posttoday
อ่าวทองคำ : ปลาคือชีวิต

อ่าวทองคำ : ปลาคือชีวิต

21 ธันวาคม 2555

ชลธิชา เหลิมทอง ผู้ประสานงานสื่อมวลชน กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ชลธิชา เหลิมทอง ผู้ประสานงานสื่อมวลชน กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เป็นอีกสัปดาห์หนึ่งที่ค่อนข้างวุ่นวายทีเดียวของผู้เขียนที่จะต้องเคลียร์งานต่างๆ ให้เสร็จก่อนปีใหม่ แต่ในความวุ่นวายผู้เขียนก็พบว่าเร็วๆ นี้มีเหตุการณ์หนึ่งที่ทำให้ผู้เขียนมีแรงบันดาลใจและกำลังใจในการทำงานด้านสิ่งแวดล้อมและงานอื่นๆ ที่เป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะมากขึ้น เป็นเหตุการณ์หนึ่งที่ตอกย้ำและสามารถสร้างความมั่นใจให้กับผู้เขียนและคนทั้งสังคมไทยได้เห็นว่า “ชุมชนท้องถิ่น” มีพลังที่จะปกป้องทรัพยากรท้องถิ่นของตัวเองได้ถ้ามีความสามัคคี มุ่งมั่น ยืนหยัดต่อสู้เพื่อชีวิตที่ดีกว่าของลูกหลานในอนาคต เหตุการณ์ที่ว่าคือ กรณีที่บริษัท เชฟรอน ประกาศยุติโครงการท่าเรือสนับสนุนแท่นขุดเจาะในทะเลอ่าวไทย ที่ อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช โดยให้เหตุผลว่าไม่คุ้มทุนในการก่อสร้างหลังจากที่โครงการนี้ยืดเยื้อมาเกือบ 5 ปี

เหตุที่ผู้เขียนรู้สึกตื้นตันใจกับเรื่องนี้ เพราะผู้เขียนได้มีโอกาสลงพื้นที่และร่วมงาน “รวมพลคนกินปลา” ที่เราเรียกกันว่า “Fish for life ปลาคือชีวิต” เมื่อปลายเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา เพื่อประกาศศักยภาพความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ชายฝั่ง อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ที่ชาวบ้านเรียกว่า “อ่าวทองคำ” และประกาศให้พื้นที่ดังกล่าวเป็น “พื้นที่คุ้มครองแหล่งผลิตอาหาร” และจะร่วมกันรักษาพื้นที่ 30 กิโลเมตรตลอดแนวชายฝั่งให้พ้นจากอุตสาหกรรมพลังงาน

อ่าวทองคำ : ปลาคือชีวิต

 

ผู้เขียนยอมรับว่าตอนแรกที่เห็นกำหนดการของงานยังไม่รู้รายละเอียดอะไรมากนัก แค่อ่านผ่านๆ ก็แอบดีใจอยู่ลึกๆ และคิดในใจว่า งานนี้คงมีโอกาสได้กินปลาและอาหารทะเลสดๆ มากมายแน่นอน แต่ปรากฏว่าเมื่อไปถึงพื้นที่ก่อนถึงวันงานในตอนนั้นเวลาประมาณ 3 ทุ่มแล้ว ภาพที่ผู้เขียนเห็นอยู่ตรงหน้า คือ การช่วยกันจัดแจงเตรียมงานอย่างขมีขมันของคนในพื้นที่ อาทิ การสร้างสัตว์ทะเลขนาดยักษ์ ไม่ว่าจะปลา ปู ปลาหมึก กุ้ง กั้ง เพื่อใช้ในขบวนพาเหรดเปิดงาน แต่สิ่งที่ทำให้ผู้เขียนประทับใจมากกว่านั้น คือ บทสนทนาและสายตาแห่งความมุ่งมั่นของคนท่าศาลาที่ชัดเจนตรงกันว่า เราจะปกป้องอ่าวทองคำให้เป็นพื้นที่คุ้มครองแหล่งผลิตอาหาร เพราะสำหรับพวกเราแล้วปลาคือชีวิต และพวกเราจะรักษาวิถีชีวิตประมงพื้นบ้านที่อยู่กับทะเลตลอดไป

ถึงตอนนี้ผู้เขียนรู้สึกทันทีว่าไม่ได้อยากกินปลาพวกนั้นอีกต่อไปแล้ว แต่อยากคุยกับคนในพื้นที่มากกว่าว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะรู้สึกได้ชัดเจนว่าคนในพื้นที่กำลังวิตกกับอาชีพประมงพื้นบ้านของตัวเองว่าจะถูกรุกรานและทำให้ทะเลเปลี่ยนแปลง ผู้เขียนจึงกลับที่พักทำการบ้านและพบคำตอบว่า คำว่า “อ่าวทองคำ” ถูกเรียกโดยชาวบ้านในพื้นที่ อ.ท่าศาลา เมื่อประมาณ 4 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงที่ชาวบ้านเคลื่อนไหวคัดค้านโครงการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคใต้ (Southern Seaboard)

“อ่าวทองคำ” หมายถึง ความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรอาหารในพื้นที่ ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเปรียบเสมือนศูนย์กลางพื้นที่ชายฝั่งทะเลอ่าวไทย มีพื้นที่ครอบคลุม อ.เมือง สิชล และท่าศาลา โดยเป็นพื้นที่ติดชายทะเลรูปพระจันทร์เสี้ยว มีชายหาดยาวถึง 190 กิโลเมตร พื้นที่แห่งนี้เป็นหนึ่งในพื้นที่ผลิตอาหารที่สำคัญของภูมิภาค ซึ่งไม่ใช่แค่ประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังรวมถึงมาเลเซีย อินโดนีเซีย จีน สิงคโปร์ สหภาพยุโรป และสหรัฐ มากกว่า 60% ของประชาชนในพื้นที่ที่อยู่ได้ด้วยการพึ่งพาการทำมาหากินจากท้องทะเล สร้างงานให้กับคนพื้นที่ได้ถึง 5,000 คน และสร้างรายได้ให้กับจังหวัดถึง 300 ล้านบาทต่อปี

ในเดือน ก.พ. 2554 ประชาชนท้องถิ่นจำนวนนับหมื่นได้เดินขบวนประท้วงเพื่อหยุดโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการเซาเทิร์น ซีบอร์ด และส่งผลให้โครงการดังกล่าวหยุดชะงัก อย่างไรก็ตามรัฐบาลชุดปัจจุบันได้มีการพิจารณาโครงการพัฒนาดังกล่าวอีกครั้ง ซึ่งรวมถึงโครงการอุตสาหกรรมขนาดใหญ่อื่นๆ ทำให้ชาวบ้านเกรงว่าการเกิดขึ้นของการเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่จะก่อมลพิษในพื้นที่และกระทบต่อวิถีชีวิตของคนในชุมชน รวมถึงก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการลดลงของสัตว์น้ำ การสูญเสียพื้นที่สาธารณะจากการกัดเซาะชายฝั่ง มลพิษทางน้ำที่เกิดจากอุตสาหกรรมพลังงานขนาดใหญ่และนิคมอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ทำให้ชาวบ้านได้รวมกันอีกครั้งเพื่อประกาศให้พื้นที่นี้เป็นพื้นที่ “คุ้มครองแหล่งผลิตอาหาร” และคัดค้านโครงการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคใต้ที่เกี่ยวกับอุตสาหกรรมพลังงาน

วันรุ่งขึ้นผู้เขียนได้มีโอกาสพบกับ “ป๊ะบ่าว” มนิตย์ หาญกล้า (คำว่า ป๊ะ แปลว่าพ่อ ในภาษามุสลิม) ชาวบ้านหน้าทับ ต.ท่าศาลา อ.ท่าศาลา หลังจากกลับมาจากการขายปลาในตลาดและเตรียมตัวไปร่วมขบวนพาเหรดงานรวมพลคนกินปลา โดยผู้เขียนสอบถามถึงความเป็นมาและแรงจูงใจของการต่อสู้กับโครงการพัฒนาพลังงานและอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ของคนอ่าวทองคำ โดยป๊ะบอกว่า “ต้องลุกขึ้นมาต่อสู้เพราะทะเลคือบ้าน และคือทุกสิ่งทุกอย่างของเรา ถ้าทะเลเกิดมลพิษก็หมายถึงพวกเราถูกฆ่าให้ตายนั่นเอง พื้นที่แห่งนี้ถือว่าเป็นชีวิตและจิตใจของเรา เราต่อสู้กันมายาวนานเพื่อรักษาทะเลด้วยหัวใจ”

อ่าวทองคำ : ปลาคือชีวิต

 

เขาย้อนความว่า ตอนที่พวกเรารู้ข่าวว่าผู้สำรวจและผลิตน้ำมันจะมาปักเสาเพื่อสร้างฐานท่าเรือน้ำลึกเพื่อการสำรวจและขุดเจาะน้ำมัน มันเหมือนกับว่าตัวเราและวิถีชีวิตที่เคยอยู่กันมาอย่างมีความสุขถูกทำลายไปแล้ว ทำให้กังวลว่าลูกหลานเราในอนาคตจะอยู่อย่างไร เพราะหากเราไม่มีบ้านอยู่ก็อาจจะยังหาเช่าบ้านได้เนื่องจากยังทำมาหากินในทะเลได้ แต่หากวันใดวันหนึ่งถ้าเราไม่สามารถลงไปหากินในทะเลได้เนื่องจากอุตสาหรรมเข้ามา นั่นเป็นสิ่งที่ร้ายที่สุดสำหรับเรา เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นในพื้นที่แห่งนี้คือวัฒนธรรมที่อยู่ในชีวิตจิตใจของคนที่นี่ที่มีความผูกพันกับท้องทะเลซึ่งเป็นมรดกตกทอดจากบรรพบุรุษ

อ่าวทองคำมีความอุดมสมบูรณ์มากมีปลาเป็นร้อยๆ ชนิด และมีจำนวนสัตว์น้ำมากขึ้นทุกปี เพราะชาวบ้านมีการจับปลาที่เป็นมิตรกับธรรมชาติ ไม่ใช่แต่จะจับปลาอย่างเดียว แต่ยังมีการทำเรื่องการอนุรักษ์ด้วย เช่น การสร้างธนาคารปูม้า การสร้างปะการังเทียม การสร้างบ้านปลา เพื่อให้เป็นที่อาศัยของสัตว์น้ำ เราสอนลูกหลานให้รักและหวงแหนทะเล กว่า 4 ปีที่ผ่านมาเราสู้กับโครงการขนาดใหญ่เหล่านี้ด้วยหัวใจไม่ใช่ด้วยเงิน อาชีพประมงพื้นบ้านเป็นวัฒนธรรมและเมื่อใดหากมีอุตสาหกรรมหนักเข้ามา เราคงต้องย้ายไปที่อื่นเพราะแหล่งทำมาหากินถูกทำลาย ชีวิตของคนที่อ่าวทองคำมีความสุขกับชีวิตประมงพื้นบ้านแบบนี้

“ทุกครั้งที่ได้ยินข่าวว่าจะมีโครงการสร้างโรงงานไฟฟ้าถ่านหินและโครงการอุตสาหกรรมหนักเข้ามา มันรู้สึกเหมือนจะมีคนมาทำลายแหล่งทำมาหากินของพวกเราซึ่งทุกอย่างมาจากทะเล ดังนั้นเราจำเป็นต้องปกป้องรักษาอ่าวทองคำด้วยชีวิตเพราะมันมีค่ามากกว่าทรัพย์สินที่พวกเรามี เรารู้ทันทีว่าถ้ามีสิ่งก่อสร้างลงในทะเลก็จะทำให้ปลาต่างๆ สูญพันธุ์ทันที ทุกอย่างคงจบรวมถึงชีวิตของคนที่นี่ด้วย จึงอยากจะสื่อสารให้คนทั้งโลกรู้ว่าอ่าวทองคำเป็นพื้นที่ที่สมบูรณ์มาก ไม่ใช่อ่าวเสื่อมโทรมและทะเลร้างตามที่มีการอ้างกัน เพื่อจะให้มีการทำโครงการเมกะโปรเจกต์ที่นี่แต่อย่างใด การอนุรักษ์และปกป้องอ่าวทองคำเพื่อให้เป็นพื้นที่คุ้มครองการผลิตอาหาร คือภารกิจของพวกเรา” ป๊ะบ่าว กล่าวทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและแววตาที่มุ่งมั่น

การพูดคุยดังกล่าวทำให้ผู้เขียนเข้าใจและเห็นความมุ่งมั่น และพลังของชาวบ้านในพื้นที่อย่างชัดเจน และถึงตอนนี้จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านถ่านหินและขุดเจาะน้ำมันในอ่าวไทยของบริษัทยักษ์ใหญ่จึงต้องยุติโครงการดังกล่าว เรียกได้ว่าเป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ของการต่อสู้ของภาคประชาชนของคนอ่าวทองคำและเครือข่ายภาคประชาชนต่างๆ ที่ร่วมต่อสู้ด้วยกันมาอย่างยาวนานอีกครั้ง

จากวันนั้นถึงวันนี้ผ่านมาแล้วเกือบ 3 เดือน ผู้เขียนหยิบโทรศัพท์เพื่อโทรไปหาป๊ะบ่าวอีกครั้งด้วยคำถามง่ายๆ ว่า “ป๊ะสบายดีมั้ยคะ” โดยป๊ะตอบมาว่า “รู้สึกว่าหายใจโล่งอกมากขึ้น เพราะก่อนหน้านี้ต้องกังวลว่าจะมีชีวิตอย่างไรถ้าอุตสาหกรรมเข้ามา แต่ก็ยังไม่ไว้ใจซะทีเดียวเพราะแค่ประกาศว่ายุติ แต่ยังไม่ได้ประกาศล้มเลิก ซึ่งชาวบ้านจะยังต้องเดินหน้าให้ข้อมูลความรู้เพื่อทำให้คนในพื้นที่มีความเข้าใจเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เพื่อประกาศให้อ่าวทองคำเป็นพื้นที่คุ้มครองแหล่งผลิตอาหารให้สำเร็จ เพราะฉะนั้นภารกิจของเรายังไม่จบ” เป็นบทสนทนาสั้นๆ ที่ทำให้ผู้เขียนรู้สึกมีพลังในการทำงานอีกครั้ง

ใช่แล้ว!!!ภารกิจนี้ยังไม่จบ และที่สำคัญผู้อ่านทุกคนสามารถเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจร่วมกันผลักดันให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกกฎหมายรับรองอ่าวทองคำเป็นพื้นที่คุ้มครองแหล่งผลิตอาหารได้ โดยเข้าไปที่ Facebook page “Goldenbay” http://www.facebook.com/pages/Goldenbay/438611419527861 ซึ่งเครือข่ายประมงพื้นบ้าน อ.สิชล และท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช และกรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้ช่วยกันทำ Application ที่ใช้ชื่อว่า “Human fence รั้วมนุษย์ปกป้องอ่าวทองคำ” ซึ่งเป็น app ที่ทุกการลงชื่อจะมีการปักหมุดในแผนที่กูเกิล โดยหมุดที่ใช้ปักจะมีลักษณะเป็นตัวการ์ตูนบุคลิกต่างๆ ที่จะจับมือต่อกันล้อมวงเพื่อเป็นรั้วป้องกันไม่ให้ใครมาบุกรุกอ่าวทองคำ อีกทั้งจะมีการส่งอีเมลอัตโนมัติกระตุ้นไปยังหน่วยงานที่มีหน้าที่และส่วนเกี่ยวข้องในการผลักดันให้เกิดการประกาศให้พื้นที่อ่าวทองคำเป็นพื้นที่คุ้มครองการผลิตอาหารโดยกฎหมาย โดยเมื่อเข้ามาร่วมลงชื่อเสร็จแล้ว ระบบจะโพสต์อัตโนมัติ ที่หน้า wall ของเรา และสามารถแบ่งปันไปที่หน้า wall เพื่อนได้เช่นกัน ซึ่งหากทุกคนร่วมด้วยช่วยกัน “พื้นที่คุ้มครองแหล่งผลิตอาหาร” แห่งแรกของประเทศไทยที่มาจากการผลักดันของทุกคนจะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน!!!

ข่าวล่าสุด

การถวายน้ำสรงและถวายสักการะพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา

การถวายน้ำสรงและถวายสักการะพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา