
พระบรมสารีริกธาตุที่แท้จริงในความหมายแห่งธรรม (ตอน ๒)
ไม่โอ้อวดไปพิสูจน์ด้วยสติปัญญาพื้นๆ แต่ก็จะแนะนำให้ความรู้ความควรแก่ผู้มีศรัทธาว่า
ไม่โอ้อวดไปพิสูจน์ด้วยสติปัญญาพื้นๆ แต่ก็จะแนะนำให้ความรู้ความควรแก่ผู้มีศรัทธาว่า
พระบรมสารีริกธาตุมีความเป็นมาอย่างไร มีลักษณะอย่างไร และควรบูชาอย่างไรที่ถูกควร... โดยเฉพาะการตรวจสอบตามพุทธบัญญัติถึงลักษณะที่ถูกต้อง เข้าอยู่ในข่ายอันน่าเชื่อได้ว่าเป็นพระบรมสารีริกธาตุจริง ซึ่งต้องมีรูปพรรณสัณฐานเป็นอย่างนี้!? ได้แก่ จะต้องมีสัณฐานต่างกันเป็น ๓ ขนาด คือ
๑.ขนาดโต มีประมาณเท่าเมล็ดถั่วแตก
๒.ขนาดกลาง มีประมาณเท่า เมล็ดข้าวสารหัก
๓.ขนาดเล็ก มีประมาณเท่า เมล็ดพันธุ์ผักกาด
ซึ่งสาเหตุที่แตกกระจายเป็นขนาดต่างๆ นั้น อ้างว่าเป็นไปตามพุทธประสงค์ ด้วยอานุภาพ พระพุทธอธิษฐาน จึงยังให้ พวยเพลิง ที่เกิดจาก เตโชธาตุ บันดาลติดพระจิตรกาธาร อันสำเร็จด้วยอานุภาพแห่งเทวดาผู้มีฤทธิ์ ที่ลุกพวยพุ่งโชตนาพระพุทธสรีระศพที่พันห่อหุ้มด้วยผ้าคู่ ๕๐๐ ชิ้นในหีบทอง และจิตรกาธารได้ลุกไหม้ด้วยเพลิงที่แผดเผา แต่ยังมีสิ่งที่ซึ่งเพลิงมิได้เผาให้ย่อยยับไปด้วยกำลังอานุภาพแห่ง พระพุทธอธิษฐาน ได้แก่
๑.ผ้าหุ้มพระพุทธสรีระชั้นใน ๑ ผืน
๒.ผ้าหุ้มภายนอก เป็นผ้าห่อหุ้มพระพุทธสรีระ ๑ ผืน
๓.พระเขี้ยวแก้วทั้ง ๔
๔.พระรากขวัญทั้ง ๒
๕.พระอุณหิส ๑
จากรายการ ๒, ๔, ๕ จะรวมพระบรมธาตุ ๗ องค์ ได้แก่ พระเขี้ยวแก้ว ๔, พระรากขวัญ ๒, พระอุณหิส ๑ ยังคงมีพระรูปปกติ มิได้แตกกระจัดกระจาย พระบรมสารีริกธาตุทั้งหลายนอกจากนั้นแตกฉานกระจัดกระจายทั้งสิ้น มีสัณฐานต่างกันไป แบ่งได้เป็น ๓ ขนาดตามที่กล่าวมา ซึ่งเมื่อตักตวงด้วยทะนานทอง ก็จะได้พระบรมสารีริกธาตุถึง ๑๖ ทะนาน
โดยปกติแห่งพระบรมสารีริกธาตุของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในกาลก่อนๆ นั้น ด้วยทรงมีพระชนมายุยืนยาว พระบรมสารีริกธาตุจึงไม่แตกทำลาย คงรวมรูปอยู่เป็นแท่ง แต่ในสมัยสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเรานั้น พระองค์ทรงดำริว่า “ตถาคตมีพระชนมายุน้อย ประกาศพระศาสนาอยู่ไม่นานก็จะปรินิพพาน พระศาสนายังมิได้แผ่ไพศาลไปนานาประเทศ เหตุดังนั้นจึงทรงอธิษฐานว่า เมื่อตถาคตปรินิพพาน เสร็จการถวายพระเพลิงแล้ว พระธาตุทั้งหลายจงแตกกระจายออกเป็น ๓ สัณฐาน มหาชนจะได้เชิญไปนมัสการ ทำสักการบูชาในนานาประเทศที่อยู่ของตน เพื่อเป็นทางเข้าถึงกุศลอันอำนวยผลให้บังเกิดในสุคติภพต่อไป”
ดังนั้น เมื่อเสร็จการถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระศพ ณ มกุฎพันธนเจดีย์ เมืองกุสินารา หลังจาก ท่ออุทกธาราแห่งน้ำทิพย์ ตกลงจากอากาศมาดับเพลิงให้อันตรธานไปแล้ว เมื่อมัลลกษัตริย์ได้มาจัดเก็บพระบรมสารีริกธาตุ
อ่านต่อฉบับพรุ่งนี้







