
รักต่างมุม (มอง)
เรื่อง ลิตเติ้ล แอล
“
นี่ไม่ใช่หนังรัก หากเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับความรัก” คำโปรยของหนังก็คงพอจะคาดเดาได้ว่านี่ต้องไม่ใช่หนังรักธรรมดาๆ ที่คุ้นชิน500 Days of Summer เล่าเรื่องราวของ
“ทอม” สถาปนิกหนุ่มที่จับพลัดจับผลูกลายมาเป็นนักเขียนการ์ดอวยพร ที่เชื่อมั่นว่าเขาจะไม่มีวันพบเจอกับความรักแท้จริง จนกระทั่งเขาได้พบกับ “ซัมเมอร์” สาวสุดสวยที่ไม่เคยเชื่อเรื่องความรักและพรหมลิขิต แต่สำหรับ “ทอม” เขารับรู้ทันทีว่านี่คือ คนที่เขาเฝ้ารอคอยมาโดยตลอดพล็อตเหมือนหนังรักธรรมดาๆ เรื่องหนึ่งที่เล่าชีวิตรักของคนสองคนที่ไม่ค่อยหวือหวา แต่เอาเข้าจริงๆ มันกลับเป็นหนังรักที่อยู่ในโลกของ
“ความเป็นจริง” มากกว่าที่จะเป็นหนังรักที่มีให้เห็นกันเกร่อ “บนแผ่นฟิล์ม”ด้วยเทคนิคการเล่าเรื่องที่ไม่ค่อยพบเจอมาก่อน โดยอาศัยการเล่าเรื่องความรักระหว่างทอมกับซัมเมอร์ตลอดระยะเวลา 500 วันที่คบหา สลับกันไปมาทั้งเรื่อง โดยไม่ได้ลำดับเหตุการณ์ก่อนหรือหลัง มันอาจจะดูงงๆ ถึงขั้นรู้สึกรำคาญใจ แต่แปลกกลับทำให้หนังมีเสน่ห์อย่างไม่น่าเชื่อ!
หลังจากที่ซัมเมอร์เป็นฝ่ายทักทอมก่อนในลิฟต์เพราะเธอชอบเพลงที่เขาฟัง ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็เริ่มพัฒนาไปเรื่อยๆ จากคนรู้จักกลายมาเป็นคู่ที่มีความสัมพันธ์กันถึงขั้นลึกซึ้ง ทำให้ทอมเชื่อมั่นว่านี่แหละคือ รักแท้ที่ค้นหามานาน
นับแต่นั้นทอมก็มีจินตนาการเกี่ยวกับรักที่สวยหรู ทำให้เขาอยู่กับโลกแฟนตาซี เขามองว่าความรักเป็นเหมือนซานตาคลอสที่โผล่หน้ามาพร้อมกับของขวัญที่สร้างเสียงหัวเราะและรอยยิ้ม
ฉากที่ทำให้รับรู้ว่านี่มันเป็นเพียงความรักในจินตนาการของทอมเท่านั้นก็คือการใส่ฉากแบบมิวสิคัลเข้ามาในเช้าวันรุ่งขึ้นหลังจากที่ชายหนุ่มมีเซ็กซ์กับหญิงสาว แทนอารมณ์สุขแสนของทอม ที่มีผู้คนตามท้องถนนมาร่วมเต้นไปพร้อมๆ กับเขา นัยว่าชายหนุ่มอยู่ในโลกของความฝัน
หรือฉากที่ทั้งสองไปเดินดูเฟอร์นิเจอร์ ทอมกับซัมเมอร์แกล้งทำเป็นว่าทั้งสองอยู่ด้วยกัน ตระเวนไปตามห้องสมมติต่างๆ ทั้งห้องนั่งเล่น ห้องครัว และห้องนอน ที่ไม่มีอะไรจริงสักอย่าง ซึ่งนั่นอาจจะรวมถึงความรักของเขากับเธอที่อาจจะจัดฉากขึ้นเช่นกัน
ในขณะที่ซัมเมอร์บอกทอมตั้งแต่แรกแล้วว่านี่ไม่ใช่ความสัมพันธ์แบบลึกซึ้งจริงจัง และนี่ก็ไม่ใช่ความรัก ทอมไม่เคยมองเห็นว่าเธอดึงมือหลบจากมือเขา มองไม่เห็นว่าเธอไม่ได้ใส่ใจเพลงที่เขามอบให้ กระทั่งมองไม่เห็นว่าเธอเริ่มไม่มีความสุขตอนที่อยู่กับเขา มันยิ่งตอกย้ำให้เห็นว่าความรักอันสวยหรูนั้นเป็นเพียงแค่จินตนาการของทอมเท่านั้น
อีกฉากหนึ่งที่ตอกย้ำและทำให้ประทับใจในหนังรักเรื่องนี้ขึ้นอีกระดับ คือเมื่อทอมได้หลุดเข้าไปอยู่ในโลกของจินตนาการอีกรอบหลังจากที่ถูกบอกเลิก เธอชวนเขาไปงานปาร์ตี้ที่บ้าน และเมื่อเขาเดินทางไปถึง ตรงนี้เล่นเอาอึ้ง หนังบอกเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับทอมโดยแบ่งภาพออกเป็นสองกรอบ กรอบแรกเขียนว่า
“ความคาดหวัง” อีกกรอบเขียนว่า “ความเป็นจริง” ซึ่งแน่นอนล่ะว่าทั้งสองกรอบเล่าเรื่องที่ตรงกันข้ามกันอย่างสิ้นเชิงนอกจากหนังจะใช้เทคนิคการเล่าที่แตกต่างแล้ว การเลือกเพลงประกอบที่ถูกจังหวะเวลา และมีเนื้อหาที่สอดรับกับเรื่องก็ยังทำให้หนังมีสีสันมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในฉากจบของเรื่อง มีท่อนหนึ่งที่บ่งบอกเรื่องของความรักที่หนังเรื่องนี้พยายามนำเสนอได้ชัดเจนที่สุด
“
เธอทำให้คุณเพ้อ ยังไม่รู้ตัวอีกเหรอ”“
ดวงอาทิตย์บนฟ้า มันทำให้คุณเริ่มมีความกล้า”“
และอย่าหลอกว่าคุณกำลังคอยพระอาทิตย์ตก”แสงอาทิตย์คือตัวแทนความรักในโลกแห่งความเป็นจริง ในขณะที่พระอาทิตย์ตกคือรักแห่งจินตนาการที่ใครหลายคนพยายามอยากจะให้เป็น ก็เหมือนกับเนื้อหาของหนังที่พยายามจะบอกว่า
“ความคาดหวัง” กับ “ความเป็นจริง” นั้นบางครั้งมันก็เป็นเรื่องที่ช่างไกลกันเสียเหลือเกิน! @ล้อมกรอบ
500 Days of Summer
ปี 2009
ประเทศ สหรัฐ
ประเภท รัก/ชีวิต/ตลก
กำกับ มาร์ก เว็บบ์
แสดงนำ โจเซฟ กอร์ดอนเลวิตต์/ซูอี เดสชาเนล







