
สดุดีตำรวจผู้กล้า
เจค จิลเลนฮาล กลับมาในมาดใหม่กับบท ไบรอัน เทย์เลอร์ ตำรวจหนุ่มสุดห้าวแห่งกรมตำรวจลอสแองเจลิส ในภาพยนตร์แอ็กชันทริลเลอร์ที่ชื่อว่า End of Watch
โดย...อินทรชัย พาณิชกุล
เจค จิลเลนฮาล กลับมาในมาดใหม่กับบท ไบรอัน เทย์เลอร์ ตำรวจหนุ่มสุดห้าวแห่งกรมตำรวจลอสแองเจลิส ในภาพยนตร์แอ็กชันทริลเลอร์ที่ชื่อว่า End of Watch
เขาและคู่หู ไมค์ ซาวาลา (ไมเคิล พีนาร์) ขับรถลาดตระเวนไปทั่วเมือง ผ่านตึกรามบ้านเรือนย่านเสื่อมโทรมอันเต็มไปด้วยปัญหาอาชญากรรมที่หมักหมมเรื้อรัง ทั้งยาเสพติด แก๊งอันธพาล ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในทุกหนระแหง จนแทบกลายเป็นเรื่องปกติที่เห็นได้ชาชินในชีวิตประจำวัน
โดยมีกล้องแฮนดิแคมติดตัว ถ่ายทอดสดจากที่เกิดเหตุคล้ายรายการเรียลิตีตามติดชีวิตมือปราบ น่าตื่นเต้น ระทึกใจ ฉายบรรยากาศห้องประชุมวางแผนของเหล่าตำรวจ หลังพวงมาลัยรถสายตรวจ การบุกตรวจค้นจู่โจมผู้ต้องสงสัย แม้กระทั่งดวลหมัด ดวลปืนกับโจรผู้ร้ายบนท้องถนน อวดโชว์อวดโฉมไว้เป็นผลงานบรรจุลงในแฟ้มเกียรติยศของตนเอง
ด้วยความเถรตรง บู๊เลือดเดือด ยอมหักไม่ยอมงอ ส่งผลให้ทั้งคู่ถูกใบสั่งตายจากเจ้าพ่อค้ายาเสพติดผู้มีอิทธิพล หลังไปขัดขวางธุรกิจสกปรกจนเสียผลประโยชน์มหาศาล
ผลงานกำกับของ เดวิด เอเยอร์ พล็อตว่าด้วยเรื่องราวตำรวจมือปราบผู้ผดุงคุณธรรมที่ชีวิตการงานแขวนไว้บนเส้นด้าย มีเพียงใจรักความถูกต้อง ปืนพก กุญแจมือ และตราผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ฟาดฟันกับอาชญากรทุกรูปแบบอย่างตาต่อตาฟันต่อฟัน ท่ามกลางสังคมที่อุดมด้วยความรุนแรง
จากการติดตามลงพื้นที่ลาดตระเวนของสองคู่มือปราบ เราได้เห็นวิถีชีวิตของผู้คนย่านลอสแองเจลิสใต้ที่มีความหลากหลายทางด้านเชื้อชาติ ท่ามกลางความเสื่อมโทรมของชุมชนแออัด พวกเขาต้องรับมือตั้งแต่ปัญหาเล็กน้อยอย่างเช่นผัวเมียตีกัน กลุ่มวัยรุ่นมั่วสุม การลักลอบซื้อขายยาเสพติด ค้ามนุษย์ จนถึงคดีฆ่ารายวัน ผ่านสายตาของผู้รักษากฎหมาย แม้อาจดูมุทะลุไปบ้าง หากแต่ยังเปี่ยมด้วยอุดมการณ์ที่หวังจะขจัดภัยพาลให้ราบคาบ
ความรุนแรงดำเนินมาถึงขีดสุด เมื่อตำรวจยศเล็กๆ สองนายถูกใบสั่งฆ่าอย่างเหิมเกริมจากมาเฟียผู้ทรงอิทธิพล สะท้อนให้เห็นว่ากับบางสถานการณ์ กับบางคน กฎหมายมีความศักดิ์สิทธิ์น้อยกว่าเงินตราและอำนาจเถื่อน
เทคนิคการถ่ายภาพจากกล้องแฮนดิแคมถูกนำมาใช้อย่างพอดี ไม่มากหรือน้อยเกินไป ดารานำทั้งสองตีบทแตกกระเจิง เล่นเข้าขากันราวกับได้เห็นตำรวจคู่หูกันจริงๆ ทั้งในและนอกเวลางาน ลำดับภาพไหลลื่น แต่อาจมีติดขัดบ้างในบทสนทนาบางช่วงที่ดูเรื่อยเปื่อยไร้ทิศทาง และเต็มไปด้วยคำหยาบคายแบบพร่ำเพรื่อ
บทแอ็กชันยิงหูดับตับไหม้เรียกว่าทำได้สะใจคอบู๊พอสมควร ผสมผสานกับซีนดรามาที่สะท้อนภาพชีวิตสามัญธรรมดาของตำรวจยามถอดเครื่องแบบ ที่มีปัญหา มีความฝัน มีสุข มีเศร้าเช่นเดียวกับคนทั่วไป
ฉากจบสุดแสนบีบคั้นหัวใจ หดหู่หากแต่งดงาม ชวนให้ครุ่นคิดถึงความเสียสละของอาชีพตำรวจที่เสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย ดูแลปกป้องประชาชนตาดำๆ สิ่งที่ได้รับกลับมาควรเป็นเกียรติยศการยกย่อง มิใช่เสียงด่าประณามหยามเหยียด
นี่คือภาพยนตร์ที่ฉายภาพชีวิตและการทำงานของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ได้อย่างตรงไปตรงมาที่สุดอีกเรื่องหนึ่ง







