
แซมบ้าคว่ำกระทิง3-2ซิวแชมป์ฟุตซอลโลก
บราซิลต่อเวลาเฉือนสเปนสุดตื่นเต้น 3-2 คว้าแชมป์ฟุตซอลโลกสมัยที่ 5
บราซิลต่อเวลาเฉือนสเปนสุดตื่นเต้น 3-2 คว้าแชมป์ฟุตซอลโลกสมัยที่ 5
ศึกฟุตซอลชิงแชมป์โลก 2012 รอบชิงชนะเลิศ ที่อินดอร์ สเตเดี้ยม หัวหมาก “แชมป์เก่า” บราซิล ลงสนามพบกับ “กระทิงดุ” สเปน โดยเป็นการโคจรมาเจอกันในรอบชิงอีกครั้งของคู่นี้ หลังจาก 4 ปีที่แล้ว บราซิลคว้าแชมป์โลกด้วยการชนะจุดโทษสเปน 4-3 หลังจากเสมอกัน 2-2 ในช่วงต่อเวลา
เกมในครึ่งแรกทั้งสองทีมเดินเกมอย่างระมัดระวัง โดย สเปนครองบอลเปิดเกมบุกและมีโอกาสลุ้นประตูมากกว่า ในขณะที่บราซิลคอยหาจังหวะสวนกลับเป็นระยะ แต่ยังไม่มีฝ่ายใดทำประตูได้ เสมอกันอยู่ 0-0 ในช่วง 20 นาทีแรก
เริ่มครึ่งหลัง บราซิลเริ่มส่ง ฟัลเกา ลงมาทำเกมและเป็นแข้งแซมบ้าที่ได้ประตูออกนำก่อนในนาทีที่ 25 จากเนโต้
หลังจากนั้น สเปน โหมบุกหวังยิงประตูคืนและสามารถยิง 2 ประตูรวดพลิกแซงนำ 2-1 จากตอร์ราส และ ไอคาร์โด ในนาทีที่ 30 และ 31 ตามลำดับ
อย่างไรก็ตาม บราซิลไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ตามตีเสมอได้จากลูกยิงของ ฟัลเกา ในนาทีที่ 36 ทำให้หมดเวลาเสมอกัน 2-2 ต้องต่อเวลาพิเศษออกไป 10 นาที
ช่วงต่อเวลาทั้ง 2 ทีมไม่ผลีผลามใส่กันมากนัก และเกมทำท่าว่าจะต้องตัดสินหาแชมป์ด้วยการยิงลูกจุดโทษ แต่เมื่อเวลาเหลืออยู่ประมาณ 20 วินาทีสุดท้าย เนโต้รับบทฮีโร่ของบราซิล เมื่อพาบอลขึ้นไปริมเส้นฝั่งซ้ายก่อนยกบอลหนีผู้เล่นสเปนแล้วซัดเต็มข้อส่งบอลพุ่งตุงตาข่ายอย่างสวยงามและเป็นประตูชัยให้บราซิลเฉือนชนะ 3-2 คว้าแชมป์ฟุตซอลโลกไปครองได้เป็นสมัยที่ 5 ต่อจากปี 1989, 1992, 1996 และ 2008
ขณะที่นัดชิงอันดับ 3 อิตาลี ต้อน โคลอมเบีย 3-0 จากการยิงของแซร์จิโอ โรมาโน่ นาที 28 และโรดอลโฟ่ ฟอร์ติโน่ นาทีที่ 33 กับ 40
สำหรับศึกฟุตซอลชิงแชมป์โลกครั้งต่อไปในปี 2016 มี 6 ประเทศที่เสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ได้แก่ ฝรั่งเศส อิหร่าน โคลอมเบีย สาธารณรัฐเช็ก เปอร์โตริโก และ สเปน โดยจะมีการตัดสินในเดือนพ.ค.ปีหน้า







