
ผู้ชายหลายหมวก
สมัยนี้ไม่ใช่ว่าที่คนเราทำอะไรหลายๆ อย่างเพราะอยากมีเงินเยอะๆ นะ แต่หลายคนเขาเชื่อมโยงหน้าที่การงาน
โดย...ณัฐพล ช่วงประยูร / ภาพ (อู๋ณัฏฐ์ ถ่ายโดย วิศิษฐ์ แถมเงิน / ปืน )
สมัยนี้ไม่ใช่ว่าที่คนเราทำอะไรหลายๆ อย่างเพราะอยากมีเงินเยอะๆ นะ แต่หลายคนเขาเชื่อมโยงหน้าที่การงาน เปิดเผยศักยภาพโดดเด่นเพื่อความก้าวหน้าทั้งหน่วยงานและสังคม ที่สำคัญหลงรักในสิ่งที่เขาเป็นและทำอยู่ หลายคนจึงถูกเรียกได้ว่าเป็น คนหลายหมวก
วิชรวิชญ์ อัครสันติสุข ‘นักออกแบบผู้เชื่อมแฟชั่นกับชีวิต’
อดีตคือคนในวงการแฟชั่น สไตลิสต์ และคอสตูม ก้าวสู่การเป็นทีมดีไซเนอร์แบรนด์เกรย์ฮาวนด์ และหลังจากไปเรียนต่ออย่างจริงจัง ตรงสาย ก้าวออกมาทำงานแบรนด์ของตัวเอง และผ่านเวทีรางวัลระดับยุโรปและเอเชียมาหมดแล้ว หนำซ้ำปัจจุบันเขาไปเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนจากจุดเล็กๆ ในองค์กรราชการ ตลอดจนเป็นอาจารย์สอนหนังสือด้วย หมวกหลายใบเหลือเกิน
“เมนหลัก คือ ดีไซเนอร์ แล้วก็มีดีไซน์โปรโมเตอร์ ก็เป็นอีกหมวกหนึ่งที่กินเวลาแต่ละวันของเราหมดหลัง 6 โมงเย็นถึงเที่ยงคืน ก็ทำงานกับน้องอีก 2 คน ฟีลมันไม่หนีกัน ถือว่าการทำงานในส่วนกระทรวงวัฒนธรรมนั้น เราได้นำคนแฟชั่น โลกแฟชั่น และงานของรัฐ เชื่อมประสานกัน
นอกจากนั้นผมก็เป็นอาจารย์และเทรนเนอร์ให้กับโครงการพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน และอาจารย์พิเศษสอนที่ศิลปากรมา 2 ปีแล้ว จริงๆ อยากมุ่งไปที่โปรเจกต์พัฒนาการทอผ้าผืน การทอผ้า เอาเทรนด์เข้าไปจับ เรื่องย้อมธรรมชาติ ของมันมีอยู่แล้ว แต่ไม่มีคนทำ หมายถึงว่ามีความรู้ แต่ไม่มีใครขับเคลื่อน เราเอาดีไซเนอร์ผ้า ดีไซเนอร์แฟชั่น ลงไปในกลุ่มผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น ที่ทำอยู่เราจะเน้น มันคืองานแฟชั่น เน้นคน ทรัพยากรสำคัญ ถ้าคนมันเวิร์ก ไปทำได้อีกหลายอย่าง เราจะสร้างนักออกแบบรุ่นใหม่และสร้างโอกาส
เมื่อก่อนนี้ค่อนข้างเป็นสเตอริโอไทป์ นักออกแบบ ฉันอยากทำโน่นทำนี่ ไม่มีลิมิต เดทไลน์ แต่พอไปทำงานบริษัทเอกชน และทีมงานที่ค่อนข้างมีระบบระเบียบ เลยได้จากตรงนั้นเป็นพื้นฐานมาเยอะ พอไปทำงานกับราชการ เรารู้สึกว่าเราได้ประโยชน์จากที่ทำเอกชนมาก่อน แล้วมาทำตรงนี้ ประเด็นสำคัญคือหัวเรือใหญ่เขาเปิดใจเปิดโอกาสให้มาก โชคดีได้เจ้านายดี เปิดใจรับฟัง พบกันได้เกินครึ่งทาง”
ถัดจากนี้ไป อู๋ จะมี คอลเลกชันใหม่ของเขา 14 ลุค รวมถึงโปรเจกต์รับสมัครนักออกแบบใหม่สำหรับโครงการของกระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งน่าตื่นเต้นเป็นประจำทุกปี
ปืนสธน ตันตราภรณ์ ‘ภาพลักษณ์และสไตล์ที่ถูกทาง’
สธน เริ่มต้นในหน้าฉากสังคมตั้งแต่สมัยเรียนที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เขารักและหลงใหลในละครเวที ผ่านโลกเบื้องหน้า กระทั่งมีโอกาสไปร่วมงานเบื้องหลังที่ซิเนริโอ และมีงานแปลหนังสือเล่มไปพลาง จากนั้นไปเรียนต่อเกี่ยวกับการดูแลภาพลักษณ์ กลับมาเป็นเจ้าของดรีม กีฟเวอร์ กิจการที่ปรึกษาของตัวเอง ไม่นานจากนั้นยังรั้งตำแหน่งแฟชั่นไดเรกเตอร์ นิตยสารแฟชั่นชื่อดังเล่มล่าสุดด้วย
“หลักๆ ตอนนี้ทำหน้าที่ ‘ผู้อำนวยการฝ่ายแฟชั่น’ ที่นิตยสาร ลอฟฟีเซียล (L’Officiel) ฉบับภาษาไทย ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีกับผู้อ่าน เพราะเวอร์ชันต้นแบบของปารีสนั้นได้ชื่อว่าเป็นนิตยสารแฟชั่นอันดับต้นๆ ของโลกนะครับ ส่วนอีกงานหนึ่งคือการให้คำปรึกษาด้านภาพลักษณ์ ลูกค้าหลายรูปแบบนะครับ ทั้งนักการเงิน นักธุรกิจ นักขาย บัณฑิตจบใหม่ แบรนด์ลักชัวรี เรื่อยไปจนถึงใครก็ตามที่สนใจปรับภาพลักษณ์ของตนเอง อีกงานย่อยคือ ภายในต้นปีหน้าจะมีหนังสือพ็อกเกตบุ๊กออกวางจำหน่าย ซึ่งเป็นโปรเจกต์ที่มีบุคคลที่มีชื่อเสียงหลายสิบคนร่วมงานด้วย
ในบทบาทของที่ปรึกษาด้านภาพลักษณ์ ถ้าเป็นลูกค้าเดี่ยวๆ หรือกลุ่มเล็กๆ มักจะใช้เวลาช่วงสุดสัปดาห์ครับ แต่ก็มีบ้างที่ต้องใช้เวลาในวันทำงานปกติ หากไปเป็นวิทยากรรับเชิญให้กับองค์กรหรือบริษัทต่างๆ แต่โดยปกติแล้ว วันทำงานปกติจะยกให้กับการทำงานนิตยสารนะครับ เพราะงานลักษณะนี้ต้องอาศัยทีมเวิร์กค่อนข้างสูง และเป็นงานที่ละเอียดพอตัวทีเดียว
คนที่จะทำอะไรหลายๆ อย่างไปพร้อมกันนั้น สำคัญที่สุดคือต้องรักในสิ่งที่ทำอยู่ เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่าคุณใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับมัน บางครั้งมากกว่าเวลาพักผ่อนเสียด้วยซ้ำ ดังนั้นถ้าคุณไม่รักมันจริง คุณจะอยู่กับมันไม่ได้นานนะ คุณจะล้า แล้วงานต่างๆ ก็จะเริ่มตกหายไปทีละบทบาท อย่างที่สองคือการบริหารจัดการเวลา ซึ่งเราไม่ได้บอกว่าคุณต้องเล่นตามกฎของคนอื่น จริงๆ แล้วคุณต้องสร้างระบบเวลาของคุณเองขึ้นมาต่างหาก เพราะคำว่า ‘พอดี’ หรือ ‘มากเกินไป’ ของแต่ละคนล้วนไม่เท่ากันนะครับ มีแรงมากอาจอยากทำมาก เราไม่ว่ากัน ตราบใดที่ไม่กระทบร่างกายของตัวเองหรือชีวิตของคนอื่น ยิ่งดีเสียอีก เพราะงานเดินรวดเร็ว
ถึงแม้ว่าจะทำงานที่แตกต่างออกไป แต่การที่เราดูแลตัวเองได้ดีก็คงจะเป็นเครื่องพิสูจน์และทำให้คุณพ่อคุณแม่สบายใจได้นะครับ ส่วนเพื่อนฝูงและคนรอบข้างก็สนับสนุนเป็นอย่างดี หลายๆ คนจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ‘มาถูกทางแล้ว’ ข้อนี้ก็คงต้องให้เวลาเป็นเครื่องตัดสิน ก็คงต้องรอดูกันต่อไปครับ”
ภูมิณัฏฐ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ‘หล่อลุย...ไม่รั้งรอ’
เราเห็นเขาในวงการมา 56 ปีแล้ว นับตั้งแต่สลัดคราบเออีประจำนิตยสารเล่มหนึ่งมาสู่การเป็นนายแบบ และก้าวมายังดารานักแสดง ทุกบทบาท ภูมิตั้งใจและเรียนรู้ ด้วยวัยไม่ถึง 30 เขาก้าวมาสู่จุดที่ทำธุรกิจสกินแคร์ กลุ่มเป้าหมายคือ ผู้ชายทุกคนใช้มันได้ ง่ายๆ ไม่งง
“ทุกวันนี้ จันทร์พุธ คิวละคร สาวน้อย ช่อง 9 พีเรียด ผมจะคิวไม่ค่อยแน่นมากเท่าไร แล้วก็มีรายการสดกับมดดำ...บอกเก้าเล่าสิบ พฤหัสบดีเสาร์ ถ่ายละคร เซน สื่อรัก สื่อวิญญาณ ทำมา 4 ปีต่อเนื่องครับ เป็นแบบนี้ทุกสัปดาห์ ฉะนั้นวันอาทิตย์วันเดียวสำหรับตัวเองจริงๆ แต่ก็ยังมีเวลาว่างบ้าง ที่เหลือก็ออกกำลังกาย สังสรรค์กับเพื่อนบ้าง
จนถึงวันนี้ สำหรับการแสดง ผมว่ายังต้องพัฒนา ไอดอลของผมคือ พี่นก สินจัย เปล่งพานิช เป็นคนที่มีวินัยมาก อยู่ในกองเขาคุยกับทุกคนได้ แต่ถึงเวลา เขาท่องบทเป็นแฟ้ม แล้วไฮไลต์ นั่งอ่าน จากนั้นทำสมาธิ แล้วรอเวลาไปเล่น เห็นแบบนี้ทุกครั้งที่ได้ร่วมงาน มาตรฐานเขาไม่เคยดร็อปลง ถ้าเราอยากอยู่ในวงการ ต้องทำให้ได้แบบนั้น
เคยร่วมงานกันตอนเรื่อง พระอาทิตย์ชิงดวง เขามีวิญญาณนักแสดงและมีวินัยสูงมาก พอนับ 5 4 3 2 ... ไม่ต้องพูดอะไร จะรู้สึกได้เลยว่ารังสีของเขาเปลี่ยน มันแปลกประหลาดมาก ทำงานกับเขามันสนุก และเขาดูแลตัวเองดี มานั่งดูว่า นี่เหรอผู้หญิง 50 หุ่นเป๊ะ หน้าสวยมาก เขาดูแลตัวเองดี
การที่ได้เรียนการแสดงกับหม่อมน้อย เหมือนการทำความรู้จักกับตัวเอง ท่านไม่ได้สอนให้เราแสดง ให้รู้ว่าร่างกายมีอะไรบ้าง สรีระเป็นอย่างไร คอมมอนเซนส์พื้นฐานของการรับส่งอารมณ์เป็นอย่างไร แล้วรวมไปถึงการตัดอารมณ์ เวลาที่ผมใส่หมวกการเป็นนักแสดง ผมก็ต้องเป็นนักแสดงให้เต็มที่ ต้องเข้าถึงบทให้ได้ ไม่ว่าจะวิธีใดก็แล้วแต่ ถ้าคัตปุ๊บ ผมจบเลยนะ มันก็ถอดทิ้งไปเองโดยอัตโนมัติ
ในทางถ่ายแบบ อาจเป็นเพราะว่าผมอยู่ในวงการแฟชั่น เดินแบบ ถ่ายแบบบ้าง ไม่ได้เยอะ แต่เคยร่วมงานกับคนเก่งๆ เวลาทำงานเลยทราบว่าต้องโฟกัสตรงจุดไหน ก่อนถ่ายต้องคุยกับสไตลิสต์และช่างภาพก่อนว่าต้องการแบบไหน เขาอยากได้อะไร มีอะไรแนะนำผมนะครับ และผมก็นำเสนอไปเต็มที่ แม่ก็สอนผมเสมอว่า ถ้าทำแล้วไม่ดีที่สุด ไม่ต้องทำ เมื่อไรที่จับอะไรขึ้นมา อย่าให้คนมาว่าเราได้ ผมเลยจะทำให้เกินไว้ก่อน แล้วค่อยมาว่ากัน ผมถึงแอ็กชันถ่ายเต็มที่ มันคืองานงานหนึ่ง ผมไม่ได้คิดว่าหนังสือไหนหัวอะไร ให้เกียรติคนที่มาร่วมด้วย
ในเรื่องล่าสุดที่ได้ทำคือ การเป็นเจ้าของธุรกิจสกินแคร์ สำหรับผู้ชาย มันเป็นความกดดันพอสมควร กระแสตอบรับจะเป็นอย่างไร เราทำแล็บเทสต์ 3 ครั้ง ทุกครั้งใช้กับตัวเอง แล้วก็ส่งให้คนสนิทใช้ 100 ชุด จนแน่ใจว่า ไม่แพ้ ผลก็ออกมาดี มันคือนวัตกรรมเพื่อผิวที่แตกต่างสำหรับผู้ชายโดยเฉพาะ ผู้ชายทุกคน ไม่ว่าลุยหรือไม่ ก็ใช้ได้หมด
ถึงวันนี้ผมว่า ถ้าเราตั้งใจทำตั้งแต่แรก เราหมดกังวล ถ้าคิดว่าดีและถูกต้องแล้ว ก็ไม่ต้องกังวล ผมเชื่อว่ามันจะโอเค แต่เราไม่ได้หวังสูง ไม่กดดันตัวเอง ถ้าไปได้แล้ว ค่อยๆ ไต่ไป กดดันหนักแล้วเครียด แล้วคิดไรไม่ออก
มันคือการบริหารคน ใช้คนให้ถูกกับงานเท่านั้นเอง มันต้องมีความไว้ใจคนรอบข้างของเราด้วยครับ
คนที่ทำอะไรได้หลายๆ อย่าง ต้องรู้จักบริหารเวลา เวลาเท่ากันทุกคน 24 ชม.ต่อวัน สัปดาห์ละ 7 วัน จะบาลานซ์อย่างไร ถ้าส่วนตัวเยอะไป งานก็ไม่เดิน ถ้างานเยอะไป ชีวิตส่วนตัวก็ไม่ดี แค่บริหารให้มันพอดี หาจุดพอดีได้ มันก็ง่ายแล้ว เราเวิร์ก ฮาร์ด แค่ไหน เพลย์ ฮาร์ด แค่นั้นครับ”
3 หนุ่มกับหมวกสุดหวงของพวกเขา อาจทำให้เราคิดอยากหามาใส่บ้าง สักใบสองใบ แต่...คุณจะรักและดูแลมันหรือเปล่า!!







