
ออริเฟลม แต่งแต้มให้โลกสวย
โดย...อณุศรา ทองอุไร / ภาพ ออริเฟลม
โดย...อณุศรา ทองอุไร / ภาพ ออริเฟลม
“เรามีโลกเพียงแค่ใบเดียวให้อาศัยอยู่ร่วมกัน ฉะนั้นเราจะต้องทะนุถนอมโลกใบนี้ไว้ให้สวยงามที่สุดเท่าที่จะทำได้ ในฐานะประชากรคนหนึ่งที่อาศัยอยู่บนโลกใบนี้ ชาวออริเฟลมทุกคนต้องมีความรับผิดชอบต่อผู้คนและชุมชนใกล้ชิด ทั้งร่วมเป็นพลังช่วยสร้างให้โลกใบนี้งดงามและน่าอยู่สืบไป”
แนวคิดที่ โจฮัน วิคลันด์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทขายตรงผลิตภัณฑ์ความงามธรรมชาติคุณภาพระดับโลกจากประเทศสวีเดน ออริเฟลม คอสเมติกส์ (ประเทศไทย) จดจำและพยายามปลูกฝังให้พนักงานของเขาได้ระลึกไว้เสมอในการทำงาน ไม่ว่าอยู่ที่ไหนของโลก
ด้วยความมุ่งมั่นและทุ่มเทเป็นเวลากว่า 45 ปี ในการผลิตและคิดค้นผลิตภัณฑ์ความงามจากธรรมชาติที่มีความหลากหลายในกลุ่มผลิตภัณฑ์ และเป็นอีกหนึ่งธุรกิจขายตรงชั้นดีที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล โดยมีเครือข่ายมากกว่า 60 ประเทศทั่วโลก เขากล่าวว่า ผลิตภัณฑ์คุณภาพและโอกาสทางธุรกิจของออริเฟลม เป็นการส่งมอบคุณค่าให้แก่สังคม อันเป็นผลสืบเนื่องจากความตั้งใจอันแน่วแน่ของบริษัท ในการพัฒนาให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืนและมีความรับผิดชอบ ควบคู่ไปกับการสร้างประโยชน์เชิงบวกให้กับสังคมผ่านกิจกรรมต่างๆ ที่เราทำ เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
เขากล่าวต่อว่า ที่ออริเฟลมมีมุมมองการทำธุรกิจอย่างยั่งยืนใน 3 มิติ ได้แก่ โลก เพื่อนมนุษย์ และชุมชน สำหรับโลกนั้นมีการดำเนินการเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง แค็ตตาล็อกที่มีความสวยงาม แตกต่าง และเป็นจุดแข็งของออริเฟลม ได้รับความร่วมมือจาก Rainforest Alliance องค์กรด้านการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ ปกป้องสัตว์ป่าและระบบนิเวศวิทยา และความยั่งยืนของท้องถิ่น ในการพิมพ์ทุกเล่ม ทุกหน้า โดยใช้กระดาษที่ได้มาจากป่าไม้ที่มีการบริหารจัดการพื้นที่เพาะปลูกอย่างเป็นสัดส่วน
ทั้งยังมีแค็ตตาล็อกในรูปแบบออนไลน์ รวมถึงแอพพลิเคชัน ออริเฟลม แค็ตตาล็อก สำหรับไอแพด ที่เป็นการนำเทคโนโลยีมาใช้ให้สอดคล้องกับยุคสมัย และตอบรับแนวคิดรักษ์ธรรมชาติของบริษัท ช่วยลดปริมาณการใช้กระดาษให้น้อยลงนั่นเอง ผ่านกระบวนการสั่งเพื่อประหยัดพลังงานและทรัพยากร ในอนาคตเรามีความมุ่งมั่นให้สื่อสิ่งพิมพ์รวมทั้งกระดาษที่ใช้ในสำนักงานทั้งหมด 100% มาจากการรีไซเคิล หรือแหล่งที่ได้รับการรับรองจากสถาบันด้านสิ่งแวดล้อมมาตรฐานสากล ที่ไม่มีการตัดไม้ทำลายป่า โดยวางเป้าไว้ภายในปี 2563
ในส่วนของผลิตภัณฑ์ ออริเฟลมถือเป็นเจ้าแรกในตลาดเครื่องสำอาง ที่สนับสนุนการผลิตน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืน โดยการซื้อเครดิต Green Palm คิดเป็น 100% ของการนำมาใช้ ซึ่งได้รับการยกย่องจากองค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล หรือ World Wildlife Fund for Nature (WWF)
ส่วนเพื่อนมนุษย์นั้น ออริเฟลมโฟกัสกับบุคคลที่มีความเกี่ยวพันอย่างใกล้ชิดก่อน ได้แก่ ที่ปรึกษา พนักงาน และซัพพลายเออร์ โดยในส่วนของที่ปรึกษาที่เขาได้พูดไปแล้ว คือ ส่งมอบโอกาสทางธุรกิจและผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ซึ่งเป็นการสร้างคุณค่าให้สังคมควบคู่กันไป ในส่วนของพนักงาน เราปลูกฝังให้พวกเขามีจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อมโดยเริ่มจากใกล้ตัว คือ ภายในออฟฟิศ ให้พวกเขาเห็นคุณค่าของธรรมชาติ ปลูกฝังให้เขาทำงานพร้อมไปกับการตอบแทนสิ่งดีๆ คืนสู่สังคม
ออริเฟลมมีโครงการ Green Office ที่ให้แต่ละสาขาทั่วโลกร่วมแบ่งปันเรื่องราวความสำเร็จในการจัดการทรัพยากรภายในออฟฟิศ รวมถึงการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมอื่นๆ ด้วย อย่างเช่นการออกแบบโครงสร้างสำนักงานในกรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยตัวหลังคามีความโปร่งรับแสงจากภายนอก ใช้แสงธรรมชาติ ทำให้ลดปริมาณการใช้ไฟฟ้าลงได้มาก ช่วยประหยัดพลังงาน รวมทั้งมีการจัดพื้นที่สีเขียวภายในออฟฟิศ เพื่อเพิ่มความสดชื่นและสร้างบรรยากาศในการทำงาน
สำหรับสำนักงานที่ประเทศไทยนั้น นอกจากการรณรงค์ให้พนักงานของเราประหยัดพลังงานไฟฟ้า น้ำ และการใช้กระดาษภายในออฟฟิศแล้ว เรายังได้จัดกิจกรรมที่ปลูกฝังให้พนักงานของเรามีความรับผิดชอบต่อสังคม ด้วยการร่วมกันปลูกป่าชายเลนกว่า 200 ต้น ณ บริเวณสถานตากอากาศบางปู จ.สมุทรปราการ เป็นการฟื้นฟูและช่วยรักษาสมดุลของระบบนิเวศ ส่วนคู่ค้าหรือซัพพลายเออร์อื่นๆ เราให้ความสำคัญมากกว่าแค่เรื่องของราคา โดยกำหนดในจรรยาบรรณสำหรับคู่ค้าของออริเฟลม ว่าพวกเขาจะต้องดำเนินธุรกิจโดยไม่ทำร้ายสังคม และใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมเช่นเดียวกับนโยบายของเรา โจฮัน กล่าว
ในเรื่องของชุมชน เพราะทางบริษัทเชื่อเรื่องการอาศัยอยู่ในสังคมอย่างเกื้อกูลซึ่งกันและกัน ออริเฟลมจึงแบ่งปันกำไรส่วนหนึ่งของเราเพื่อช่วยเหลือสังคม โดยเฉพาะกับเด็กๆ ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการดูแลและพัฒนาสิ่งแวดล้อมบนโลกของเราในอนาคต ออริเฟลมได้สนับสนุนกิจกรรมเพื่อการกุศลมากมายทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นการร่วมก่อตั้งสมาคม World Childhood Foundation และมูลนิธิออริเฟลมในกว่า 40 ประเทศ รวมทั้งยังเป็นผู้อุปการะเลี้ยงดูเด็กๆ ถึง 45 คน ในความดูแลของมูลนิธิสงเคราะห์เด็กยากจน ซี.ซี.เอฟ.ฯ ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อย่างต่อเนื่องอีกด้วย และเพิ่มขึ้นทุกปีจนขณะนี้มี 50 คน ทั้งยังตั้งงบประมาณเพื่อการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อมไว้ปีละ 12% ของงบการตลาด
นอกจากนี้ เพื่อเป็นบทพิสูจน์ความตั้งใจของออริเฟลม จึงได้ผสานแนวคิดความยั่งยืนเข้ากับผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง เปิดตัวผลิตภัณฑ์กลุ่มใหม่ “อีโคบิวตี้ (Ecobeauty)” ด้วยแนวคิดอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม “ความงามสำหรับคุณ เพื่อโลกที่สวยงาม” เป็นเครื่องสำอางที่ได้รับเครื่องหมายรับรองจากองค์กรอิสระด้านสิ่งแวดล้อมระดับสากลถึง 4 แห่ง คือ Ecocert Fairtrade Vegan Society และ FSC จากยุโรป ถือเป็นรายแรกในอุตสาหกรรมความงาม โจฮัน กล่าวต่อไปว่า ผลพวงจากความตั้งใจและพิถีพิถันในกระบวนการผลิต ตั้งแต่ส่วนผสมที่สกัดจากธรรมชาติ 95% ออร์แกนิก ไม่มีส่วนผสมจากสัตว์และไม่มีการทดลองในสัตว์ ตลอดจนบรรจุภัณฑ์ที่สามารถนำไปรีไซเคิลได้ทั้งหมด การซื้อวัตถุดิบจากแหล่งด้อยพัฒนาในประเทศอินเดียและแอฟริกา ในราคาที่เป็นธรรมแก่กลุ่มชาวสวนผู้เพาะปลูก โดยได้รับการรับรองจากแฟร์เทรด ก็เป็นอีกหนึ่งหนทางที่ออริเฟลมช่วยให้คนเหล่านั้นสามารถพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น และมีอนาคตที่สดใสขึ้นด้วย
อีโคบิวตี้ จึงเป็นเสมือนสัญลักษณ์แห่งความภาคภูมิใจ ที่แสดงถึงการคิดและปฏิบัติอย่างผู้นำของออริเฟลม ในความห่วงใยต่อโลก เพื่อนมนุษย์ และชุมชนโดยแท้จริง รวมทั้งหน้าเฟซบุ๊กของออริเฟลมยังมีกิจกรรมร่วมคลิกของผลิตภัณฑ์อีโคบิวตี้ โดยทุกๆ 100 คลิก จะเป็นการบริจาคเงินเพื่อการปลูกต้นไม้ให้กับชาวสวนมะพร้าว 1 ต้นที่ประเทศอินเดียอีกด้วย







