี (Butterfly Bush : Buddleja (Buddleia) App)
ราชาวดีเป็นชื่อของไม้ดอกในวงศ์ Scrophulariaceae ซึ่งมีอยู่ด้วยกันราว 100 ชนิด พบกระจายพันธุ์อยู่ใน 4 ทวีปของโลก เช่น ในอเมริกาเขตร้อนจากตอนใต้ของสหรัฐไปจนถึงตอนใต้ของชิลี ในทวีปแอฟริกาและบางส่วนในเอเชีย กล่าวกันว่า ราชาวดีที่พบในอเมริกาและเอเชียมักจะมีดอกกะเทย โดยมีทั้งเกสรเพศผู้และเพศเมียในดอกเดียวกัน แต่ราชาวดีชนิดที่พบในอเมริกากลับมีทั้งดอกเพศผู้และดอกเพศเมียแยกกันอยู่ร่วมต้น แต่ก็มีบ้างที่เป็นดอกกะเทย หรือมีทั้งดอกเพศผู้ ดอกเพศเมีย และดอกกะเทยอยู่ร่วมต้น (Tnioecioes) ก็มี
ราชาวดีหลายชนิดได้รับความนิยมปลูกเป็นไม้ดอกประดับสวน เพราะดึงดูดผีเสื้อได้ดีอย่างน่าอัศจรรย์ เข้าใจว่าคงเป็นเพราะสารเคมีให้กลิ่นหอมบางชนิดที่พบในดอกไม้สกุลนี้นั่นเอง สวนผีเสื้อหลายแห่งในโลกจึงนิยมหาราชาวดีไปปลูกกันเพื่อดึงดูดผีเสื้อกลางวัน ผีเสื้อกลางคืน และผึ้ง ราชาวดีจากอเมริกาใต้หลายชนิดมีดอกสีแดงยาวเป็นพวง ดึงดูดใจฮัมมิงเบิร์ดให้มาดูดน้ำต้อย และในขณะเดียวกันหน้าของนกเหล่านี้จะเปรอะไปด้วยเรณูสีเหลือง
ราชาวดีที่โด่งดังที่สุดน่าจะเป็นราชาวดีสีม่วงจากยูนนาน มันคือ Buddleja Davidii ซึ่งตั้งชื่อให้กับนักธรรมชาติวิทยาชาวฝรั่งเศส คือ Pere Anmandi David อีกชนิดคือราชาวดีดอกสี (B. globosa) ซึ่งปลูกไว้ดูดอกกลิ่นหอมคล้ายน้ำผึ้ง ดอกเป็นช่อกลมสีส้ม ส่วนราชาวดีที่มีใบเกิดเรียงตัวแบบสลับ คือ B. alternifolia นั้นให้ดอกเป็นช่องอโค้งลง
กล่าวกันว่าราชาวดีจากจีนตอนกลางขึ้นได้ดีจนกระจายพันธุ์หลุดจากสวนเข้าไปเป็นวัชพืชอยู่ตามพื้นที่เป็นทรายแห้งจัด ในสหราชอาณาจักรอังกฤษ โดยเฉพาะตามแนวสองฟากทางรถไฟ ตามที่ว่างเปล่ารกร้างเช่นเดียวกับผกากรองนั่นเอง







