
เห็นด้วย-ไม่เห็นด้วย
ภาสกร พุทธิชีวิน
ภาสกร พุทธิชีวิน
ข้อมูลจาก คุณวีระพล จิรประดิษฐ์กุล อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน ให้ข้อมูลสู่สาธารณชนว่ารัฐบาลใช้เงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอุดหนุนราคานำเข้าก๊าซ LPG หรือก๊าซหุงต้มจากต่างประเทศ และชดเชยราคา LPG หน้าโรงกลั่นตั้งแต่ปี 2551 จนถึงปี 2555 คิดเป็นมูลค่า 1 แสนล้านบาท
ในส่วนของการนำเข้าก๊าซ LPG นั้น มีการนำเข้าตั้งแต่ปี 2551 จนถึงปี 2555 รวมทั้งสิ้น 5.2 ล้านตัน คิดเป็นเงินอุดหนุนจากรัฐบาลไม่ต่ำกว่า 8.3 หมื่นล้านบาท และรวมต้องชดเชยราคาหน้าโรงกลั่นอีก 1 หมื่นกว่าล้านบาท
ในปี 2555 คุณวีระพล คาดว่า จะนำเข้าทั้งสิ้น 1.74 ล้านตัน และคาดว่าเงินชดเชยเฉพาะปี 2555 จะตกอยู่ที่ 2 หมื่นล้านบาท
ทำไมตัวเลขอุดหนุนถึงสูงขนาดนั้น ก็เพราะว่าราคาที่ซื้อมาจากต่างประเทศตกกิโลกรัมละ 31 บาท แต่ต้องมาขายในประเทศกิโลกรัมละ 18 บาท ต้องชดเชยกิโลกรัมละ 13 บาท ตัวเลข 1 แสนล้านบาท ก็มาจากสาเหตุนี้
ลองมาดูกองทุนน้ำมันฯ กันสักนิดนะครับ ว่ามีการตั้งขึ้นมาทำไม คำตอบก็คือ เพราะต้องการลดความผันผวนของราคาน้ำมันชะลอเงินเฟ้อ ค่าครองชีพ ต้นทุนสินค้าของผู้ประกอบการไม่ให้ขึ้นเร็วจนเกินไป และให้ประชาชนผู้รับผลกระทบได้มีเวลาปรับตัว
ในช่วงที่ผ่านมาเราจะเห็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในวงการต่างๆ ออกมาโฆษณาเรื่องหนี้ก้อนโตจากการชดเชยก๊าซ LPG ในทำนองว่า “รวมพลังปลดหนี้ก๊าซ LPG” ซึ่งสมควรต้องรวมพลังอยู่หรอก เพราะหนี้ของเราคนไทยปาเข้าไปหลายหมื่นล้านบาทแล้ว
ทันทีที่ประเด็นนี้ถูกยกออกมาตั้งบนโต๊ะ จะมี 2 ฝ่ายเกิดขึ้นมาทันที แน่นอนครับนั่น คือ ฝ่ายที่เห็นด้วยกับฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย
ฝ่ายที่เห็นด้วยกับการยกเลิกการอุดหนุนราคาก๊าซ LPG เขาให้เหตุผลแบบนี้ครับ
เขาบอกว่า การอุดหนุนชดเชยในเรื่องของ LPG นั้น ในระยะสั้นเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจ แต่ในระยะยาวแล้วกลับไม่ใช่ เพราะเป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณจำนวนมาก ทั้งๆ ที่เม็ดเงินจำนวนนี้สามารถเอาไปทำโครงการอื่นๆ ที่มีประโยชน์ต่อประเทศชาติได้ แต่ประเด็นหลัก เขาบอกอย่างนี้ครับ การอุดหนุนในเรื่องของ LPG นั้นไม่ได้สร้างความเข้มแข็งและขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับภาคเอกชนเลย และตามมาด้วยไม่ได้สร้างความเข้มแข็งอะไรเลยให้กับประเทศชาติ
การชดเชยให้มีต้นทุนต่ำ การพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อลดต้นทุนจึงไม่มี แต่ถ้าเราไม่ชดเชย การดิ้นรนเอาตัวรอดเป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนมีอยู่ในสายเลือดอยู่แล้ว การดิ้นรนนี่แหละจะนำมาซึ่งการพัฒนาสิ่งต่างๆ ในทุกด้านเพื่อให้สามารถแข่งขันกับภายนอกได้ ในหลายปีที่ผ่านมาประเทศชาติเสียโอกาสไปหลายๆ ด้านจากการชดเชย LPG
การชดเชย LPG นำมาซึ่งการสูญเสียรายได้อีกมากมายมหาศาล เพราะราคา LPG ที่มีการชดเชยนั้น จะมีราคาถูกกว่าเพื่อนบ้านเกิดขบวนการลักลอบนำก๊าซ LPG ไปขายตามประเทศเพื่อนบ้านกลายเป็นรัฐต้องเสียเงินไปโดยเปล่าประโยชน์
อาจารย์มนูญ ศิริวรรณ ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานของบ้านเรา บอกว่า ขณะนี้ทุกประเทศมีนโยบายลดการอุดหนุนด้านพลังงานแทบทุกประเภท เพราะนโยบายดังกล่าวสิ้นเปลืองงบประมาณมหาศาลและเพิ่มขึ้นทุกปี เพราะเมื่อมีพลังงานราคาถูกมาให้ใช้ นโยบายประหยัดพลังงานของทุกรัฐบาลในโลกนี้ก็ล้มเหลว เพราะยิ่งถูกยิ่งไม่ประหยัดผลที่ตามมาไม่มีเรื่องดีเลย พลังงานก็ใช้เยอะรัฐก็ต้องอุดหนุนเยอะ การแข่งขันก็ไม่มีการพัฒนาก็ไม่มี นวัตกรรมใหม่ๆ ไม่ต้องพูดถึงเลยเพราะไม่มีความจำเป็น และการใช้พลังงานมากๆ มลพิษ มลภาวะต่างๆ ก็ตามมา และโลกร้อนคือคำตอบสุดท้ายจากการใช้พลังงานกันอย่างไม่ประหยัด
อาจารย์มนูญยกตัวเลขมาให้ดูกันว่าพลังงานตัวไหนที่รัฐอุดหนุนใช้เยอะแต่พลังงานตัวที่รัฐไม่อุดหนุนกลับใช้น้อย
ตัวแรกเลย LPG เฉพาะครึ่งปีแรก เพิ่มขึ้นจากปีก่อนในช่วงเวลาเดียวกัน 10% ก๊าซ NGV เพิ่มขึ้นจาก 2 แสนตันต่อเดือน มาเป็น 2.4 แสนตันต่อเดือนเพิ่มขึ้น 20% ดีเซลเพิ่มขึ้นจากวันละ 54.2 ล้านลิตร มาเป็น 57.9 ล้านลิตร เพิ่มขึ้น 7%
เบนซินเป็นพลังงานที่ไม่รับการอุดหนุน จากวันละ 20.5 ล้านลิตร ขยับเป็น 20.9 ล้านลิตร เพิ่มขึ้น 1.8%
เขาสรุปว่า ในโลกนี้ไม่มีของฟรี ถ้าคุณไม่จ่ายหรือจ่ายถูกลง ก็ต้องมีคนอื่นจ่ายแทนอยู่ดี โดยเฉพาะคนใช้น้ำมันเบนซิน เขาใช้แทนพวกคุณอยู่ลิตรละ 78 บาท
สัปดาห์หน้ามาฟังเหตุผลของคนที่ไม่เห็นด้วยกับการที่จะขึ้นราคาก๊าซ LPG แล้วคุณอาจจะบอกว่ามันเรื่องเดียวกันหรือเปล่า







