posttoday
ขี่เสือไปเลี้ยงช้าง

ขี่เสือไปเลี้ยงช้าง

01 ธันวาคม 2555

โดย...ฤดูกาล

โดย...ฤดูกาล

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานกาญจนบุรี ขอเชิญร่วมกิจกรรมเที่ยวประหยัดพลังงานขี่จักรยานชมเมืองกาญจน์ ครั้งที่ 5 ตอน “ขี่เสือไปเลี้ยงช้าง” ในวันอาทิตย์ที่ 9 ธ.ค. 2555 ตั้งแต่เวลา 07.00-12.00 น. ร่วมเดินทางท่องเที่ยวด้วยจักรยานคู่ใจ พร้อมนำอาหารไปเลี้ยงช้าง ณ บ้าน ช.ช้างชรา และมอบเงินบริจาคสมทบทุนแก่มูลนิธิบ้าน ช.ช้างชรา โดยเส้นทางการปั่น จะแบ่งเป็น 3 เส้นทางให้เลือกตามความสนใจ ตั้งแต่ระยะทาง 10 กิโลเมตร 65 กิโลเมตร และ 100 กิโลเมตร

ผู้สนใจสมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย โดยจะได้รับเสื้อจักรยานที่ระลึกฟรีท่านละ 1 ตัว

ขี่เสือไปเลี้ยงช้าง

 

ร่วมเที่ยวชมแหล่งท่องเที่ยวทรงคุณค่าระดับนานาชาติ พร้อมรับประทานอาหารอร่อยของเมืองกาญจน์ ฟรีตลอดรายการ

ติดตามรายละเอียดและดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่ www.เที่ยวภาคกลาง.com หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ ททท.สำนักงานกาญจนบุรี โทร. 03-451-1200 และ 03-451-2500 ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ ระหว่างเวลา 08.30-16.30 น.

เดินเท้าท่องเที่ยวตามรอยบ้านเดิมสมเด็จย่า

อุทยานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ได้จัดโครงการ “เดินเท้าท่องเที่ยวตามรอยบ้านเดิมสมเด็จย่า” ปีที่ 11 เพื่อเป็นการเผยแพร่ถึงความรุ่งเรืองในอดีต ที่ยังคงให้ประชาชนทั่วไปได้ทราบถึงรูปแบบของสถาปัตยกรรมในชุมชนใกล้เคียง และในปีนี้ใช้ชื่อตอน “ตามรอยชุมชนเก่าเมื่อ 100 ปีก่อน”

โดยจะเริ่มเดิน ณ อุทยานเฉลิมพระเกียรติฯ เดินเท้าไป บ้านคหบดีเก่า ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมของตึกสไตล์ยุโรปกระจกสี สมัยรัชกาลที่ 3 โรงเกลือแหลมทอง ชมการขนส่งเกลือที่นำมาจาก จ.สมุทรสงคราม โกดังเซ่งกี่ ที่ก่อตั้งมาในช่วงสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งในปัจจุบันยังคงใช้เก็บสินค้าประเภทหนังสัตว์ ชัน เครื่องเทศ และ มัสยิดเซฟี (ตึกขาว) ของศาสนาอิสลามนิกายชีอะห์ เพื่อรับทราบที่มาของการจัดสร้างมัสยิด

โครงการนี้จัดขึ้นในวันจันทร์ที่ 10 ธ.ค. 2555 (วันรัฐธรรมนูญ) ตั้งแต่เวลา 08.30-15.00 น. เปิดรับสมัครตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 6 ธ.ค. 2555 สอบถามรายละเอียดได้ที่ 02-437-7799, 02-439-0902 เว็บไซต์ www.theprincessmothermemorialpark.org หรือติดตามข่าวสารกิจกรรมได้ที่ Facebook/Page/อุทยานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

กรมการท่องเที่ยวเตรียมพัฒนาถนนท่องเที่ยวเชียงรายอุบลฯ

กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สร้างสรรค์ 2 โครงการใหญ่ โครงการสีสันสดใสเมืองไทยน่าเที่ยว (แต่งสีประเทศไทย) และโครงการพัฒนาถนนสายท่องเที่ยว เพื่อสนับสนุนปีมหัศจรรย์เมืองไทย มีพื้นที่นำร่องดำเนินการใน 25 จังหวัด

ตัวอย่างโครงการพัฒนาถนนสายท่องเที่ยวในภาคเหนือ หนึ่งในพื้นที่เป้าหมาย คือ บริเวณถนนคนเดินเชียงรายไนท์บาซาร์ แหล่งท่องเที่ยวยามค่ำคืน โดยวางแนวทางพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว เพิ่มความประทับใจตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้าสู่ถนนคนเดินด้วยความสดชื่น เขียวขจีของสวนแนวตั้งที่ซุ้มประตูทางเข้าและทางออก ตกแต่งบรรยากาศถนนทั้งสายด้วยโคมไฟแบบล้านนา ทำป้ายประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของจังหวัด โดยออกแบบเป็นศิลปะแบบล้านนา มีรูปแบบสอดคล้องกับซุ้มประตูไนท์บาซาร์

ขี่เสือไปเลี้ยงช้าง

 

ผลการดำเนินการทำให้ถนนคนเดินยิ่งมีเอกลักษณ์ แสดงออกถึงวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ สร้างความประทับใจ กระตุ้นการท่องเที่ยวให้คึกคัก ซึ่งนอกจากที่ จ.เชียงราย แล้ว ในพื้นที่ภาคเหนือยังดำเนินโครงการที่ จ.เชียงใหม่ ด้วย

ส่วนในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หนึ่งในพื้นที่ดำเนินการอยู่ที่ จ.อุบลราชธานี บริเวณสะพานเสรีประชาธิปไตย ที่เชื่อมระหว่าง อ.วารินชำราบ และ อ.เมือง โดยแผนพัฒนาในโครงการจะดึงจุดเด่นเรื่องเทียนพรรษา มาออกแบบเป็นประติมากรรมเทียนที่มีความโดดเด่นติดตั้งบริเวณสะพาน ซึ่งเป็นจุดชมทัศนียภาพที่สวยงามของแม่น้ำมูล

ผลการดำเนินโครงการทำให้สะพานนี้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีสีสัน มีความน่าสนใจ เป็นเสน่ห์เฉพาะตัวที่สามารถประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์และกิจกรรมของจังหวัดสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี ซึ่งนอกจากที่อุบลราชธานีแล้ว ยังมีพื้นที่ดำเนินการที่ จ.นครราชสีมา และอุดรธานีด้วย

 

กาญจนบุรีพลิกโฉมงานสัปดาห์สะพานข้ามแม่น้ำแคว

ปี 2555 งานสัปดาห์สะพานข้ามแม่น้ำแควจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7-16 ธ.ค. โดยจะเป็นครั้งแรกที่มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดงานให้มีคุณภาพยิ่งขึ้น

ชัยวัฒน์ ลิมป์วรรณธะ ผวจ.กาญจนบุรี กล่าวว่า “ในส่วนของการแสดงแสงเสียงจะปรับรูปแบบให้มีความทันสมัย เป็น Action Show ที่ตระการตาและดึงดูดความสนใจ เช่น ฉากรบ เต็มไปด้วยระเบิดเอฟเฟกต์เสมือนจริง ฉากเครื่องบิน บินผาดโผนทิ้งระเบิดตื่นตาตื่นใจ รถไฟแล่นผ่านพลุไฟในฉากเปิดสะพานอันอลังการตระการตา ทีมสตันต์โรยตัวเหนือสะพานและการขับเรือไล่ยิงกันในแม่น้ำ และฉากไฮไลต์ที่เป็นการระเบิดสะพานในขณะที่มีรถไฟค้างอยู่ เพื่อให้ผู้ชมได้รำลึกถึงและเรียนรู้ประวัติศาสตร์ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งกาญจนบุรีเป็นหนึ่งในพื้นที่สงครามที่มีเชลยศึกชาวต่างชาติเสียชีวิตนับหมื่นคน โดยมุ่งเน้นให้ตระหนักถึงพิษภัยของสงครามและความสำคัญของสันติภาพ ซึ่งปัจจุบันมีการยกย่องให้สะพานข้ามแม่น้ำแควเป็นสัญลักษณ์แห่งสันติภาพด้วย”

ทั้งนี้ ได้เตรียมอัฒจันทร์ที่รองรับได้ถึง 3,000 ที่นั่ง ให้ตื่นเต้นกับการแสดงอย่างใกล้ชิดตลอดระยะเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง โดยจัดการแสดงในวันธรรมดา 1 รอบ เวลา 18.45 น. ส่วนวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ จัดแสดง 2 รอบ เวลา 18.45 น. และ 21.00 น. บัตรราคา 300 และ 500 บาท มีจำหน่ายที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ โทร. 02-262-3456 และ www.thaiticketmajor.com หรือสำนักงานกาญจนบุรี โทร. 03-451-5208, 03-451-2299 และ 089-203-4093

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก