กลิ่นบำบัดตามกรุ๊ปเลือด
โดย...มัลลิกา นามสง่า
โดย...มัลลิกา นามสง่า
รู้ไหมว่า...มนุษย์เราทุกคนต่างมีกลิ่นของตัวเอง เป็นกลิ่นที่ธรรมชาติให้มาแต่กำเนิด บ้างก็เป็นกลิ่นหอมหวาน บ้างก็เป็นกลิ่นเย็น ซ้ำร้ายอาจจะมีกลิ่นเหม็นเปรี้ยว นพ.ชัชดนัย มุสิกไชย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ทางเลือก โรงพยาบาลนครธน ได้อรรถาธิบายถึงที่มาของกลิ่นในร่างกายเราว่า “เลือด” เป็นหนึ่งในองค์ประกอบหลักที่มีกลิ่นเฉพาะตัวของแต่ละคน แต่ละกรุ๊ปเลือด เลือดสายธารแห่งชีวิตในร่างกายของเรามีอยู่ประมาณ 3.84.9 ลิตร หรือคิดเป็น 7% ของน้ำหนักตัว เลือดแต่ละกรุ๊ปมีสารเคมีในเลือดต่างกัน ในเม็ดเลือดแดงนี้ มีโปรตีนสำคัญชนิดหนึ่งที่เรียกว่า แอนติเจน (Antigen) เป็นตัวกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย ซึ่งอาหารทุกชนิดล้วนมีโปรตีนซึ่งเป็นอนุมูลอิสระ มีคุณสมบัติเหนียวและจับเกาะติดเลือดเรียกว่า “เลคติน” ถ้าการกินอาหารที่มีเลคตินไม่เหมาะสมกับเลือดเรา เลคตินเหล่านั้นยังเข้าไปรบกวนการทำงานของระบบย่อยอาหาร การสร้างอินซูลิน การเผาผลาญอาหารและความสมดุลของฮอร์โมน
ธันยวัลย์ สุนทรนนท์ ผู้เชี่ยวชาญการใช้กลิ่นบำบัดอโรมาเทอราปี ศูนย์ไทยเมดิคอลสปา โรงพยาบาลนครธน กล่าวเพิ่มเติมว่า การบำบัดด้วยกลิ่นที่เหมาะสมตามกรุ๊ปเลือด ไม่ว่าจะเป็นการนวดอโรมา หรือการบำบัดด้วยกลิ่น การผสมใช้ในเครื่องสำอางล้วนส่งผลต่อระบบไหลเวียนของเลือด ช่วยปรับสมดุล ฟื้นฟูสุขภาพกาย ใจ จิตวิญญาณและช่วยเสริมสร้างแอนติบอดีภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกายเป็นอย่างดี
เมื่อร่างกายได้รับกลิ่นบำบัดที่ใช่กับตัวเรา ไม่ว่าจะเป็นทางจมูก หรือทางผิวหนัง กลิ่นเหล่านี้จะถูกส่งผ่านเข้าไปยังสมองส่วนลิมบิค (Limbic) สมองส่วนนี้จะทำงานเกี่ยวกับอารมณ์ต่างๆ ความรัก ความเศร้า ความโกรธ รวมไปถึงความจำ นอกจากนั้นสมองส่วนนี้ยังสื่อสารกับร่างกายผ่านสมองส่วนไอโปธาลามัส (Hypothalamus) ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์บัญชาการให้ร่างกายกลับเข้าสู่ภาวะสมดุล ผ่านต่อมใต้สมอง (Pituitary Gland) ซึ่งเป็นต่อมไร้ท่อที่สำคัญของร่างกาย ดังนั้นปฏิกิริยาของร่างกายที่ได้รับกลิ่นบำบัดที่เหมาะสมกับกรุ๊ปเลือด จะส่งผลให้เซลล์ทุกเซลล์ กระแสเลือด อวัยวะทุกระบบ ระบบประสาททุกเส้นถูกกระตุ้นส่งสัญญาณเคมีไปที่ระบบต่อมไร้ท่อ ซึ่งผลิตฮอร์โมนที่สำคัญๆ และจำเป็นของร่างกาย ได้แก่ ช่วยควบคุมพลังงาน การเจริญเติบโต และระบบสืบพันธุ์ของร่างกาย เป็นต้น
คนเรามีกรุ๊ปเลือดที่แตกต่างกัน ดังนั้นการเลือกกลิ่นบำบัดที่เหมาะกับกรุ๊ปเลือดของตัวเอง ก็จะสามารถช่วยเสริมสุขภาพ สร้างสมดุลแห่งชีวิตได้อีกทางหนึ่ง
กรุ๊ปโอ นักบุญสามารถให้เลือดได้กับทุกกรุ๊ป แต่รับได้เฉพาะเลือดกรุ๊ปเดียวกันเท่านั้น
เป็นกรุ๊ปที่ย่อยอาหารเนื้อสัตว์ได้ดี น้ำย่อยในกระเพาะอาหารของคนกรุ๊ปโอมีความเป็นกรดสูงอยู่แล้ว จึงต้องหลีกเลี่ยงกลิ่นบำบัด หรือน้ำมันหอมระเหยตระกูลส้ม มะนาว มะกรูด เกรปฟรุต ดังนั้นกลิ่นเลือดของคนกรุ๊ปโอจึงเน้นไปที่กลิ่นใกล้เคียงกับสิ่งมีชีวิตที่ต้องอาศัยอยู่บนดินเป็นหลัก
กลิ่นบำบัดสำหรับคนกรุ๊ปโอ จะประกอบไปด้วยกลิ่นของต้นไทม์ ราสพ์เบอร์รี ซีดาร์วูด แฟรงคินเซนส์ เปปเปอร์มินต์ กำยานไทย โกศกระดูก
กรุ๊ปเอ นักมังสวิรัติ สามารถรับเลือดกรุ๊ปเอและโอได้
น้ำย่อยในกระเพาะอาหารจะมีความเป็นกรดต่ำ หากกินอาหารประเภทเนื้อสัตว์เข้าไปมากๆ จะทำให้ย่อยยาก ระบบการย่อยไม่ค่อยดี ระบบภูมิคุ้มกันก็ไม่ดีตาม การนวดตัวด้วยน้ำมันจากตระกูลธัญพืช โดยเฉพาะน้ำมันงาม่อนซึ่งเป็นแหล่งโปรตีนที่ร่างกายสามารถดูดซึมชดเชยโปรตีนจากเนื้อสัตว์ได้เป็นอย่างดี
คนกรุ๊ปเลือดเอ จะมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อความเครียดสูงมาก เนื่องจากร่างกายผลิตฮอร์โมนคอร์ติซอลออกมาในปริมาณสูง แต่ฮอร์โมนดังกล่าวสามารถลดลงถ้าได้รับกลิ่นบำบัดที่เหมาะสมในการผ่อนคลายทางกายและใจ
กลิ่นบำบัดสำหรับคนกรุ๊ปเอ จะมีกลิ่นของต้นไม้ในสวน ชาเขียว ใบมะเขือเทศ ใบโหระพา และยี่หร่า ดังนั้นกลิ่นเลือดของคนกรุ๊ปเอ จะมีกลิ่นธรรมชาติของสีเขียวคล้ายกับกลิ่นสดชื่นของสมุนไพร
ส่วนกลิ่นที่ควรหลีกเลี่ยง คือ กลิ่นกระดังงา มะลิ หรือกลิ่นโทนต่ำ เพราะจะกดระบบประสาทและการไหลเวียนของเลือด
กรุ๊ปบี นักคิด อ้วนง่าย สามารถรับเลือดกรุ๊ปบีและโอได้
คนกรุ๊ปเลือดบี เมื่อร่างกายอยู่ในสภาวะสมดุล ก็จะสามารถขจัดความเครียดและความวิตกกังวลลงได้ แต่เมื่อใดที่ไม่อยู่ในสภาวะสมดุลระดับฮอร์โมนคอร์ติซอลจะเพิ่มสูงขึ้น กรุ๊ปเลือดนี้เมื่อไม่อยู่ในสภาวะสมดุลมักมีปัญหาเกี่ยวกับภูมิคุ้มกันบกพร่องและไวรัส เกิดอาการเหนื่อยล้าง่าย จิตใจมัวหมอง สิ่งที่ต้องทำคือ ขจัดความเครียดเพื่อลดฮอร์โมนคอร์ติซอลที่ร่างกายหลั่งออกมา เพื่อตอบสนองต่อสภาวะเครียด ควรหลีกเลี่ยงโทนกลิ่นต่ำเช่นเดียวกับกรุ๊ปเอ แต่กลิ่นเหล่านี้เมื่อมีการผสมปรุงแต่งกลิ่นให้หอมสดชื่นสามารถใช้ได้ดี ส่วนกลิ่นธรรมชาติของกรุ๊ปบี จะเป็นธาตุไม้ จึงมีกลิ่นร้อนแรงของเนื้อไม้
กลิ่นบำบัดสำหรับคนกรุ๊ปบี จะมีกลิ่นของเนื้อไม้และกลิ่นเผ็ดร้อน ขิง เปปเปอร์มินต์ โสม ชาเขียว ชาดำ แอปเปิลแดง เชอร์รีดำ ทับทิม พริกไทย พิมเสน และไม้สัก
กรุ๊ปเอบี นักกินทุกรูปแบบ สามารถรับเลือดได้ทุกกรุ๊ป แต่ให้ใครไม่ได้เลย
กรุ๊ปนี้เป็นการผสมผสานระหว่างกรุ๊ปเลือดเอกับบีรวมกัน ดังนั้นวิธีการกินที่เหมาะสมกับคนกรุ๊ปนี้เป็นการผสมผสานการกินมังสวิรัติหน่อยๆ กับการกินแบบกรุ๊ปบีนิดๆ คนที่มีเลือดกรุ๊ปนี้มีจุดอ่อนเรื่องสุขภาพอยู่ที่ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอและกรดในกระเพาะต่ำ โปรตีนกรุ๊ปเอบีจะมีกลิ่นใกล้เคียงกับสารเคมีที่ประกอบกันขึ้นมาจากส่วนต่างๆ ของพืช จึงออกสีเงิน
กลิ่นบำบัดสำหรับคนกรุ๊ปเอบี จะมีกลิ่นที่เป็นส่วนประกอบของแร่หลากหลายชนิดมารวมกัน เช่น แอลดีไฮด์ (ยูคาลิปตัส มะนาว ตะไคร้ ใบส้ม เกรปฟรุต และซีดาร์วูด) อะลูมิเนียม หินชนวน ก้อนกรวด น้ำ


