
ชีวิตที่สวนทาง...2ยอดนักซิ่งเมืองเบียร์
แน่นอนคนแรกจะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจาก “เซ็บ” เซบาสเตียน เวตเทล ยอดนักขับชาวเยอรมันของทีม “กระทิงแดง” เรดบูล
แน่นอนคนแรกจะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจาก “เซ็บ” เซบาสเตียน เวตเทล ยอดนักขับชาวเยอรมันของทีม “กระทิงแดง” เรดบูล
ที่เพิ่งคว้าแชมป์โลกศึกฟอร์มูลาวัน กรังด์ปรีซ์ สมัยที่ 3 ติดต่อกัน ส่วนคนที่ 2 คือ “ชูมี” มิชาเอล ชูมักเกอร์ ตำนานนักซิ่งเอฟวันจากชาติเดียวกัน เจ้าของสถิติแชมป์โลก 7 สมัย
เวตเทล กำลังฟอร์มจัดและมีแนวโน้มว่ายังรุ่งโรจน์อีกไกลในศึกชิงเจ้าความเร็วรถ 4 ล้อทางเรียบนี้ แม้จะจบด้วยอันดับ 6 สนามสุดท้ายของฤดูกาล “บราซิเลียน กรังด์ปรีซ์” ที่เซาเปาโล ประเทศบราซิล เมื่อวันอาทิตย์ที่ 25 พ.ย.ที่ผ่านมา แต่มีบุญเก่าตุนไว้เยอะ ส่งผลให้ซิวแชมป์โลกปีนี้ไปครองด้วยคะแนน 281 แต้ม พร้อมหักอก เฟอร์นานโด อลอนโซ (สเปน/ทีมเฟอร์รารี) ดีกรีแชมป์ 2 สมัย (ปี 2005, 2006) ที่ทำท่ามีลุ้นสมัยที่ 3 เหมือนกัน แต่ในที่สุดต้องจำใจคว้าแค่รองแชมป์เพราะมีแค่ 278 คะแนน
“มันยากที่จะหาคำพูดใดๆ มากล่าว หลังผมคว้าแชมป์สมัยที่ 3 ได้สำเร็จ ผมทำอะไรไม่ถูกจริงๆ มันเป็นการแข่งขันที่ยากเย็นแสนเข็ญมากที่สุดในชีวิตเลยทีเดียว แต่ผมและทีมเรดบูลก็สมควรแล้วที่เป็นผู้ชนะ เพราะไม่ได้ใช้วิธีสกปรกเหมือนกับบางทีม” เซ็บ วัย 25 ปี กล่าวแบบมีแขวะคู่แข่งอย่าง เฟอร์รารี ปนไปด้วย
ขณะที่ ชูมักเกอร์ นั้น เคยทำสถิติแชมป์โลก 5 สมัยรวดมาแล้วช่วงปี 2000-2004 ก่อนจะประกาศรีไทร์เมื่อปี 2006 แต่ก็ยังไม่ทิ้งวงการเอฟวัน โดยหันไปทำหน้าที่อยู่ในทีมที่ปรึกษาของเฟอร์รารี แล้วก็ทนกลิ่นสาบพวงมาลัยไม่ไหว (เลียนแบบกลิ่นสาบนวมของนักมวย) ขอรีเทิร์นลงซิ่งอีกครั้งกับทีมม้าลำพองในปี 2009 ก่อนที่จะย้ายไปอยู่กับทีมเมอร์เซเดส ด้วยการเซ็นสัญญา 3 ปี (2010-2012)
งานเลี้ยงย่อมมีเลิกรา ว่าแล้ว ชูมี วัย 43 ปี ก็ขอรีไทร์จากอาชีพนักซิ่งเอฟวันอีกหน หลังจบซีซันในศึกบราซิเลียนฯ โดยเคยประกาศมาก่อนหน้านี้แล้ว แต่เขาก็ทิ้งทวนได้ไม่เลวนัก ด้วยการเข้าเส้นชัยสนามสุดท้ายนี้ในอันดับที่ 7 ตามหลังรุ่นน้องชาวเมืองเบียร์อย่าง เวตเทล มาติดๆ
อย่างไรก็ตาม เวตเทล ได้สร้างประวัติศาสตร์เป็นแชมป์โลก 3 สมัยอายุน้อยที่สุด โดยยังมีอีก 2 คนที่ทำได้ 3 สมัยก่อนหน้านี้คือ ชูมักเกอร์ และ ฮวน มานูเอล ฟานจิโอ (อาร์เจนตินา)
แต่จะว่าไปแล้ว ก่อนที่หนุ่มเซ็บจะจบซีซันอย่างยิ่งใหญ่พร้อมกับทีมเรดบูลที่ครองแชมป์ประเภทผู้ผลิตไปด้วยนั้น ก็ต้องลุ้นกันตัวโก่งเหมือนกัน เนื่องจากรถคู่ใจของ เวตเทล เกิดอุบัติเหตุโดนชนท้ายตั้งแต่รอบแรกท่ามกลางสายฝนที่โปรยปราย จนต้องประคองรถเข้าพิตต์และร่วงลงไปรั้งบ๊วย ทว่าด้วยความสุดยอดของทีมงาน ทำให้กลับออกมาซิ่งต่อได้จนจบ
ก็คงทั้งเก่งทั้งเฮงด้วยสำหรับ เวตเทล เพราะหากเข้าเส้นชัยอันดับ 8 ก็คงต้องยกแชมป์โลกให้ อลอนโซ ไปแล้ว และทุกอย่างจะเปลี่ยนไปหมด แบบหน้ามือกับหลังเท้า (หลังมือมันน้อยไป) เลยทีเดียว
หนุ่มเซ็บมีพร้อมทั้งพรสวรรค์และพรแสวง เพราะตอนอยู่ในวัย 18 เพิ่งสอบใบขับขี่ติด 1 ใน 16 คนนักขับดาวรุ่งอะคาเดมีของเรดบูล และใช้เวลาแค่ 2 ปีเท่านั้นก็สามารถก้าวขึ้นเป็นนักขับของทีมกระทิงแดง ก่อนจะเริ่มลงแข่งศึกเอฟวันเป็นหนแรกในปี 2009 แล้วก็โชว์ฟอร์มเปรี้ยงทันที โดยคว้าตำแหน่งรองแชมป์โลกมาครอง
ก่อนหน้านี้มีข่าวลือหนาหูว่า เวตเทล อาจจะย้ายไปซิ่งให้ทีมเฟอร์รารี ซึ่งถือเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับข่าวแบบนี้กับบรรดาดาวดังทั้งหลาย เพราะมีออกมาอยู่เป็นประจำ ซึ่งในที่สุดเจ้าตัวเองถึงกับออกมาสยบข่าวดังกล่าว จะได้เลิกเมาท์กันซะที
“ผมเป็นปลื้มสุดๆ ที่จะได้ร่วมงานกับทีมเรดบูลต่อไป และพร้อมจะทุ่มเทเต็มที่ โดยไม่มีความคิดเรื่องย้ายทีมอยู่ในหัวแม้แต่น้อย ผมยังมีความสุขกับทุกๆ อย่าง รวมทั้งได้รับรู้ถึงความยิ่งใหญ่ของทีมด้วย” เวตเทล กล่าว
ทั้งนี้ เวตเทล ยังมีสัญญากับทีมกระทิงแดงจนจบซีซัน 2014 ซึ่งแว่วมาว่าทางเรดบูลก็เตรียมขยายสัญญาออกไปจนถึงปี 2016 โน่นเลย
ณ ตอนนี้บรรดาเกจิวงการเอฟวันต่างเชื่อว่า โอกาสที่ เซ็บ จะทุบสถิติแชมป์โลก 7 สมัยของ ชูมี นั้น มีความเป็นไปได้สูงมาก เผลอๆ อาจจะสวมเสื้อกระทิงแดงทำลายสถิติแชมป์ 5 สมัยติดของ ชูมักเกอร์ ในอีก 2 ปีข้างหน้านี้เลยก็เป็นได้ เพราะทุกอย่างค่อนข้างเป็นใจ ทั้งตัวนักขับอย่าง เวตเทล เอง รวมไปถึงความพร้อมของทีมงานต้นสังกัด แถมยังมีเวิร์กของนักแข่งร่วมทีมอีกด้วย
ด้านทีมม้าลำพองที่เป็นคู่แข่งสำคัญของทีมกระทิงแดงนั้น ก่อนหน้านี้มีข่าวว่ากำลังอยู่ในช่วงตัดสินใจว่าจะอุทธรณ์กรณีที่ เวตเทล ทำผิดกฎที่สนามสุดท้าย โดยแซงรถของ ฌอง อีริก แวร์กเน (ฝรั่งเศส/ทีมโตโร รอสโซ) ขณะมีธงเหลืองหรือไม่ ซึ่งหากอุทธรณ์สำเร็จ เวตเทล จะถูกปรับเวลา 20 วินาที ทำให้หล่นจากอันดับ 6 ลงไปอยู่ที่ 8 และ อลอนโซ จะฉกแชมป์โลกไปแทนทันที
แต่คิดว่าอะไรก็คงจะฉุด เวตเทล ไม่อยู่แล้วล่ะ เพราะล่าสุดมีรายงานจากสหพันธ์ยานยนต์นานาชาติ (เอฟไอเอ) ว่าหนุ่มเซ็บไม่ได้ทำผิดกฎ
นี่แหละชีวิตที่สวนทางกัน ด้าน เวตเทล นั้น ยังรุ่งได้อีก (เยอะด้วย) ส่วน ชูมักเกอร์ พอได้แล้ว (คงอำลาเด็ดขาดซะที)







