
คิดแบบผู้จัดการมืออาชีพ
....เกรียงศักดิ์ นิรัติพัฒนะศัย
“คุณเกรียงศักดิ์คะ ขอระบายความโกรธที่มีต่อนายหน่อยคะ” คุณบุษราโทรหาผม“
เกิดอะไรขึ้นหรือครับ”“
เมื่อ 6 เดือนก่อน ดิฉันได้ข้อเสนอจากคู่แข่งในตำแหน่งผู้อำนวยการและเงินเดือนขึ้น 30% แต่ดิฉันลังเล จึงปรึกษานาย นายขอให้อยู่และสัญญาว่าอีก 6 เดือนจะปรับตำแหน่งให้เป็นผู้อำนวยการ เงินเดือนนั้นขึ้นเลย 15% ที่เหลืออีก 15% ขอปรับตอนขึ้นตำแหน่ง ดิฉันเห็นว่าสถานการณ์บริษัทก็ย่ำแย่ในตอนนั้น จึงตัดสินใจอยู่ช่วยเมื่อวานนี้มีการทบทวนผลงานกัน นายบอกว่าขอโทษที่ไม่สามารถโปรโมตดิฉันได้ เพราะนายของนายที่ได้ร่วมรับปากไว้โอนย้ายไปแล้ว นายดิฉันบอกว่าขอให้ดิฉันทุ่มเท รออีกหกเดือนจะเสนอใหม่
ดิฉันรู้สึกเหมือนโดนหักหลัง โกรธมากเลยแต่ไม่พูดสักคำ คุณเกรียงศักดิ์คิดว่าไงคะ
”“
คุณบุษรา ความแตกต่างของผู้จัดการมืออาชีพกับผู้จัดการธรรมดาอยู่ตรงวิธีการรับมือกับอุปสรรค ผู้จัดการธรรมดาอาจจะตีโพยตีพาย แกล้งทำให้งานเสียหาย ซึ่งมักจะไม่ดีกับอาชีพในทางตรงกันข้าม ผู้จัดการมืออาชีพเข้าใจปรากฏการณ์นี้ว่าเป็นเรื่องปกติ โชคร้ายอาจจะเกิดกับใครก็ได้แม้จะเป็นคนดีก็ตาม เขายังมีทัศนคติเชิงบวกอยู่ พวกเขาไม่คิดว่าเป็นเรื่องส่วนตัว เขาไม่ตำหนิว่านายแกล้งหรือหักหลัง พวกเขามีคำถามที่ถูกต้องคือ
v เราได้เรียนรู้อะไรจากเหตุการณ์นี้
v เราจะเปลี่ยนปัญหานี้ให้เป็นโอกาสได้อย่างไร
v เราจะปกป้องปัญหาแบบนี้ในอนาคตได้อย่างไร
ฟังดูดีคะ แต่กำลังโกรธแบบนี้จะคิดออกหรือคะ
”ใช่ครับ มืออาชีพก็หงุดหงิดได้เหมือนกัน แต่เขาจะเป็นอยู่ไม่นาน พวกเขาจะกลับมาคิดบวกได้เร็วกว่า ผมคิดว่าคุณอาจจะลองเก็บไปนอนคิดดูก่อนจะดีกว่านะครับ
”เช้าวันต่อมา
“
มันดีขึ้นเยอะเลยคะ ดิฉันพยายามคิดแบบมืออาชีพคือไม่จิตตกอยู่นาน คำถามที่ว่า เราได้เรียนรู้อะไรจากเหตุการณ์นี้ คำตอบคืออะไรคะ”“
คุณบุษราคิดว่าอย่างไร”“
บทเรียนก็คือ อย่าสัญญากับลูกน้องเรื่องเงินเดือน การเลื่อนขั้น และดิฉันยังโชคดีที่มีงานทำ ขณะที่คนจำนวนมากตกงาน ที่สำคัญดิฉันก็ยังมีโอกาสได้โปรโมตในอนาคต ไม่ใช่สิ้นหวังไปเสียทีเดียว”“
เป็นทัศนคติที่ยอดเยี่ยมครับ ”“
แต่ยังโกรธนายอยู่คะ ดิฉันต้องการแก้แค้น”“
คุณบุษรา เรื่องนี้มันต่อเนื่องไปถึงคำถามที่สองคือ เราจะเปลี่ยนปัญหานี้ให้เป็นโอกาสได้อย่างไร คนทั่วไปอาจเคียดแค้น ทำงานให้ช้าลง ดื้อดึงมากขึ้น หรือมีพฤติกรรมแย่ๆ เพื่อแก้แค้นนาย ที่จริงแล้วเป็นการทำร้ายตัวเองมากกว่า เพราะการกระทำเหล่านั้น เท่ากับการยืนยันว่า นายคิดถูกแล้วที่ไม่ได้โปรโมทเราผมแนะนำว่า คุณต้องพิสูจน์ให้เห็นว่านายมองคุณผิดไป ทำงานให้หนักมากขึ้น มีความคิดริเริ่มใหม่ๆ ที่เพิ่มผลผลิตให้งาน ทำให้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีแบบจับต้องได้อย่างรวดเร็ว คุณอาจเปลี่ยนความคิดนายได้จากการเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเองในทางที่ดี
แต่ก่อนอื่น จะต้องเช็กกับนายก่อน
”“
เช็กอะไรคะ”“
เช็กความคาดหวังที่มีต่อเรา เขาอยากให้เราส่งมอบอะไรบ้าง เรื่องหลักๆ หรือหัวใจของงานใน 6 เดือนข้างหน้าคืออะไร แล้วทำให้เกินความคาดหวัง ใส่ความคิดริเริ่มที่ส่งผลให้องค์กรดีขึ้นเพิ่มเติมลงไปอีก”“
แหมคิดได้อย่างไรคะ”“
ผมไม่ได้คิดเองครับ ผมประยุกต์มาจากหนังสือ สู่ชัยชนะ ของแจ๊ค เวลซ์ ในบทที่ 17 เรื่องการเลื่อนตำแหน่ง เขาเล่าว่ามีผู้บริหารจีอีชื่อมาร์ค เคยอกหักถูกมองข้ามไม่ได้เลื่อนตำแหน่ง แต่ว่าแทนที่มาร์คจะท้อแท้ เขากับพยายามพิสูจน์ให้นายทุกคนที่มองข้าม โดยการทำงานหนักขึ้น เขากระตุ้นทีมให้ฮึกเหิม มีการพัฒนากระบวนการผลิต แนะนำเทคโนโลยีใหม่ๆ สร้งวินัยในการทำงานให้เข้มข้น ลดต้นทุนอย่างมีความหมาย สองปีต่อมา เขาก็ได้รับการโปรโมทอย่างที่ จิม โรห์น บอกไว้ว่า ทุกสิ่งที่คุณต้องการเพื่อพัฒนาตนเองให้สำเร็จนั้น ถูกเขียนขึ้นมาหมดแล้ว สิ่งที่คุณจำเป็นจะต้องทำก็คือ ไปที่ห้องสมุดแล้วอ่านมันซะ
”






