
อบอุ่นใกล้ชิดแบบครอบครัวพัฒนพีชัย
โดย...กันย์
โดย...กันย์
แม้วันพ่อเพิ่งผ่านไป แต่ความรักความอบอุ่นของคุณพ่อ (สมชาย) กับลูกสาว 3 ใบเถาบ้านนี้ไม่เคยจางหายไป เพราะจะว่าไปแล้วลูกสาวคนโตอย่าง แหม่มปรีดารัตน์ พัฒนพีชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท มีอาแบ๊ก ผู้ผลิตและจำหน่ายกระเป๋าหนังแบรนด์มีอา บอกว่า บ้านเธอนั้นสนิทกันมาก คุณพ่อเป็นผู้ชายคนเดียวในบ้าน บ้านนี้เลยมีผู้หญิงเป็นใหญ่เพราะมีแต่ลูกสาวล้วน ดังนั้นคุณพ่อเป็นคนรักคุณแม่ (สุรีย์) และลูกสาวมาก (น้องสาวคือ พิมลรัตน์ และณัฏฐารัตน์) มีอะไรคุณพ่อจะหยวนๆ ให้ แต่ถ้าผิดหลักการมากไปก็ไม่ได้เพราะคุณพ่อถือว่าเป็นคนมีระเบียบวินัยมาก
“คุณพ่อท่านน่ารักมากค่ะ ไม่พูดเยอะ แต่ท่านจะทำให้เห็นเป็นตัวอย่าง ท่านมีความเป็นผู้นำสูงเพราะเป็นผู้ชายคนเดียวในบ้าน ถ้าไม่มีอะไรรุนแรงจริงๆ ท่านจะไม่พูดไม่บ่นเลย นานๆ พูดที แต่ถ้าพูดก็แสดงว่าเป็นเรื่องสำคัญที่ลูกควรฟังและใส่ใจ” เธอกล่าวถึงคุณพ่อด้วยความรัก
เธอบอกอีกว่าคุณพ่อไม่เคยบังคับให้ลูกๆ ต้องเรียนแบบนั้น ทำแบบนี้ เธอยกตัวอย่างให้ฟังว่า บ้านของเธอทำธุรกิจเครื่องหนังมาตั้งแต่รุ่นคุณปู่ บ้านเป็นตึกแถวอยู่ย่านถนนเสือป่า จนกระทั่งมาถึงรุ่นคุณพ่อซึ่งเป็นรุ่นที่ 2 ก็ขยายงานมากขึ้น ลึกๆ ท่านก็อยากให้ลูกเรียนทางด้านบริหารหรือการตลาดเพื่อมาช่วยงาน แต่ท่านก็ไม่ออกปากขอด้วยนะว่าให้เรียนแบบนี้
“แหม่มชอบด้านรัฐศาสตร์ ก็เลือกเรียนปริญญาตรีและโทที่จุฬาฯ ท่านก็ไม่ว่าอะไร เพราะรู้ว่าลูกชอบ แต่พอเรียนจบเราก็มาช่วยท่านเพราะเห็นคุณพ่อคุณแม่เหนื่อยมามากแล้ว นี่คือความน่ารักที่ท่านเข้าใจความต้องการของลูกๆ ไม่เอาความต้องการของท่านมาบีบบังคับ”
เธอเล่าต่อถึงความผูกพันที่มีต่อคุณแม่ว่า ท่านเป็นแบบอย่างที่ดี ขยัน อดทน สู้งาน นอกจากเลี้ยงลูก 3 คนในวัยไล่เลี่ยกันแล้ว ท่านยังเป็นกำลังสำคัญในการช่วยงานคุณพ่ออีกด้วย แถมงานบ้านงานเรือนก็ครบครันไม่มีขาดตกบกพร่องเลย
“ตอนพวกเราเป็นเด็ก ท่านไม่เคยให้เรากลับรถโรงเรียนหรือนั่งแท็กซี่กลับบ้านเอง คุณพ่อจะสลับกับคุณแม่ไปรับเราที่โรงเรียนเสมอ ทั้งๆ ที่งานท่านก็ยุ่งมาก ไม่เคยให้คนงานไปรับพวกเราแทนด้วย ท่านรับส่งพวกเราตั้งแต่อนุบาลจนจบมัธยมไม่ว่างานยุ่งแค่ไหนท่านก็ต้องไปรับเอง พอแหม่มเข้ามหาวิทยาลัยท่านก็ซื้อรถให้แล้วให้แหม่มรับน้องๆ แทนท่าน เรื่องของลูกๆ เป็นเรื่องที่ท่านให้ความสำคัญมาก”
เธอเล่าต่อไปว่า คุณพ่อไม่ถนัดเรื่องตลาดส่งออก ท่านทำแต่ค้าขายในประเทศมาตลอด 40 ปี พอลูกๆ เรียนจบ อยากขยายตลาดส่งออก ลึกๆ ท่านไม่เห็นด้วย แต่เมื่อลูกอยากลองทำอยากพิสูจน์ความสามารถท่านก็ไม่ว่า ให้ลองทำและสนับสนุนเต็มที่
บ่อยครั้งที่ลูกๆ ทำงานแล้วเครียด ท่านก็จะมีข้อแนะนำดีๆ มาให้เสมอ ทั้งสองท่านถือเป็นแม่แบบที่ดีในการทำงาน คุณพ่อใจดีใจเย็นรับฟังคนอื่นอยู่เสมอ บริหารงานแบบสบายๆ ไม่กดดันมาก ขณะที่คุณแม่เป็นแม่บ้านด้วย ทำงานด้วย แข็งแกร่งมาก ทำงานเคียงบ่าคุณพ่อมาตั้งแต่สาวๆ ทุกวันนี้ท่านยังทำงานอยู่เลย เวลาที่ไม่รู้อะไรท่านจะขวนขวายหาความรู้ ทุกวันนี้มีปัญหาเรื่องการเย็บ การออกแบบ คุณแม่ชี้แนะได้เป็นอย่างดี ทั้งสองท่านเป็นผู้ให้ชีวิตและให้อนาคตแก่ลูกๆ ทุกคนจริงๆ
“ตอนนี้คุณพ่อเริ่มวางมือให้ลูกๆ ได้บริหารงานแทน ส่วนคุณแม่ยังช่วยงานอยู่ ท่านบอกอยู่ว่างๆ ก็เหงาทำงานดีกว่า ท่านทั้งสองเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรให้ความร่มเย็นแก่ลูกๆ อย่างแท้จริง ท่านให้ทุกอย่าง ให้โอกาส ให้อนาคต” เธอกล่าวอย่างซึ้งใจ







